ทิปส์ IT เทคนิคไอที
IT Tips
ทิปส์ Tips หรือ เทคนิคไอที เคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ เคล็ดลับการใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ให้เกิดประโยชน์ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ แม้พัดลมระบายความร้อนจะมีในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง แต่จะจัดวางอยางไรให้ระบายอากาศได้ดี มาดูกัน
การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม

  12 ธันวาคม 2563      43
5 (1 โหวต)   
ยกเลิก

การจัดการ Airflow กระแสลมระบายความร้อนภายในเคสคอมพิวเตอร์

ยุคนี้การจะประกอบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใช้งานสักเครื่องไม่ใช้เรื่องยาก ด้วยความที่ชิ้นส่วนต่างๆ มีการกำหนดมาตรฐานการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน บ่อยครั้งที่มีคนอธิบายว่า "มันก็เหมือนตัวต่อเลโก้สำหรับผู้ใหญ่"

อย่างไรก็ตาม การจัดการกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศภายในเคสของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพที่ดีไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับมือใหม่ มันเป็นเรื่องของฟิสิกส์, อุณหพลศาสตร์ และความสนุกในการประกอบ แต่มันก็มีหลักพื้นฐานที่เราสามารถนำมาปรับใช้เพื่อให้เคสคอมพิวเตอร์ของเราสามารถระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้นอยู่นะ ทำอย่างไร มาอ่านกัน

เนื้อหาในบทความ

การเลือกพัดลมระบายความร้อนในเคสคอมพิวเตอร์

พัดลมระบายความร้อนในคอมพิวเตอร์ (Computer Cooling Fan) นั้นแท้จริงแล้ว มีอยู่หลากหลายขนาด ในตลาด อาทิ

  • ขนาด 80 มิลลิเมตร
  • ขนาด 120 มิลลิเมตร
  • ขนาด 140 มิลลิเมตร
  • ขนาด 200 มิลลิเมตร
  • และขนาดอื่นๆ อีกมากมาย

โดยก่อนที่เราจะซื้อเราก็ต้องพิจารณาก่อนว่าเคสคอมพิวเตอร์ของเรารองรับการติดตั้งพัดลมขนาดไหนได้บ้าง นอกเหนือจากนั้น ก็มีสิ่งที่เราอยากให้คุณคำนึงถึงก่อนด้วย ดังนี้

จะขนาดใหญ่ หรือ ขนาดเล็ก ?

โดยปกติแล้ว พัดลมขนาดใหญ่จะสามารถสร้าง "แรงดันลม (Air Pressure)" ได้สูงกว่าพัดลมขนาดเล็กเมื่อเทียบกันที่ความเร็วรอบในการหมุนที่เท่ากัน (RPM) ทำให้ในการทำงาน มันไม่จำเป็นต้องหมุนด้วยความเร็วสูงมากนัก เมื่อมอเตอร์หมุนช้า เสียงการทำงานก็จะเงียบกว่า ดังนั้นพัดลมขนาดใหญ่จึงทำงานได้เงียบกว่าพัดลมขนาดเล็ก ถ้าเคสคุณสามารถติดตั้งพัดลมขนาดใหญ่ได้

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://bestgamingpro.com/best-120mm-case-fans/

จะหมุนเร็ว หรือ หมุนช้า ?

พัดลมติดเคสนั้นมีความเร็วรอบการหมุน (RPM) ให้เลือกแตกต่างกันไป ยิ่งรอบหมุนเร็ว ก็สร้างแรงลมได้มากขึ้น แต่ยิ่งหมุนช้าเท่าไหร่ เสียงก็ยิ่งเงียบขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ค่อยสำคัญมากนัก เพราะพัดลมสมัยนี้จะทำงานร่วมกับเมนบอร์ด ปรับความเร็วของพัดลมให้เหมาะสมอัตโนมัติได้อยู่แล้ว พัดลม และเคสบางรุ่นถึงขนาดมาพร้อมกับปุ่มปรับความเร็วพัดลมเลยด้วยซ้ำ

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://th.aliexpress.com/item/32655156846.html

Airflow หรือ Static Pressure

พัดลมติดเคสนั้นมีใบพัดอยู่ 2 รูปแบบ คือ Airflow หรือ Static Pressure

  • ใบพัดแบบ Airflow : จะทำงานเงียบกว่า และไม่มีข้อจำกัดด้านการติดตั้ง จะติดไว้บริเวณไหนในเคสก็ได้ เช่น ด้านหน้าของตัวเคส
  • ใบพัดแบบ Static Pressure : มันอาจไม่สามารถสร้างแรงดันลมที่ทรงพลังได้เท่ากับใบพัดแบบ Airflow แต่มันทำงานได้ดีกว่าเมื่อพื้นที่ให้ลมเคลื่อนที่มีข้อจำกัด อย่างเช่น ในหม้อน้ำของตัว Water cooling หรือพัดลม CPU ที่มีจำนวน Fin หนาแน่น

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.wepc.com/reviews/best-case-fans/

แยกความแตกต่างระหว่าง Airflow หรือ Static Pressure อย่างไร ?

