

spotatui (โปรแกรมเล่นเพลงบน Terminal รวมทุกเพลงในที่เดียว) : โปรแกรม Spotatui คือโปรแกรมเครื่องเล่นเพลงผ่านหน้าต่าง เทอร์มินัล (Terminal) ที่เขียนขึ้นด้วย ภาษา Rust โดยเป็นโปรเจกต์ที่พัฒนาต่อยอดแบบมาจากโปรแกรม spotify-tui จุดเด่นหลักของโปรแกรมนี้คือ การรวมแหล่งเสียงจากหลากหลายแพลตฟอร์มเข้ามาไว้ในโปรแกรมเดียว และออกแบบมาให้ทำงานได้รวดเร็ว กินทรัพยากรเครื่องน้อยมากโดยใช้ หน่วยความจำหลัก (RAM) เพียงประมาณ 78MB และทำงานด้วยไฟล์เพียงไฟล์เดียว โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบ หลังบ้าน (Back-End) ที่กินสเปคอย่าง Electron หรือ Service อื่น ๆ
ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของ โปรแกรม Spotatui คือ ระบบคิวเพลงที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างอิสระ ผู้ใช้งานสามารถจัดคิวเพลงจากแหล่งที่มาต่างกันให้เล่นต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมเพลงจาก Spotify โดยตรง (ต้องใช้บัญชี Premium), การดึงเสียงจาก YouTube (ไม่ต้องใช้บัญชี), การเล่นไฟล์เพลงที่อยู่ในเครื่อง รองรับ ไฟล์ FLAC, MP3, OGG, WAV, การสตรีมจาก เซิร์ฟเวอร์ (Server) ส่วนตัวผ่าน โปรแกรม Subsonic หรือ Navidrome, บริการเพลงคุณภาพสูงอย่าง Qobuz, สั่งการ Apple Music บน ระบบปฏิบัติการ (OS) แมคโอเอส (macOS) รวมไปถึงการฟังสถานีวิทยุออนไลน์จากทั่วโลกที่มีให้เลือกกว่า 30,000 สถานี โดยทั้งหมดนี้สามารถควบคุมผ่านการกด คีย์บอร์ด (Keyboard) เพียงไม่กี่ปุ่ม
นอกจากระบบการเล่นเพลงพื้นฐาน ตัวโปรแกรม Spotatui ยังมาพร้อมกับลูกเล่นที่ครบครัน มีระบบเนื้อเพลงที่สามารถเลื่อนซิงค์ตามเวลาจริงซึ่งรองรับเพลงจากทุกแหล่งที่มา, มีฟีเจอร์ Visualizer ที่ช่วยแปลงคลื่นเสียงของเพลงที่กำลังเล่นออกมาเป็นกราฟิกแอนิเมชันสวยงามบนหน้าจอเทอร์มินัล, มีระบบบันทึกประวัติการฟังเพลงเก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้เอง และยังมีระบบ AI DJ อัจฉริยะที่ผู้ใช้สามารถพิมพ์บอกอารมณ์ หรือแนวเพลงที่ต้องการ เพื่อให้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นำประวัติการฟังไปวิเคราะห์ และจัดคิวเพลงให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งฟีเจอร์ AI นี้รองรับการเชื่อมต่อกับ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในเครื่องอย่าง Ollama หรือ LM Studio เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้งานอย่างสูงสุด
ในด้านความยืดหยุ่น และการปรับแต่ง โปรแกรม Spotatui อนุญาตให้ผู้ใช้ตั้งค่าปุ่มกด, เปลี่ยนธีมสี หรือปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างอิสระ, รองรับการเขียน ปลั๊กอิน (Plug-in) ส่วนขยายเพิ่มเติมด้วยภาษา Lua และยังมีระบบ Web Companion สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างหน้าต่างโชว์สถานะเพลงที่กำลังฟังอยู่เพื่อนำไปแปะบนหน้าโปรไฟล์ Github หรือใช้ดูสถิติการฟังเพลงของตนเอง
เป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่ทำงานผ่านหน้าต่าง ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบบรรทัดคำสั่ง (CLI) ควบคุมการทำงานทั้งหมดผ่านคีย์บอร์ด
จุดเด่นสำคัญคือ การนำเพลงจากหลายแหล่งมารวมไว้ในคิวเดียวกัน เล่นต่อเนื่องข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างไร้รอยต่อ
ใช้แรมเพียงประมาณ 78 MB. ทำงานด้วยไฟล์ไบนารีไฟล์เดียว ไม่ใช้ Electron
สามารถพิมพ์บอกอารมณ์เพลงที่ต้องการ แล้วให้ AI ช่วยเลือกเพลง และจัดคิวให้ โดยรองรับโมเดลภาษาแบบ Local เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
มีระบบแสดงเนื้อเพลงซิงค์ตามจังหวะเพลงที่กำลังเล่น ไม่ว่าจะเล่นเพลงจากแหล่งไหนก็ตาม
มีฟีเจอร์แสดงกราฟิกคลื่นเสียง (FFT) บนหน้าต่าง Terminal
เก็บข้อมูลประวัติการฟังไว้ในเครื่องผู้ใช้ในรูปแบบไฟล์ JSONL และสามารถสรุปผลออกมาเป็นหน้าเว็บ HTML ได้
สามารถเปลี่ยนธีมสี, ปรับแต่ง Layout, จัดการปุ่มกด และแก้ไขการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ตามต้องการ
สามารถเขียนสคริปต์ภาษา Lua เพื่อสร้างปลั๊กอินเพิ่มฟังก์ชันการทำงานใหม่ ๆ ได้
สำหรับสร้างวิดเจ็ตแสดงเพลงที่กำลังฟัง เพื่อนำไปติดบนโปรไฟล์ GitHub หรือใช้ดูสถิติได้
โปรแกรม spotatui เป็นซอฟต์แวร์ ฟรี (Free) ที่พัฒนาแบบ โอเพ่นซอร์ส (Open-Source) ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานแบบ MIT License ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้งาน, ดัดแปลง, แจกจ่าย และเข้าถึง โค้ดต้นฉบับ (Source Code) ได้อย่างเสรี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
หากต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ (Website) : https://spotatui.com/ (ภาษาอังกฤษ) ได้เลย
Spotatui is a terminal-based music player written in Rust, developed as a project built upon spotify-tui. Its primary highlight is consolidating audio sources from multiple platforms into a single application. It is engineered for blazing speed and minimal resource consumption, utilizing only around 78MB of RAM and running from a single standalone binary without relying on resource-heavy frameworks like Electron or background services.
The standout capability of Spotatui is its unified cross-source queue. Users can freely line up tracks from different platforms to play sequentially and seamlessly whether natively streaming Spotify (requires a Premium account), pulling audio from YouTube (no account required), playing local audio files (supporting FLAC, MP3, OGG, and WAV), streaming from personal servers via Subsonic or Navidrome, streaming high-res audio from Qobuz, controlling Apple Music on macOS, or tuning into over 30,000 internet radio stations worldwide. All of this is controllable with just a few keystrokes.
ความคิดเห็น (0)