

Vibe Typer (โปรแกรมพิมพ์ด้วยเสียง AI แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ 99 ภาษา) : โปรแกรม Vibe Typer เป็นโปรแกรมพิมพ์ด้วยเสียง (Voice Typing Dictation) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบมาเพื่อแปลงเสียงพูดของผู้ใช้ให้กลายเป็นข้อความตัวอักษร และพิมพ์ลงในตำแหน่งเคอร์เซอร์ของโปรแกรมใด ๆ บน คอมพิวเตอร์ (PC) ได้ทันที โดยทำงานได้แทบทุกบนโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเขียนโค้ดอย่าง โปรแกรม Visual Studio Code, Cursor หรือ เทอร์มินัล (Terminal) ไปจนถึงแอปพลิเคชันอย่าง แพลตฟอร์ม Slack, Notion, Obsidian, Google Docs, Word หรือ เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) Google Chrome
หลักการทำงานของโปรแกรม Vibe Typer เน้นความเร็ว และความเป็นธรรมชาติในการทำงาน ผู้ใช้เพียงแค่ตั้งค่า และกดปุ่มลัด (Hotkey) จากนั้นสามารถพูดสิ่งที่คิดได้ทันทีด้วยอัตราความเร็วปกติของมนุษย์ ประมาณ 150 คำต่อนาที เทียบกับการพิมพ์ทั่วไปที่ทำได้ราว 40 คำต่อนาที ตัวโปรแกรมมีระบบลดเสียงเพลง หรือเสียงของระบบคอมพิวเตอร์ให้อัตโนมัติระหว่างที่กำลังพูด เมื่อพูดเสร็จ AI จะไม่ได้แค่ถอดเทปคำต่อคำแบบทื่อ ๆ แต่มีฟีเจอร์ "Magic Formatter" ที่คอยตรวจจับคำเชื่อม คำพูดติดขัดอย่างคำว่า เออ, อา หรือการพูดวนไปวนมา เพื่อเกลาประโยค, จัดการวรรคตอน, ตัวพิมพ์เล็กใหญ่ และปรับโครงสร้างภาษาให้กลายเป็นข้อความที่สมบูรณ์ และถูกต้องตามบริบท พร้อมพิมพ์ข้อความนั้นลงในช่องพิมพ์ที่เคอร์เซอร์วางอยู่ทันที หากผู้ใช้ต้องการข้อความดิบตามที่พูดเป๊ ะๆ โดยไม่ให้ AI ปรับแต่ง ก็สามารถเลือกปิดฟังก์ชันขัดเกลานี้ในหน้าตั้งค่าได้เช่นกัน
นอกจากนี้ โปรแกรม Vibe Typer ยังรองรับการป้อนคำสั่งสไตล์เฉพาะตัว (Custom Instructions) เช่น สั่งให้เขียนด้วยโทนภาษาทางการ หรือสั่งให้สรุปสั้นกระชับ เพื่อให้ข้อความที่แปลงออกมาตรงกับบุคลิกการทำงานของผู้ใช้ อีกทั้งยังมีระบบเรียนรู้จากการแก้ไข หากมีคำเฉพาะ, ชื่อคน หรือศัพท์เทคนิคที่แปลงผิดพลาด เมื่อผู้ใช้แก้ไขในระบบประวัติการพิมพ์ (History) โปรแกรมจะจดจำคำนั้นไว้เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำในอนาคต โดยระบบยังรักษาความถูกต้องของข้อมูลสำคัญอย่างตัวเลข, วันที่ และเวลา ไม่ให้ถูกแก้ไข หรือบิดเบือนไปจากเสียงพูดดั้งเดิม
โปรแกรม Vibe Typer รองรับภาษาพูดมากถึง 99 ภาษาทั่วโลก พร้อมระบบตรวจจับภาษาอัตโนมัติ และระบบตัดเสียงรบกวนที่รองรับสำเนียงที่หลากหลาย ตัวโปรแกรมพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานได้ข้ามแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ รองรับ ระบบปฏิบัติการ (OS) ยอดนิยมของโลกอย่าง วินโดวส์ (Windows), แมคโอเอส (macOS) และ ลีนุกซ์ (Linux) แบบ Native เต็มตัว ทั้งบน Wayland และ X11 ช่วยให้โปรแกรมเมอร์ และผู้ใช้งานสายลินุกซ์สามารถสั่งงานด้วยเสียงในเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์
ด้านความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ข้อมูลเสียงพูดจะถูกส่งไปยัง เซิร์ฟเวอร์ (Server) เพื่อประมวลผลการถอดข้อความใน หน่วยความจำหลัก (RAM) เท่านั้น โดยไม่มีการบันทึกไฟล์เสียง, ต้นฉบับเสียง หรือประวัติคำสั่งลงในฐานข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ และประวัติการพิมพ์รวมถึงการเรียนรู้คำจะถูกจัดเก็บไว้เฉพาะในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเท่านั้น
