ทิปส์ IT เทคนิคไอที
IT Tips
ทิปส์ Tips หรือ เทคนิคไอที เคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ เคล็ดลับการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ให้เกิดประโยชน์ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีอ่านค่าวัตต์ (Watt) บนอะแดปเตอร์ชาร์จมือถือ ที่ไม่มีเลขวัตต์บอกค่าไฟ

วิธีอ่านค่าวัตต์ (Watt) บนอะแดปเตอร์ชาร์จมือถือ ที่ไม่มีเลขวัตต์บอกค่าไฟ แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะบอกหน่วยวัตต์ของการชาร์จด่วนมา แต่บนอะแดปเตอร์กลับไม่มีบอก มาดูกันเลย
วิธีอ่านค่าวัตต์ (Watt) บนอะแดปเตอร์ชาร์จมือถือ ที่ไม่มีเลขวัตต์บอกค่าไฟ

  15 ธันวาคม 2563      10
4.75 (4 โหวต)   
ยกเลิก

ดูยังไงว่า อะแดปเตอร์จ่ายไฟกี่วัตต์ (Watt - W) ?

สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ในปัจจุบันมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงๆ และเทคโนโลยีชาร์จด่วนที่ทำให้แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ๆ มีพลังงานเต็ม 100% ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

และถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนที่ออกใหม่มาแต่ละรุ่นจะมีวัตต์บอกชัดเจนว่ารองรับการชาร์จด่วน 45W, 60W, 100W เช่น Xiaomi ขอสู้ศึก "ชาร์จเร็ว" เปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย 80W หรือ OPPO เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไฟความเร็วสูง 125W แต่ ..

อะแดปเตอร์บางตัวกลับไม่มีหน่วยวัตต์ (Watt - W) ให้เห็นกัน

ทำให้เราไม่รู้ได้เลยว่า อะแดปเตอร์แต่ละตัวสามารถจ่ายไฟให้มือถือใช้ฟีเจอร์ชาร์จด่วนได้จริงหรือเปล่า ซึ่งปกติแล้วอะแดปเตอร์ที่ให้มากับตัวมือถือ ก็ควรจะมาพร้อมกับจำนวนวัตต์สูงสุดที่อุปกรณ์สามารถรองรับได้ แต่ก็มีบางแบรนด์ที่ให้วัตต์มาน้อยกว่าวัตต์สูงสุดที่อุปกรณ์รองรับหรือบางแบรนด์ก็ไม่ได้ให้มาเลย ที่ต้องซื้อเสริมแยกต่างหากเอา

ซึ่งการจะเลือกซื้ออะแดปเตอร์ให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีชาร์จด่วนได้ เราก็ควรรู้ว่าจำนวนวัตต์ที่อะแดปเตอร์จ่ายได้ตรงกับความต้องการของอุปกรณ์เรารึเปล่า จะได้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภาพ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรบ้างล่ะ?

เนื้อหาภายในบทความนี้

รู้จักโวลต์ (Volt - V) แอมป์ (Amp - A) และวัตต์ (Watt - W) กันก่อน

ถึงแม้ว่าบนอะแดปเตอร์จะไม่มีจำนวนวัตต์ (Watt) ให้เห็น แต่พลังงานในการจ่ายไฟฟ้าออก (Power Output) ของอะแดปเตอร์จะถูกแสดงด้วยโวลต์ (Volt) และแอมป์ (Amp) เราจึงควรมาทำความรู้กับหน่วยต่างๆ เหล่านี้ก่อน ซึ่งแต่ละหน่วยมีความหมาย ดังนี้

  • Voltage (V) หรือ โวลต์ : หน่วยที่ใช้เรียกขนาดของแรงดันไฟฟ้า เช่น แรงด้านไฟฟ้าในบ้านของประเทศไทยจะอยู่ที่ 220V
  • Amperage (A) หรือ แอมแปร์ หรือ แอมป์ : หน่วยที่ใช้เรียกปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
  • Wattage (W) หรือ วัตต์ : หน่วยวัดกำลังไฟฟ้าที่เป็นตัวบอกพลังงานไฟฟ้าของอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ละชนิดใช้ในการทำงาน เช่น หลอดไฟ 100 วัตต์ จะกินไฟ 100 จูลต่อวินาที

