ทิปส์ IT เทคนิคไอที
IT Tips
ทิปส์ Tips หรือ เทคนิคไอที เคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ เคล็ดลับการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ให้เกิดประโยชน์ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีหาเพลงจากเสียง หาเพลงที่ได้ยินด้วย Voice Assistant และแอปพลิเคชันค้นหาเพลง

วิธีหาเพลงที่ได้ยิน หาเพลงจากเสียงที่ติดอยู่ในหัว ด้วยเครื่องมือ ตัวช่วย ต่างๆ อย่าง Alexa, Siri, Google Assistant / Sound Search, Shazam, Soundhound และ Deezer
วิธีหาเพลงจากเสียง หาเพลงที่ได้ยินด้วย Voice Assistant และแอปพลิเคชันค้นหาเพลง

  26 มีนาคม 2565      16
3.33 (3 โหวต)   
ยกเลิก

วิธีหาเพลงจากเสียง ที่ได้ยินด้วย Voice Assistant และแอปพลิเคชันค้นหาเพลง

เชื่อว่าแทบทุกคนน่าจะต้องเคยแวะห้างหรือคาเฟ่แล้วเจอเพลงถูกใจจนเกิดคำถามในใจขึ้นมาว่า "เพลงนั้นเพลงอะไรนะ ?" แล้วอยากเก็บเพลงเข้า Playlist แต่กลับไม่รู้ชื่อเพลง ได้แต่จำคำร้องหรือทำนองเพลงบางช่วงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาจนเกิดเป็นอาการ เพลงติดหู (Earworm) ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงต้องพึ่งพาคนอื่น ๆ อย่างการ "ตั้งกระทู้" ตามหาชื่อเพลงโดยพิมพ์เนื้อหรือทำนองเพลง (เท่าที่จำได้) และหวังว่าจะมีใครที่รู้จักเพลงนั้นผ่านมาเห็นเพื่อที่จะได้หายข้องใจเสียที

Earworm
ภาพจาก : https://www.uow.edu.au/assets/contributed/faculty-of-the-arts-social-sciences-amp-humanities/news-and-events/songhead.jpg

แต่หลังจากที่ยุคของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเฟื่องฟูมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้มีผู้พัฒนา (Developer) ใจดี ที่ทำการพัฒนา "เครื่องมือ" ตัวช่วยในการ "ค้นหาเพลง" ขึ้นมาให้เราได้เลือกใช้งานกันอย่างหลากหลาย ทั้งเครื่องมือในระบบอย่าง Voice Assistant ประจำเครื่องและแอปพลิเคชันตัวช่วยอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

เนื้อหาภายในบทความ

 

ใช้ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant)

หาเพลงจากเสียงด้วย Siri

ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หลาย ๆ คนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าตั้งแต่ iOS 8 เป็นต้นไปก็สามารถ "ขอความช่วยเหลือ" จาก Siri ในการค้นหาเพลงต่าง ๆ ได้ โดยเมื่อเจอเพลงที่ต้องการค้นหาก็เพียงแค่ถาม Siri ว่า "What’s this song?" จากนั้น Siri ก็จะทำการค้นหาเพลงที่ไมโครโฟนของตัวเครื่องจับได้และส่งลิงก์ Apple Music ของเพลงนั้น ๆ ให้แก่ผู้ใช้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถให้ Siri ค้นหาเพลงผ่าน Apple Watch ได้อีกด้วย

ระบบผู้ช่วยเสียง Siri
ภาพจาก : https://www.timetotalktech.com/2016/08/not-sure-what-song-youre-listening-to.html

หาเพลงจากเสียงด้วย Google Assistant

ผู้ช่วยประจำของสมาร์ทโฟนค่าย Android อย่าง Google Assistant เองก็สามารถค้นหาเพลงจากไมโครโฟนของตัวเครื่องได้เหมือนกับบน Siri แต่เหนือกว่าด้วยฟีเจอร์การค้นหาเพลงด้วยเสียง "ฮัมเพลง" และเสียงผิวปากตามทำนองเพลง (อาจได้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนเมื่อเทียบกับการค้นหาเพลงโดยใช้เนื้อร้อง)

โดยเมื่อผู้ใช้ถามด้วยการออกเสียงว่า "What’s this song ?" แล้วร้อง, ฮัมเพลง, ผิวปาก หรือปล่อยให้ไมโครโฟนของตัวเครื่องจับเสียงเพลงรอบข้าง มันก็จะแสดงชื่อเพลงพร้อมศิลปินขึ้นมา อีกทั้งยังมีเนื้อเพลงด้านล่างและลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติมของเพลงนั้น ๆ ปรากฏขึ้นมาอีกด้วย

ระบบผู้ช่วยเสียง Google Assistant

แต่ระบบของ Google Assistant นั้นยังไม่รองรับการใช้งานร่วมกับ ระบบปฏิบัติการ Wear OS หากต้องการค้นหาเพลงบน นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch) จะต้องใช้งานแอปพลิเคชัน บุคคลที่สาม (3rd-Party) อื่น ๆ แทน

หาเพลงจากเสียงด้วย Alexa

ถ้าใครเป็นสาย แกดเจ็ต (Gadget) ของค่าย Amazon ก็สามารถสอบถาม AI ประจำเครื่องอย่าง "Alexa" ว่าเพลงนี้เพลงอะไร ? (What song is this?) ได้เช่นกัน โดยระบบของ Alexa นั้นจะเชื่อมต่อกับ Amazon Music เป็นหลัก แต่ผู้ใช้สามารถปรับการตั้งค่าให้เชื่อมต่อการค้นหาเพลงกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ อย่าง Spotify หรือสตรีมมิงมิวสิคอื่น ๆ ได้ตามต้องการ

