ทิปส์ IT เทคนิคไอที
IT Tips
ทิปส์ Tips หรือ เทคนิคไอที เคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ เคล็ดลับการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ให้เกิดประโยชน์ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ที่เก็บไฟล์ไว้บนเครื่อง ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows เพื่อป้องกันพื้นที่เต็ม และเพื่อความสะดวกสบาย
วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

  26 เมษายน 2565      22
5 (1 โหวต)   
ยกเลิก

วิธีเปลี่ยนตำแหน่งโฟลเดอร์ Download บนระบบปฏิบัติการ Windows

"โฟลเดอร์ดาวน์โหลด (Download Folder)" เป็นโฟลเดอร์หนึ่งที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows มาอย่างยาวนาน โดยเมื่อเราได้มีการดาวน์โหลดไฟล์จาก อินเทอร์เน็ต (Internet) มันจะเลือกตำแหน่งที่เก็บไฟล์ไว้ที่ "โฟลเดอร์ Download" ให้เราอัตโนมัติ ซึ่งภายในโฟลเดอร์ดาวน์โหลดก็อาจจะมีโฟลเดอร์ย่อย สำหรับแยกประเภทไฟล์ตามหมวดหมู่เอาไว้ให้ด้วย เพื่อความสะดวกในการค้นหาไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาในภายหลัง

โดยค่าเริ่มต้นของโฟลเดอร์นี้จะมีตำแหน่งอยู่ที่ "C:\Users\Usersname\Downloads" อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้หลายคนที่ไม่ชอบเก็บไฟล์ไว้ใน "ไดร์ฟ C:" เนื่องด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ไดร์ฟ C: เป็นไดร์ฟ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่มีความจุน้อย, ไม่ต้องการเก็บไฟล์ไว้ไดร์ฟเดียวกับระบบปฏิบัติการ เผื่อต้องฟอร์แมทไดร์ฟในอนาคตจะได้ไม่ต้องเสียเวลา สำรองข้อมูล (Backup Data) ฯลฯ

มันจึงเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดอยู่ไม่ใช่น้อย หากว่าเราต้องมาคลิกเปลี่ยนเลือกตำแหน่งเก็บไฟล์ใหม่ทุกครั้งที่มีการดาวน์โหลดไฟล์เกิดขึ้น

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

ในบทความนี้ก็เลยจะมาแนะนำวิธีเปลี่ยนค่าเริ่มต้นของตำแหน่งโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บไฟล์ที่ดาวน์โหลด จาก "โฟลเดอร์ Download" ไปยังโฟลเดอร์อื่นที่ต้องการ ทำอย่างไร ? มาอ่านกัน

วิธีเปลี่ยนตำแหน่งโฟลเดอร์ Download

  1. ก่อนอื่นให้เรากด "ปุ่ม Windows + E" เพื่อทำการเปิด "แอป File Explorer" ขึ้นมาก่อน
  2. จากนั้นให้เราคลิกที่ "โฟลเดอร์ Download" ซึ่งก็มีอยู่หลายจุดให้เลือกคลิก ทั้งใน Quick access, This PC และ Folders คลิกเลือกที่อันไหนก็ได้ ผลลัพธ์มีค่าเหมือนกัน

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

  1. คลิกขวาบนพื้นที่ว่าง ๆ ในพาเนลทางด้านซ้าย แล้วเลือก "เมนู Properties"

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

  1. หน้าต่าง Downloads Properties จะถูกแสดงผลขึ้นมา ให้เราคลิกที่ "แท็บ Location" ด้านบน
  2. สังเกตว่าจะมีตำแหน่งที่เก็บไฟล์ของ "โฟลเดอร์ Download" ถูกระบุเอาไว้อยู่ ในภาพตัวอย่าง คือ "C:\Users\moonl\Downloads"
  3. ให้เราคลิกที่ "ปุ่ม Move..."

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

  1. โดย "หน้าต่าง Select a Destination" จะถูกแสดงผลขึ้นมา ให้เราเลือกตำแหน่งใหม่ที่ต้องการใช้ในการเก็บไฟล์ที่ดาวน์โหลด
  2. ในบทความนี้เราเลือกเป็น "ไดร์ฟ D:"
  3. คลิกที่ "เมนู New Folder" เพื่อสร้างโฟลเดอร์ใหม่ขึ้นมาสำหรับใช้เก็บไฟล์ดาวน์โหลด ตั้งชื่อโฟลเดอร์ได้ตามใจชอบ ในที่นี้ เราตั้งชื่อว่า "Downloads" เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ
  4. จากนั้นให้คลิกที่ "ปุ่ม Select Folder"

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

  1. เราจะกลับมาที่ "หน้าจอ Downloads Properties" อีกครั้ง สังเกตว่าตำแหน่งที่เก็บไฟล์ดาวน์โหลดได้เปลี่ยนเป็น "D:\Downloads" แล้ว
  2. คลิกที่ "ปุ่ม Apply" 

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

  1. จะมีหน้าต่างแจ้งเตือนยืนยันความต้องการว่าต้องการที่จะเปลี่ยนตำแหน่งแน่นอนนะ หากตัดสินใจเปลี่ยน ก็ให้คลิกที่ "ปุ่ม Yes"
  2. มันจะทำการคัดลอกไฟล์จากตำแหน่งเดิม มายังตำแหน่งที่เราเลือก รอมันทำงานสักครู่ ขึ้นอยู่กับจำนวนไฟล์ที่เรามีเก็บไว้ใน "โฟลเดอร์ Downloads"
  3. คลิกที่ "ปุ่ม OK" เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หากเราเข้าไปตรวจสอบในตำแหน่งที่เราได้ตั้งค่า "โฟลเดอร์ Download" เอาไว้ จะสังเกตเห็นว่า หน้าตาของโฟลเดอร์ที่เราสร้างขึ้นมาจะมีรูปไอคอนเปลี่ยนไปด้วย เป็นรูปเหมือนกับ "โฟลเดอร์ Download" เดิม

ใครที่ต้องการเปลี่ยนค่าโฟลเดอร์เริ่มต้นที่ใช้ในการเก็บไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตก็ลองทำตามกันดูนะ

วิธีย้าย โฟลเดอร์ Download ไปไว้ยังไดร์ฟอื่น หรือตำแหน่งอื่น บนระบบปฏิบัติการ Windows

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com