แยกได้ง่ายมาก ถ้าใบพัดมีช่องว่างกว้างพอจะเอานิ้วสอดลอดเข้าไปได้ นั่นคือ Airflow ถ้าใบพัดมีขนาดใหญ่ ช่องว่างแคบก็เป็นแบบ Static Pressure

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.wepc.com/reviews/best-case-fans/

ไฟ LED RGB และความสวยงามอื่นๆ

ความสวยงาม อาจไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ แต่ก็มีผลต่อจิตใจ โดยเฉพาะเหล่าเกมเมอร์ที่ชีวิตขาดแสงสี RGB ไม่ได้ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ยุคนี้มาพร้อมกับไฟ RGB ไม่เว้นแม้แต่พัดลม บางรุ่นถึงกับมีหน้าจอแสดงผลภาพได้เลยด้วยซ้ำ แต่ลูกเล่นพวกนี้ก็ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นด้วยนะ ถ้างบจำกัด ก็ลองมองรุ่นที่ไม่มีไฟประดับก็ได้

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.advice.co.th/branch-u001/index.php/product/A0128333

หลักการพื้นฐาน ลมเย็นเป่าเข้า ลมร้อนเป่าออก

หลักการพื้นฐานของการระบายความร้อนภายในเคสคอมพิวเตอร์ค่อนข้างเรียบง่าย เมื่อชิ้นส่วนภายในเคสมีการทำงาน มันก็จะปล่อยความร้อนออกมา และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของมันลดลง หรือหากรุนแรงก็อาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายได้เลยด้วยซ้ำ 

โดยปกติแล้ว พัดลมที่อยู่ด้านหน้าของตัวเคสจะทำหน้าที่ดูดอากาศจากภายนอกห้อง ซึ่งมีอุณหภูมิภายในห้องจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าอากาศที่อยู่เข้ามาภายในเคส จากนั้นพัดลมที่อยู่ด้านหลังก็จะดูดอากาศร้อนภายในเคสให้ไหลออกไป หมุนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่า หากคุณใช้งานในห้องที่มีอุณหภูมิสูง อากาศอบอ้าว การระบายความร้อนก็จะแย่ลงไปด้วย เขาถึงไม่แนะนำให้วางเคสคอมพิวเตอร์ติดผนัง หรือในห้องที่มีความร้อนสูงผิดปกติ รวมไปถึงการวางเคสคอมพิวเตอร์ไว้ในพื้นที่ปิด (แบบภาพด้านล่าง) ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.howtogeek.com/303078/how-to-manage-your-pcs-fans-for-optimal-airflow-and-cooling/

การวางแผนทิศทางทางเดินของลม

ก่อนอื่นเราควรรู้เรื่องพื้นฐานของทิศทางลมของพัดลมก่อน พัดลมคอมพิวเตอร์ทุกรุ่นจะออกแบบมาเหมือนกันหมด คือ ด้านที่เปิดโล่งจะเป็นด้านที่ดูดลมเข้า ส่วนด้านที่มีโครงปิดจะเป็นด้านที่ลมถูกปล่อยออก

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.howtogeek.com/303078/how-to-manage-your-pcs-fans-for-optimal-airflow-and-cooling/

เคสคอมพิวเตอร์ "ส่วนใหญ่" จะมีแนวทางการออกแบบทางเดินลม โดยดูดลมออกจากด้านหน้า แล้วปล่อยไปทางด้านหลัง และดูดลมเข้าจากด้านล่าง แล้วปล่อยขึ้นด้านบน

ดังนั้นในการติดตั้งพัดลม โดยปกติแล้วก็จะเป็นดังนี้

  • ด้านหน้า และด้านข้าง ให้หันด้านที่เปิดโล่งไปทางภายนอกของตัวเคส 
  • ด้านบน ให้หันด้านที่เปิดโล่งเข้าตัวเคส เพื่อระบายลมร้อนออกทางด้านบนของตัวเคส
  • ด้านล่าง ให้หันด้านที่เปิดโล่งขึ้นทางด้านบน เพื่อดูดอากาศจากใต้เคสเข้ามาภายใน
  • ด้านหลัง ให้หันด้านที่เปิดโล่งไปทางด้านหน้าของเคส เพื่อระบายลมร้อนออกทางด้านหลังของตัวเคส