กดปุ่มลัด (Hotkey) แล้วพูด ข้อความจะถูกพิมพ์ลงในช่องกรอกข้อความของโปรแกรมใด ๆ ก็ตามที่เคอร์เซอร์วางอยู่ทันที ไม่ต้องสลับหน้าต่างหรือคัดลอกมาวางเอง รองรับทั้ง Slack, VS Code, Notion, Obsidian, Chrome, Word และ Terminal
ปรับลดเสียงมีเดียหรือเพลงที่กำลังเล่นอยู่ในระบบเครื่องให้เงียบลงชั่วคราวขณะผู้ใช้กำลังพูด และเปิดเสียงกลับคืนให้อัตโนมัติเมื่อพูดเสร็จ
AI ตรวจจับ และตัดคำฟุ่มเฟือย เช่น เอ่อ, อา, um, uh, จัดการวรรคตอน, ตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ และแก้ปัญหาการพูดกลับคำหรือพูดแก้ประโยคกลางคัน เช่น "เจอกันบ่ายสอง ไม่สิ บ่ายสาม" โปรแกรมจะพิมพ์เป็น "เจอกันบ่ายสาม" โดยยังคงตัวเลข, วันที่ และเวลาเดิมไว้เสมอ หรือสามารถเลือกปิดเพื่อรับข้อความดิบตามเสียงพูดจริงได้
ป้อนคำสั่งเสียงเฉพาะกิจได้ เช่น ไฮไลต์ข้อความแล้วพูด "Rewrite" เพื่อสั่งปรับสำนวนให้สั้นลง หรือเป็นทางการขึ้น หรือสั่ง "Reply" จากข้อความใน Clipboard เพื่อให้ AI ร่างข้อความตอบกลับให้อัตโนมัติ
กำหนดคำสั่งพฤติกรรมล่วงหน้าได้ เช่น สั่งให้ใช้โทนสุภาพ เป็นกันเอง หรือภาษาเขียนสไตล์เฉพาะ เพื่อให้ข้อความที่แปลงออกมาตรงกับบริบทงาน
เมื่อผู้ใช้แก้ไขคำผิด, ชื่อเฉพาะ หรือคำศัพท์เทคนิค ระบบจะจดจำ และไม่สะกดคำนั้นผิดซ้ำอีกในครั้งถัดไป
แปลงเสียงพูดได้ 99 ภาษา มีระบบตรวจจับภาษาที่พูดอัตโนมัติ (Auto-detect) หรือเลือกให้สลับภาษาตาม Layout คีย์บอร์ด (Keyboard) ที่กำลังใช้งานอยู่ได้
แม้จะคลิกสลับหน้าต่างไปที่อื่นขณะกำลังพูด ข้อความจะยังคงพิมพ์ลงในช่องของโปรแกรมเดิมที่เริ่มกดอัดเสียงไว้
ข้อความ หรือไฟล์ที่คัดลอกค้างไว้ใน Clipboard จะไม่ถูกลบ หรือเขียนทับหลังโปรแกรมพิมพ์ข้อความเสร็จ
หากการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต (Internet) ขาดหายขณะกำลังพูด ระบบจะเก็บไฟล์เสียงไว้ชั่วคราว และทำการถอดความให้ทันทีที่สัญญาณกลับมา
ทำงานได้บน Windows, macOS, iOS (iPhone) และรองรับ Linux แบบ Native เต็มตัวทั้งบน Wayland และ X11 ผ่านไฟล์ AppImage
มีแดชบอร์ดคำนวณเปรียบเทียบความเร็วในการพูดกับการพิมพ์จริง เพื่อสรุปจำนวนคำ และชั่วโมงการทำงานที่ประหยัดไปได้
ประมวลผลเสียงบน RAM ใน คลาวด์ (Cloud) แล้วลบทันที ไม่มีการจัดเก็บไฟล์เสียง หรือประวัติการพูดบนเซิร์ฟเวอร์ โดยประวัติการพิมพ์ และรายการแก้ไขทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้เท่านั้น
โปรแกรม Vibe Typer มีทั้งแพ็กเกจฟรีที่สามารถใช้งานได้เดือนละ 2,000 คำโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิต และแพ็กเกจ Pro แบบเสียค่าบริการรายเดือน ในราคาเดือนละ $8 (ประมาณ 270 บาท) หรือรายปี $96 (ประมาณ 3,235 บาท) สำหรับการใช้งานพิมพ์ด้วยเสียง และฟังก์ชัน AI แบบไม่จำกัดจำนวนคำ
หากต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ (Website) : https://vibetyper.com/ (ภาษาอังกฤษ) ได้เลย
Vibe Typer is an AI-powered voice typing dictation tool designed to convert spoken words into text and type them directly at your cursor's position across any PC application in real time. It works seamlessly across virtually any software, ranging from code editors such as Visual Studio Code, Cursor, and Terminal environments, to productivity and communication platforms like Slack, Notion, Obsidian, Google Docs, Microsoft Word, and the Google Chrome web browser.
ความคิดเห็น (0)