ถ้าลองเปรียบไฟฟ้าเป็นน้ำ โวลต์ก็คือแรงดันน้ำ แอมป์ก็คือปริมาณน้ำที่สามารถไหลผ่านท่อได้ ส่วนวัตต์ก็คือปริมาณน้ำทั้งหมดที่ถูกส่งออกมาด้วยโวลต์และแอมป์ หรือก็คือการนำโวลต์และแอมป์มาคูณกันนั่นเอง

วิธีดูว่าอะแดปเตอร์จ่ายไฟกี่วัตต์

ทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่า อะแดปเตอร์จ่ายไฟได้เท่ากับเทคโนโลยีชาร์จด่วนที่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตรองรับมั้ย ก็สามารถหยิบอะแดปเตอร์ขึ้นมาดูฉลากด้านข้าง

โดยตรงการจ่ายไฟให้ดูที่ Output จะมีแจ้งพลังงานการจ่ายไฟทั้งจำนวนโวลต์ (V) และแอมป์ (A) ให้เรานำ 2 ค่านี้มาคูณกันได้เลย เช่น 5.0V / 3.0A ก็เท่ากับ 5x3 = 15 วัตต์ (W) นั่นเอง

ทีนี้ก็มาดูว่าอะแดปเตอร์แต่ละตัวรองรับการจ่ายไฟแรงแต่ไหน ก็แค่เอาโวลต์กับแอมป์มาคูณกัน

วิธีอ่านค่าวัตต์ (Watt) บนอะแดปเตอร์ชาร์จมือถือ ที่ไม่มีเลขวัตต์บอกค่าไฟ
เครดิตภาพจาก : https://ktcables.com.au/2018/02/23/how-to-calculate-amps-watts-amp-hours-volts-hours-for-your-deep-cycle-batteries/

ภาพด้านบนถูกเรียกว่า กฏของโอห์ม ที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่างๆ ของกระแสไฟฟ้า ซึ่งนอกจากการนำมาหาค่า 'วัตต์' จาก 'โวลต์' และ 'แอมป์' แล้ว เราสามารถนำมาประยุกต์ในการหาค่า 'โวลต์' หรือ 'แอมป์' ได้ หากเรามีค่า 'วัตต์' และค่าใดค่าหนึ่งในสองค่าด้านบน ด้วยการจับมาหารกัน

*เอาจริงๆ แล้ว หากเป็นความรู้ลึกๆ เรื่องไฟฟ้า ทฤษฎี W = VA (หรือ W = V x A) นั้น ค่า W จะไม่ได้เท่ากับ VA เสมอไป โดยค่า W จะเรียกว่ากำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง และ VA เรียกว่า กำลังไฟฟ้าที่ปรากฏ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ค่า W จะใช้กับอุปกรณ์ตัวรับไฟฟ้าว่ารับพลังงานได้มากแค่ไหน ส่วน VA มักจะใช้กับทางอุปกรณ์จ่ายไฟ ซึ่งการจ่ายไฟอาจจะไม่ได้เท่ากับไฟที่อุปกรณ์ต้องการเสมอไปที่อาจจะตกค้างระหว่างการขนส่ง นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่อะแดปเตอร์หลายๆ ตัวไม่ได้บอกค่าเป็น W แต่ใช้ V และ A แทน ซึ่งถ้าไม่ได้ลงลึกอะไรเราก็สามารถใช้สมการด้านบนในการหาค่าไฟคร่าวๆ ได้

อะแดปเตอร์มีการจ่ายไฟหลายระดับ (และหลายมาตรฐาน)

แต่ค่าการจ่ายไฟ Output ไม่ได้มีแค่ค่าเดียว ยกตัวอย่างอะแดปเตอร์ Samsung Travel Adapter ในมือผู้เขียน มีค่า Output ถึง 2 มาตรฐาน และมาตรฐานถึง 2 ค่าอีกด้วย ได้แก่