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.howtogeek.com/303078/how-to-manage-your-pcs-fans-for-optimal-airflow-and-cooling/

การลดอุปสรรคที่คอยขัดขวางทางเดินลม

ภายในคอมพิวเตอร์มีชิ้นส่วนมากมาย และสิ่งเหล่านั้นก็เป็นอุปสรรคของทางเดินลมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากสังเกตดูจะพบว่าเมนบอร์ดส่วนใหญ่จะออกแบบให้ช่องเสียบการ์ดต่างๆ อยู่ในแนวนอน นั่นก็เพราะว่าหากทำเป็นแนวตั้ง พวกการ์ดต่างๆ ก็จะไปบังทิศทางลมได้โดยง่าย

สิ่งที่จะจัดการยากหน่อยก็จะเป็นพวกสายเชื่อมต่อระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ กับเมนบอร์ด ซึ่งหากเป็นเคสรุ่นใหม่ๆ ผู้ผลิตเขาจะออกแบบให้มีช่องร้อยสายไฟอ้อมไปด้านหลังของเมนบอร์ดได้ เพื่อลดการใช้พื้นที่ภายในตัวเคสมากที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้การทำเช่นนั้นจะทำให้ตอนประกอบคอมพิวเตอร์มีความยากตอนเดินสายขึ้นมาบ้าง แต่ก็คุ้มค่าแก่การเสียเวลา นอกจากจะทำให้ภายในเคสโล่ง ลมเดินทางได้สะดวกแล้ว ยังได้เรื่องความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย

เคสรุ่นเก่าๆ ที่ไม่ได้ออกแบบมาให้มีช่องเดินซ่อนสายไฟ หากไม่อยากเสียเงินซื้อเคสใหม่ เราก็อาจจะต้องหาทางจัดเก็บสายด้วยตัวเองให้ชิดไปตามขอบด้านใดด้านหนึ่งด้วยตนเอง โดยใช้พวกลวดมัดสายไฟมาช่วยเก็บงานเพื่อไม่ให้สายลอยโด่เด่ขวางทางลมในเคส

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.facebook.com/AorusTH/photos/pcb.1705118073116521/1705117746449887

ขนาดพัดลม CPU กับพัดลมด้านหลังเคส

CPU จะต้องติดตั้งพร้อมกับครีบระบายความร้อน (Heatsink) และพัดลมระบายความร้อน (บางคนอาจจะใช้ชุดน้ำ) เพื่อให้การระบายความร้อนทำได้รวดเร็วที่สุด เราควรวางตำแหน่งพัดลมด้านหลังตัวเคสให้ขนานไปกับตำแหน่งพัดลมระบายความร้อนของ CPU โดยปกติแล้ว เคสจะทำมาให้เราสามารถปรับระดับตำแหน่งของพัดลมด้านหลังตัวเคสได้ (ถ้าไม่ได้ก็ทำใจ)

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.howtogeek.com/303078/how-to-manage-your-pcs-fans-for-optimal-airflow-and-cooling/

การทำให้ความดันอากาศภายในเคสมีความสมดุล

ลองจินตนาการว่าภายในเคสคอมพิวเตอร์เป็นกล่องที่ปิดทึบ และมีลมถูกดูดเข้า และถูกดูดออกอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงเคสคอมพิวเตอร์ไม่ได้ปิดทึบขนาดนั้น และอากาศที่ไหลเวียนเข้าออกก็ไม่ได้เท่ากันเป๊ะอีกด้วย ความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นจะมีอยู่ 3 ความเป็นไปได้ คือ

  • Positive Pressure (ความดันอากาศบวก) : ปริมาณลมถูกดูดเข้ามากกว่าลมที่ถูกปล่อยออก
  • Negative Pressure (ความดันอากาศลบ) : ปริมาณลมถูกปล่อยออกไปมากกว่าลมที่ถูกดูดเข้า มีผลให้เกิดสภาวะสูญญากาศเล็กน้อย
  • Static Pressure (ความดันสมดุล) : ปริมาณลมถูกดูดเข้าเท่ากับลมที่ถูกปล่อยออก ทำให้ความดันอากาศเท่ากับความดันภายในห้อง

แน่นอนว่าในทางทฤษฎีแล้ว ความดันสมดุลเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ไม่มีทางที่เราจะเซ็ตค่าให้แรงดันมันสมดุลได้เป๊ะอยู่แล้ว และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เราก็จะต้องมีพัดลมดูดเข้า และพัดลมดูดออก อย่างน้อยอย่างละหนึ่งตัวอยู่ดี 

สมมติว่าเราอยากติดพัดลมเพิ่ม เราควรจะมีพัดลมดูดเข้ามากกว่า หรือมีพัดลมดูดออกมากกว่า แบบไหนดีกว่ากัน?

