คุณกล้าปฏิเสธหรือไม่ว่า การสื่อสารที่ชัดเจน คือกุญแจที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของทุกเป้าหมาย โดยเฉพาะสำหรับคนที่รับบทเป็นเจ้านายเพื่อนำทีม หัวใจก็คือการสื่อสารเหมือนกัน เพราะไม่ใช่แค่มันจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ แต่ผู้นำก็จะประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของคนใต้บังคับบัญชาอีกด้วย
แต่น่าเสียดายที่หลายคนซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านาย ถึงมีความสามารถ แต่กลับขาดคุณสมบัติในด้านการสื่อสาร ทั้งไม่รับฟัง ไม่แอคทีฟ ไม่สนใจ รวมถึงการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน และคุณก็อาจจะสงสัยอยู่ว่า บางคนเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้ คือทักษะของผู้นำที่ดี
แน่นอนว่าปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ ถ้าไม่ถูกแก้ไขมันอาจบานปลายได้ และคนที่เจอกับผู้นำลักษณะนี้อยู่ ก็คงจะหงุดหงิดไม่น้อยที่ต้องทำงานด้วย แถมยังส่งผลต่อการทำงาน ประสิทธิภาพ และกำลังใจ ดังนั้นคุณควรที่จะเรียนรู้จากบทความนี้เพื่อรับมือและทำให้คุณสามารถทำงานได้เต็มที่
เริ่มจากศึกษาตัวตนของหัวหน้าที่คุณทำงานด้วย และเตรียมรับมือให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่การดูถูกพวกเขา หรือ ประจบประแจง แต่ลองพยายามเข้าใจว่าเขาเป็นอย่างไรและมาจากไหน
ปกติมันอาจจะน่าหงุดหงิดในช่วงแรก แต่ถ้าคุณลองใช้สัจธรรมง่าย ๆ มาช่วยคิด อย่างเช่น "ถ้าอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับเราอย่างไรก็ปฏิบัติกับผู้อื่นแบบนั้น" ความหมายคือ คุณต้องเคารพ วิธีสื่อสารของตัวเอง เป็นผู้ที่ชัดเจน และ มีประสิทธิภาพด้านการสื่อสารเสียเอง และเขาก็อาจจะเป็นแบบนั้นกับคุณเหมือนกัน
ในทุกความสัมพันธ์ของการทำงาน การเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีวิธีดำเนินงานอย่างไร สามารถช่วยให้คนเราทำงานร่วมกันได้สำเร็จ ดังนั้นอย่าเผลอคิดไปแบบตายตัวว่าหัวหน้าของคุณจะทำงานแบบที่คุณคิด หรือเขาจะเข้าใจตรงกับคุณไหม คุณอาจจะผิดพลาดกับเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเวลามีการพูดคุย ให้พยายามฟังดี ๆ ลำดับความสำคัญให้ได้ และทำให้แน่ใจว่าความต้องการของคุณกับเขานั้นชัดเจนเหมือนกัน
ภาพจาก : https://ideapod.com/what-to-do-when-your-boss-doesnt-communicate-with-you/
หากคุณต้องการระบายความคับข้องใจให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นฟังถึงปัญหาที่คุณเจอ มันเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ไม่ควรทำ เพราะท้ายที่สุดแล้วความสำเร็จของทีม เกิดจากประสิทธิภาพที่กลั่นกรองจากความไว้เนื้อเชื่อใจ แม้หัวหน้าจะทำแบบนั้นกับคุณ แต่ลองพยายามทำให้เขาได้รับการยอมรับ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะ "ความสำเร็จของส่วนรวมนั้นยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จของใครของมัน"
เรียนรู้ที่จะเสนอแนะความคิดเห็น และให้คำตอบที่กระชับ รวบรัด กับหัวหน้าของคุณ โดยเฉพาะเวลาที่มีการประชุม เพราะเมื่อหัวหน้าของคุณเป็นนักสื่อสารที่แย่ เขาจะไม่ใช่ผู้ฟังที่ดีและมีสมาธิค่อนข้างจำกัด ดังนั้นระหว่างที่คุณกำลังอธิบายบางสิ่งที่ยืดยาว หัวหน้าของคุณอาจจะขัดขึ้นมาและทำให้ใจความสำคัญที่คุณจะสื่อนั้นหายไปได้