  • (PDO) 5.0 V = 3.0 A or 9.0 V = 2.77 A
  • (PPS) 3.3 - 5.9 V = 3.0 A or 3.3 - 11.0 V = 2.25 A

วิธีอ่านค่าวัตต์ (Watt) บนอะแดปเตอร์ชาร์จมือถือ ที่ไม่มีเลขวัตต์บอกค่าไฟ
Samsung Travel Adapter ที่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy Note10+

ลองมาดูเรื่องมาตรฐานกันก่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น PDO และ PPS โดยทั้ง 2 มาตรฐาน มีความหมายดังนี้

  • Power Data Objects (PDO) : มาตรฐานการชาร์จโดยทั่วๆ ไป
  • Programmable Power Supply (PPS) : มาตรฐานการชาร์จที่ถูกควบคุมด้วยชิป (รองรับกับมือถือใหม่ๆ) สามารถปรับแรงดันไฟฟ้าได้ละเอียดขึ้น ทำให้ชาร์จไฟได้เร็วขึ้น เสถียรขึ้น หรือร้อนน้อยลง

ส่วนที่แบ่งออกเป็นมาตรฐานละ 2 ค่า ก็อยู่ที่อุปกรณ์ ว่าอุปกรณ์นั้นๆ รองรับการจ่ายไฟระดับไหน มือถือขนาดเล็ก ก็ใช้การจ่ายไฟขนาดเล็ก ส่วนมือถือเรือธง หรือแท็บเล็ต ก็ใช้ระดับการจ่ายไฟขนาดใหญ่ ส่วนอุปกรณ์ไหนรองรับ PPS ก็ไปใช้การจ่ายไฟที่ถูกควบคุมผ่านชิปแทน

ซึ่งหลักการก็จะเหมือนกับความแตกต่างระหว่าง Quick Charge กับ USB Power Delivery (PD) ที่จะแบ่งเป็นเทคโนโลยีที่ชิปอุปกรณ์รองรับ กับเทคโนโลยีมาตรฐานกลางที่รองรับกับทุกแบตเตอรี่

อะแดปเตอร์วัตต์สูงกว่ามือถือมากๆ อันตรายหรือไม่ ?

ทางฝั่งอะแดปเตอร์มีการแบ่งระดับการจ่ายไฟ ซึ่งจะใช้ระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ของอุปกรณ์นั้นๆ รองรับ โดยในแบตเตอรี่ของมือถือรุ่นใหม่ๆ นั้นจะมีชิปที่ช่วยจัดการไฟที่ถูกป้อนเข้ามา ว่าสามารถรับได้มากน้อยแค่ไหน หากอะแดปเตอร์จ่ายไฟได้แรงกว่าที่แบตเตอรี่จะรองรับ ค่าไฟก็จะถูกปรับลงให้เหมาะสมกับแบตเตอรี่ เราจึงสามารถใช้ที่ชาร์จไฟวัตต์สูงๆ ของอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นๆ กับมือถือหรืออุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย ส่วนอะแดปเตอร์ที่จ่ายไฟได้น้อยๆ ก็จะมีผลให้ชาร์จช้าเท่านั้นเอง

ไม่ใช่ว่าทุกอะแดปเตอร์ที่จ่ายไฟแรงจะชาร์จด่วนได้ทั้งหมด !

สำหรับเทคโนโลยีชาร์จด่วนเฉพาะของแต่ละอุปกรณ์ ไม่ได้มีมาตรฐานกลางเหมือนอย่างการชาร์จทั่วไป แต่ละยี่ห้อก็มีชื่อเรียกต่างกัน เช่น Fast Charge, Quick Charge, Super Charge, Dash Charge ซึ่งแต่ละรุ่นก็ไม่สามารถใช้งานข้ามแพลตฟอร์มกันได้ ทำให้ถึงแม้ว่ามือถือเรากับเพื่อนจะมีชาร์จด่วนเหมือนกัน แต่ถ้าต่างยี่ห้อ ต่างเทคโนโลยีกัน การยืมอะแดปเตอร์มาใช้งาน ก็ทำให้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีชาร์จด่วนได้นั่นเอง

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com