ทั้งคู่มีข้อดีกันคนละอย่าง ตามหลักทฤษฎีแล้วความดันอากาศลบจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าเล็กน้อย เนื่องจากลมร้อนถูกปล่อยออกไปจนหมดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มันทำให้เกิดสภาวะสูญญากาศที่จะดึงอากาศที่จะดึงดูดพวกขี้ฝุ่นต่างๆ ที่เกาะตามจุดต่างๆ ภายในเคสที่ไม่ได้ถูกปิดสนิทให้มาเกาะอยู่ภายในเคส ส่วนความดันอากาศบวกแม้จะไม่เย็นเท่า แต่ก็จะดูดฝุ่นเข้ามาในเคสน้อยกว่า เนื่องจากด้านหน้าเราสามารถติดแผ่นกรองฝุ่นได้ และฝุ่นภายในเคสส่วนใหญ่ก็จะถูกเป่าออกไปมากกว่าจะถูกดูดเข้า (จากสภาวะสูญญากาศ)

อย่างไรก็ตาม แบบไหนดีกว่ากันยากที่จะฟันธง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ก็จะพยายามทำให้มันสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นแหละ โดยส่วนตัวเราคิดว่าก็เซ็ตไปตามที่เราต้องการนั่นแหละ แล้วถ้ารู้สึกว่าฝุ่นมันจับภายในเคสเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ก็ค่อยลองเปลี่ยนพัดลมที่ดูดออก สลับมาใช้เป็นพัดลมดูดเข้าแทน

ถ้าเรื่องฝุ่นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เน้นเรื่องความเย็นเป็นหลัก ก็ลองเช็ตหลายๆ แบบเปรียบเทียบดู แล้วใช้ซอฟต์แวร์ตรวจจับอุณหภูมิอย่าง HWINFO, Core Temp ฯลฯ เพื่อตรวจสอบดูว่าแบบไหนที่เหมาะกับระบบของคุณมากที่สุด

ฝุ่นคือภัยเงียบตัวร้าย !

ฝุ่น (Dust) มีอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะระวังแค่ไหน ฝุ่นก็จะเล็ดรอดไปสะสมภายในเคสคอมพิวเตอร์ของเราได้อยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมเมืองแบบนี้ ยิ่งถ้าหากคุณมีสัตว์เลี้ยง หรือดูดบุหรี่ภายในห้องด้วย ยิ่งต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษเลย ยิ่งฝุ่นเยอะเท่าไหร่ การระบายความร้อนก็ทำได้ยิ่งแย่เท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่ามันดูสกปรกอีกด้วย

เราควรทำความสะอาดภายในเคสอย่างน้อย ทุกๆ 6 เดือน หรือบ่อยกว่านั้น หากบริเวณที่เราอยู่อาศัยมีฝุ่นเยอะกว่าปกติ การทำความสะอาดอาจจะใช้เครื่องเป่าลม เครื่องดูดฝุ่นช่วย แต่ถ้าอาการหนักก็อาจจะต้องใช้ไขควงถอดพัดลมออกมาเช็ดทำความสะอาดใบพัด

ในการป้องกันฝุ่นเราควรจะหาพวกแผ่นกรองฝุ่นมาติดตั้งตามจุดที่มีพัดลมดูดอากาศเข้า และหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเป็นประจำทุกเดือนด้วย หากเคสเราไม่มีแผ่นกรองฝุ่นให้มา ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปแผ่นพวกนี้จะเป็นแม่เหล็กสามารถแปะติดกับเคสคอมพิวเตอร์ของเราได้เลย

การระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการจัด Airflow ภายในเคสคอมพิวเตอร์ อย่างเหมาะสม
ภาพจาก https://www.pcsteps.com/16112-safely-remove-the-dust-computer/

สำหรับคนที่ไม่อยากวุ่นวายกับเรื่องทิศทางลม ก็อาจจะมองหา ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water Cooling System) มาใช้งานแทนดู เพราะว่ามันเป็นระบบที่ไม่ต้องคิดเรื่องการไหลของกระแสลม (Airflow) มากนัก แถมยังสามารถลดอุณหภูมิได้ดีอีกด้วย แต่โดยมากแล้ว ราคาก็จะสูงกว่าพัดลมระบายความร้อน และมีเรื่องที่ต้องคอยระวังกว่าปกตินิดหน่อย

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com