บางครั้งคุณอาจจมกับความคิดว่าคุณไร้อำนาจ และขาดพลัง ผลลัพธ์ในการพูดคุยสื่อสารก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพ ทางออกที่ดี คือการทิ้งระยะห่างและมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้านายของคุณประหนึ่ง 'ลูกค้า' มันจะช่วยให้คุณแยกออกจากความคิดเหล่านั้นได้ และมีสติควบคุมได้ดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดกับเจ้านายของคุณ
เพื่อช่วยให้คุณสนุกกับงานมากขึ้น สิ่งสำคัญคือให้ลองเทียบดูว่า วิสัยทัศน์ขององค์กร กับ เจ้านายของคุณมีอะไรที่ตรงกันบ้าง ในเมื่อเขาสื่อสารได้ไม่ดี ก็ใช้วิสัยทัศน์ขององค์กรมาเป็นตัวตั้ง จากนั้นก็ลำดับความสำคัญให้ชัดเจน มุ่งเน้นสิ่งที่อยู่ในการควบคุมของคุณ โฟกัสอยู่ในหน้าที่ที่คุณจัดการได้ ปล่อยวางสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ พร้อมสร้างเครือข่ายของคุณเอง ทำงานร่วมกับผู้ที่จะพร้อมก้าวไปข้างหน้า รับข้อเสนอแนะจากเจ้านายบ้าง ให้เขามีส่วนร่วมและก็แจ้งให้เขาทราบ อย่างน้อยถ้าเขาไม่แย้งอะไรนั่นก็หมายความว่า คุณทั้งคู่มีความชัดเจนในเป้าหมายเดียวกัน
ก็เหมือนกับข้อ 2 เราทุกคนมีสไตล์ในการทำงานของตัวเอง หากไม่สามารถสื่อสารกับเจ้านายได้ ก็ทำความรู้จักเจ้านายของคุณอย่างถี่ถ้วน ว่าเจ้านายคุณต้องการอะไร โดยวิเคราะห์จากการทำงานของเขา และหลักฐานเชิงประจักษ์ ไปจนถึงการเรียนรู้จากผู้อื่นที่เขามีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้านายของคุณก็ได้ และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาเสมอ คอยแจ้งให้เข้าทราบถึงสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ให้เป็นนิจ
แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมความเป็นผู้นำที่คุณอยากเห็นจากเจ้านาย ทำสิ่งที่คุณบอกว่าคุณจะทำให้สำเร็จ เพราะความน่าเชื่อถือของคุณและเจ้านายมาจากสิ่งเดียวกัน และนั่นคือ การทำตามคำมั่นสัญญาของคุณ
มันหมายถึง ถ้าคุณทำงานได้ดีอยู่แล้วและสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองได้ ความน่าเชื่อถือเหล่านั้นก็จะไปเข้าหัวหน้าด้วย และเขาจะมานิ่งเฉยเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไร คุณทำความดีความชอบให้ทีมเลยนะ

ใจความสำคัญของบทความ คือมุ่งเน้นที่การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ (จิต) และ การเข้าใจกับปัญหาที่เผชิญ ไม่มีใครอยากอยู่ในตำแหน่งที่มีเจ้านายด้อยทักษะการสื่อสาร เรารู้ว่ามันน่าหงุดหงิด แต่การเรียนรู้ว่าควรทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์นี้ลงเอยพร้อมผลงานที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นบทเรียนอันมีค่าที่ต้องเรียนรู้ เพราะมันช่วยคุณได้ทั้งในตอนนี้และในอนาคต
ท้ายที่สุดหัวหน้าของคุณอาจไม่ได้เป็นคนที่แย่ขนาดนั้น เพราะคนที่แย่จริง ๆ คือคนที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด ซึ่งจะทำคำแนะนำเหล่านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ทางเลือกเดียวคือ ย้ายออกมาจากตำแหน่งนั้นเสียถ้าทำได้ หากทำไม่ได้ หาเครือข่ายการสนับสนุนของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถทำงานได้จริงและได้รับความพึงพอใจจากผู้คนในเครือข่ายเหล่านั้น ซึ่งเราก็หวังว่าคุณจะผ่านมันไปได้
ภาพอินโฟกราฟิกสรุป 8 เคล็ดลับ จัดการกับหัวหน้าที่ไม่ค่อยคุยด้วย หรือหัวหน้าไม่ชอบ
ความคิดเห็น (0)