ระบบผู้ช่วยเสียง Alexa
ภาพจาก : https://beebom.com/what-song-is-this-apps-identify-songs/

ใช้แอปพลิเคชัน ตัวช่วยอื่น ๆ ในการหาเพลงจากเสียง

หาเพลงจากเสียงด้วย แอป Shazam 

สำหรับแอปพลิเคชัน Shazam ! นี้ไม่ได้หมายถึง หนัง ภาพยนตร์ Shazam จากค่าย DC นะ แต่เป็น "แอปพลิเคชัน" ตัวช่วยในการหาเพลงประจำเครื่อง (รองรับการใช้งานทั้งบน ระบบปฏิบัติการ Android, iOS, Mac และ Windows) ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดี

เพราะด้วยระบบที่ค่อนข้างเสถียรและใช้งานง่ายก็ทำให้แอปพลิเคชันนี้เป็นที่รู้จักและโด่งดังขึ้นในเวลาไม่นาน และหลังจากที่ทาง Apple ก็เข้าซื้อกิจการของ Shazam ไปเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เพิ่ม Shazam เข้ามาเป็น "ส่วนหนึ่ง" ของฟีเจอร์บนระบบ iOS ด้วย

แอป Shazam
ภาพจาก : https://pa1.narvii.com/6599/54ffe8c0d1f6e6143c4bed18b2ac41ba22ab8a2a_hq.gif

โดยเมื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน Shazam ลงบนเครื่องแล้วกดเข้าแอปพลิเคชัน (หรือปัดจอขึ้นเพื่อเรียกใช้ Control Center บน iOS 14.2 ขึ้นไป) และแตะที่ปุ่ม "Shazam" มันก็จะทำการจับเสียงรอบข้างจากไมโครโฟนของตัวเครื่องก่อนประมวลผลการค้นหาสิ่งที่แอปพลิเคชันได้ยินออกมา โดย Shazam นี้จะสามารถระบุได้ทั้งเสียงจากเพลง, โฆษณา, หนัง หรือรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ หลากหลายภาษาทั่วโลก

แอป Shazam
ภาพจาก : https://ios.gadgethacks.com/how-to/unlock-shazams-new-music-recognition-tool-your-iphones-control-center-for-easier-song-identification-0350969/

หาเพลงจากเสียงด้วย แอป Google (Sound Search)

สำหรับใครที่จำเนื้อเพลงไม่ได้ก็สามารถ "ฮัมเพลง" หรือผิวปากเพื่อค้นหาเพลงผ่านแอปพลิเคชัน Google ได้ โดยการแตะไปที่ไอคอนไมค์ แล้วเลือกที่ "Seach for a song" หรือหากไม่มีปุ่มค้นหาเพลงก็สามารถถาม Google ว่า "What’s song is this ?" (นี่เพลงอะไร ?) จากนั้นร้องหรือฮัมเพลงใกล้ ๆ กับไมโครโฟนของตัวเครื่องได้เลย (ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ทั้ง Android และ iOS)

นอกจากนี้ หากผู้ใช้ อุปกรณ์พกพาระบบปฏิบัติการ Android คนใดต้องการจะสร้าง "Shortcut" การค้นหาเพลงด้วย "Sound Search" ก็สามารถกดค้างที่ "หน้า Home Screen" แล้วค้นหาวิดเจ็ต (Widget) ชื่อว่า "Sound Search" จากนั้นลากมาวางบริเวณที่ต้องการได้เลย 

แอป Google (Sound Search)
ภาพจาก : https://beebom.com/what-song-is-this-apps-identify-songs/

หาเพลงจากเสียงด้วย แอป SoundHound

แอปพลิเคชันเพลงที่มีฟีเจอร์อย่างครบเครื่องอย่าง SoundHound เองก็สามารถค้นหาเพลงได้อย่างสะดวกไม่แพ้การใช้งาน Voice Assistant อีกทั้งยังรองรับการใช้งานแบบ Hand-Free และการสั่งงานด้วยเสียงทำให้ง่ายต่อการใช้งานขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้เล่นเพลงที่ต้องการหรือค้นหาเพลงที่ติดอยู่ในหัวก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

แอป SoundHound
ภาพจาก : https://beebom.com/what-song-is-this-apps-identify-songs/

อีกทั้ง SoundHound ยังสามารถจับเสียง "ฮัมเพลง" ของผู้ใช้มาประมวลผลหาเพลงที่ (คาดว่า) ผู้ใช้กำลังตามหาอยู่ได้อีกด้วย ในขณะที่ แอป Shazam สามารถจับเสียงเพลงจากไมโครโฟนได้เฉพาะเพลงที่มีเนื้อร้องเท่านั้น

หาเพลงจากเสียงด้วย แอป Deezer

ทางด้านแอปพลิเคชันสตรีมมิงมิวสิคอย่าง Deezer เองก็เพิ่มฟีเจอร์การค้นหาเพลงด้วยเสียงเข้ามาอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อผู้ใช้กดไปที่ช่องการค้นหาด้านล่างแล้วแตะที่ "ปุ่ม What’s this song ?" ก็จะเป็นการเปิดใช้งานไมโครโฟนของตัวเครื่องเพื่อจับเสียงเพลงมาค้นหาชื่อเพลงและศิลปิน แถมผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มเพลงนั้น ๆ เข้าไปยังรายการเพลงที่ถูกเลือกเอาไว้ (Playlist) ของตัวเองได้ในทันทีอีกด้วย

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com