ทิปส์ IT เทคนิคไอที
IT Tips
ทิปส์ Tips หรือ เทคนิคไอที เคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ เคล็ดลับการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ให้เกิดประโยชน์ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา

วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดตา ปวดหัว เหล่านี้คืออาการของโรค CVS ที่เกิดขึ้นจากการจ้องจอคอม จอมือถือ ดูทีวี เป็นประจำ มาดูวิธีแก้กัน
วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา

Profile Picture  Thaiware
  5 มิถุนายน 2561      14
5 (2 โหวต)   
ยกเลิก

วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา

หลายคนคงประสบปัญหาตาล้าจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะนอกจากเราจะต้องพึ่งพา คอมพิวเตอร์ เป็นตัวช่วยในการเรียนและการทำงานแล้ว บางคนก็ยังชื่นชอบในการเล่นเกม หรือดูหนัง ดูซีรีส์ ในเวลาว่างอีกด้วย ทำให้ดวงตาต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่า 8-10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว

ซึ่งการจ้องจอติดต่อกันเป็นเวลานานนั้นเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการของโรค Computer Vision Syndrome (CVS) หรือภาวะที่ดวงตาล้า, ตาแห้ง, ตาพร่า, มองเห็นภาพไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน จับโฟกัสได้ยาก และบางรายอาจมีอาการปวดหัวร่วมด้วย

บุคคลที่มีอาการ CVS นี้ หากไม่แก้ไขพฤติกรรมการใช้สายตาอย่างหนักก็อาจทำให้สายตาสั้นลง หรือมีปัญหาวุ้นในตาเสื่อมที่ทำให้เราเห็นเส้นๆ หรือจุดดำๆ ลอยไปลอยมาในดวงตา และอาจนำไปสู่ปัญหาทางสายตาและการมองเห็นอื่นๆ ได้ หรือบางทียังลุกลามไปถึงการปวดหัว ได้อีกด้วยเช่นกัน 

วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา
ภาพจาก : https://www.edb.gov.hk/en/edu-system/primary-secondary/applicable-to-primary-secondary/it-in-edu/Eyecare/sec-device.html

แน่นอนว่าหลายๆ คนคงทราบดีกว่าวิธีป้องกันปัญหาและรักษาดวงตาที่ดีที่สุดคือ “ลดการใช้งาน” ลง แต่สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็แนะนำให้ทำตามวิธีดังนี้

วิธีลดความเสี่ยงในการเป็นโรค CSV (Computer Vision Syndrome)

ตรวจค่าสายตาเป็นประจำ

ไม่เฉพาะแค่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น, สายตายาว หรือสายตาเอียงเท่านั้น แต่บุคคลที่สายตาปกติเองก็ควรตรวจวัดสายตาทุกปีเพื่อตรวจหาความผิดปกติของค่าสายตาด้วยเช่นกัน เพราะการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ (หรือสมาร์ทโฟน) เป็นเวลานานนั้นส่งผลต่อสุขภาพของดวงตาได้ และผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตาก็ควรสวมแว่นหรือคอนแทกเลนส์ที่ตรงกับค่าสายตาของตนเองในขณะนั้นด้วย

20-20-20 (เล่น 20 พัก 20 ห่าง 20)

พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 20 นาที เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที โดยการมองออกไปในบริเวณที่ห่างจากจอคอมอย่างน้อย 20 ฟุต และควรลุกจากเก้าอี้ทุก 2 ชั่วโมงเพื่อพักสายตาและป้องกันภาวะเมื่อยล้า ลดความเสี่ยงในการเป็นออฟฟิศซินโดรม

วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา
ภาพจาก : https://www.cabvi.org/articles/20-20-20-rule-computer-vision-syndrome/

กะพริบตาบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะตาแห้ง

เนื่องจากเมื่อเรามีสมาธิในการจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่าง อัตราการกะพริบของดวงตาเราจะลดลงจาก 15-20 ครั้งต่อนาที เหลือเพียงแค่ 6-8 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น ดังนั้นจึงควรกะพริบตาให้บ่อยขึ้นเพื่อเลี่ยงภาวะตาแห้ง หรืออาจใช้น้ำตาเทียมช่วยเพื่อให้ดวงตากลับมาชุ่มชื้นดังเดิม

