ทิปส์ IT เทคนิคไอที
IT Tips
ทิปส์ Tips หรือ เทคนิคไอที เคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ เคล็ดลับการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ให้เกิดประโยชน์ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

USB 3.2 คือ อะไร มาทำความรู้จักกัน

USB 3.2 มาตรฐานใหม่ของ USB ได้ถูกประกาศออกมาแล้ว รองรับเทคโนโลยี Multi-lane ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมถึงเท่าตัว ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 20Gbps
USB 3.2 คือ อะไร มาทำความรู้จักกัน

  28 กรกฎาคม 2560      1
0 (0 โหวต)   
ยกเลิก

กลุ่มผู้พัฒนามาตรฐาน USB (USB 3.0 Promoter Group) ได้ประกาศมาตรฐานใหม่ออกมาแล้ว นั่นก็คือ USB 3.2 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะทำงานร่วมกับ USB-C โดยมีจุดเด่นอยู่ที่รองรับเทคโนโลยี Multi-lane ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงกว่าเดิมถึงเท่าตัว

USB 3.2 คือมาตรฐานใหม่สำหรับ USB-C

อย่างที่เราเกริ่นไว้ในตอนแรกว่า มาตรฐานใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับ USB-C บางคนอาจจะสงสัยว่าแล้ว microUSB กับ miniUSB ล่ะ ไม่สามารถใช้งานได้เหรอ

คำตอบ คือ แนวคิดในการออกแบบพอร์ตนั้นมีความแตกต่างกันมาตั้งแต่แรก microUSB กับ miniUSB ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระบส่งข้อมูลทั่วไป ในขณะที่ USB-C ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้รับส่งข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เหมือนกับพอร์ต Thunderbolt ของ Apple หรือ Displayport, HDMI รวมไปถึง USB 3.1 ที่เป็นมาตรฐานปัจจุบันของ USB-C ด้วย

USB 3.2 คือ อะไร มาทำความรู้จักกัน

ความเร็วในการรับส่งข้อมูลของ USB 3.2

นับตั้งแต่ USB 3.0 เปิดตัวในปี 2008 ได้มีการเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 5Gbps ต่อมาในปี 2013 ได้มีการอัพเดทครั้งใหญ่เปลี่ยนเป็น USB 3.1 ที่สามารถรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 10Gbps

ซึ่งภายหลัง USB-IF ผู้ดูแลมาตรฐาน USB ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเรียกดังนี้

  • USB 3.0 เปลี่ยนชื่อเป็น USB 3.1 Gen 1 (ความเร็วสูงสุด 5Gbps)
  • USB 3.1 เปลี่ยนชื่อเป็น USB 3.1 Gen 2 (ความเร็วสูงสุด 10Gbps)
  • USB 3.2 มาตรฐานใหม่รองรับการทำงานแบบหลายช่องทางพร้อมกัน (Multi-lane operation)
    ทำความเร็วได้ถึง 20Gbps (10Gbps/ช่องทาง จำนวน 2 ช่อง ทำงานพร้อมกัน)

จุดเด่นของ USB 3.2

  • รับส่งข้อมูลได้ 2 ช่องทาง (2 Lane operation) บนสาย USB-C ที่มีอยู่ในปัจจุบัน (เดิมรับส่งข้อมูลได้เพียง 1 ช่องทาง)
  • เป็นการใช้เทคโนโลยี SuperSpeed USB ในการเข้ารหัสรับส่งข้อมูลเหมือนเดิม
  • มีการอัพเดทตัว Hub USB (เต้ารับ USB) เพียงเล็กน้อย ในการทำให้มันรองรับการทำงานแบบ 2 ช่องทาง (2 Lane operation)

อย่างไรก็ตามการจะทำความเร็วในระดับนี้ได้ อุปกรณ์ที่เราใช้งานจะต้องรองรับมาตรฐานใหม่นี้ด้วย หมายความว่าเราจะยังไม่สามารถใช้งานมันได้จนกว่าผู้ผลิตจะส่งอุปกรณ์ที่รองรับเข้าสู่ท้องตลาด

ข่าวดี คือ เราไม่จำเป็นต้องซื้อสาย USB-C เส้นใหม่ เพราะสายในปัจจุบัน ถูกออกแบบมาให้รองรับความเร็วได้สูงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ต้องเป็นสายที่ได้มาตรฐาน SuperSpeed USB 10GBps ด้วยนะ

อีกหนึ่งประโยชน์ก็คือ USB 3.2 ยังคงรองรับการทำงานร่วมกับ USB 3.1 Gen 1 และ Gen 2 ได้ด้วย ทำให้อุปกรณ์ที่เรามีอยู่ จะยังใช้งานได้เหมือนเดิมทุกอย่าง

ทั้งนี้ มาตรฐาน USB 3.2 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน USB Developer Days North America ในเดือนกันยายน ปี 2017 ที่จะถึงนี้

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com