จัดวางตำแหน่งจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม

จัดให้ไม่อยู่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยระยะห่างระหว่างดวงตาและจอภาพควรอยู่ที่ประมาณ 40-75 เซนติเมตร หรือราว 1 ช่วงแขน และจุดศูนย์กลางของคอมพิวเตอร์ (กลางจอภาพ) ควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 20 องศา นอกจากนี้ยังควรวางคอมพิวเตอร์ไว้ในบริเวณที่มีแสงสว่างมากเพียงพอในการทำงานและไม่ควรวางคอมพิวเตอร์ตรงจุดที่มีการสะท้อนของแสงจากภายนอกมาสู่จอภาพได้

วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา
การนั่งในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิด CVS ได้แล้ว ยังช่วยป้องกัน Office Syndrome ได้อีกด้วย
ภาพจาก : https://specscart.co.uk/blog/computer-vision-syndrome

ปรับแสงของจอให้พอเหมาะ

บางครั้งความสว่างของหน้าจอที่มากหรือน้อยเกินไปก็ส่งผลเสียต่อดวงตาและทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักจนเกินความจำเป็นได้ และหากไม่ได้ทำงานด้านกราฟิกที่ต้องเน้นความชัดเจนของสีจอภาพก็ควรปรับสีอุณหภูมิของหน้าจอ (Colour Temperature) ลงเพื่อหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้า (Blue Light) ที่ทำให้ดวงตาทำงานหนัก (เปิดการทำงานฟีเจอร์ Night Light บน Windows หรือ Night Shift สำหรับ Mac) หรือเลือกใส่แว่นกรองแสงเพื่อถนอมสายตาก็เป็นการแก้ปัญหาที่ดีเช่นกัน

สไลด์รูปภาพ

 วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตาวิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตาวิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา

ปรับขนาดตัวอักษรให้สะดวกต่อการใช้งาน

บางเว็บไซต์ก็มีการกำหนดขนาดตัวอักษรที่เล็กจนเกินไป ทำให้ต้องใช้สายตาเพ่งมากขึ้นเพื่อให้อ่านข้อความในเว็บไซต์นั้นๆ ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเราจึงควรปรับขนาดของตัวอักษรบนหน้าจอให้อ่านง่าย โดยกดไปที่เมนูเพิ่มเติมและเลือกที่ [+] (หรือใช้คีย์ลัด Ctrl [+]) 

เปลี่ยนจอคอมพิวเตอร์

ถึงแม้ว่าจอคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะเปลี่ยนจากจอเก่าอย่าง CRT (Cathode Ray Tube) เป็นจอแบบ LED (Light-Emitting Diode) แล้ว แต่ผู้ใช้ก็ควรเลือกจอที่มีความละเอียดสูง และมีขนาดหน้าจอราว 19 นิ้วขึ้นไป (สำหรับคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ) รวมทั้งมีคุณสมบัติป้องกันการสะท้อน (Anti-Glare) ด้วย เพื่อให้สามารถใช้งานจอคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบายตามากขึ้น

นอกจากนี้ อาการของ CVS นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับการใช้งานดวงตาเพื่อจ้องมองคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ผู้ที่ใช้งาน สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต อยู่เป็นประจำก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน จึงควรที่จะเว้นระยะห่างการใช้งานหน้าจอให้อยู่ห่างจากดวงตาประมาณ 16 นิ้ว ขึ้นไป และอาจเปิดใช้ฟีเจอร์ช่วยลดแสงสีฟ้าอย่าง Night Shift (สำหรับ iOS) หรือ Blue Light Filter (สำหรับ Samsung) ส่วนสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่มีฟีเจอร์ช่วยตัดแสงสีฟ้าจากหน้าจอก็สามารถเลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชันช่วยปรับลดแสงได้

สไลด์รูปภาพ

 วิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตาวิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตาวิธีรักษาดวงตา เมื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้ว ปวดหัว ปวดตา แสบตา

สรุปวิธีรักษาดวงตา เพื่อป้องกันโรค CVS

อย่างไรก็ตาม วิธีข้างต้นก็เป็นเพียงแค่การช่วยลดภาระการทำงานของดวงตาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่หากเรายังใช้สายตาอย่างหนักในการจ้องจอวันละหลายชั่วโมง หรือพักสายตาจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์มาเล่นสมาร์ทโฟนอยู่บ่อยๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการ CVS หรือมีปัญหาทางสายตาได้ในอนาคตได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง หรือลดเวลาในการจ้องมองจอต่างๆ ลง หากไม่จำเป็น ทั้งจอคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต รวมไปถึงจอโทรทัศน์ด้วยเช่นกัน


วิดีโอประกอบจาก Youtube
ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com