จริงหรือไม่ สายสัญญาณราคาแพงให้เสียงและภาพที่คุณภาพสูงกว่า
สายสัญญาณ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในของที่มี ความพิศวง มากทีเดียว สายชนิดเดียวกัน ความยาวเท่ากัน ราคามีให้เลือกตั้งแค้ไม่กี่สิบบาทไปจนถึงหลักหมื่น โดยมีคำกล่าววว่า สายยิ่งแพง สัญญาณยิ่งชัด ภาพและเสียงจะสมจริงได้มิติยิ่งกว่าเดิม แล้วมันจริงหรือไม่ คุ้มกับมูลค่าที่เราต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า เรามาดูสายกันไปทีละชนิดดีกว่าครับ
HDMI
สำหรับ HDMI แล้ว ทุกเส้นมีลักษณะในการทำงานเหมือนกัน ถ้าคุณได้ภาพจากแหล่งกำเนิดภาพแล้ว (เครื่องเล่นบลู-เรย์, มีเดีย สตรีมเมอร์, กล่องดิจิตอล ฯลฯ) ถ้าภาพขึ้นบนจอ แปลว่าการทำงานของมันสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะใช้สายถูฏหรือแพง ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่มีทางแตกต่างกัน เพราะมันมีสัญญาณแบบดิจิตอล 0 กับ 1 เท่านั้น
และอย่าตกเป็นเหยื่อการตลาด โลกนี้ไม่มี HDMi 1.4, HDMI special cable for 3D, 120 หรือ 240Hz อะไรทั้งสิ้น สาย HD
ในการใช้งานปกติ High Speed HDMI Cableก็ครอบคลุมการทำงานทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณภาพระดับ 1080p หรือ UltraHD 4K
จากการทดสอบของ Tested ผลลัพธ์ของสายราคา 200 และสายราคา 6,000 ไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด


เครดิตภาพ https://www.tested.com/tech/3329-the-difference-between-cheap-and-expensive-hdmi-cables/
แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ในระยะธรรมดาทั่วไป หากต้องการลากสายไกลๆ ระยะเกิน 20 เมตร เราอาจจะต้องใช้สายราคาแพงในการทำงาน โดยเลือกใช้สายที่มีเทคโนโลยี Redmere ซึ่งจะมีการฝังชิพช่วยบูทสัญญาณ ทำให้ส่งได้ไกลขึ้น แต่ถ้าเราใช้ปกติายในบ้าน คุณจะไม่เห็นคามแตกต่างนี้หรอก
USB (และสาย Lightning)
มีความเชื่อผิดๆ ของคนที่ติดกับมายาคติว่า สาย USB ราคาแงพงจะส่งข็อมูลได้ดีกว่า ภาพที่ได้จะมีอารมณ์ เสียงที่ได้จะอิ่มกว่า กรณีนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับสาย HDMI โลกของดิจิตอลมันไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจาก 0 กับ 1 ในการรับส่งข้อมูลแล้ว สาย USB ไม่ว่าจะถูกหรือแพงก็ไม่แตกต่างกัน กรณีรวมถึงสาย Lightning ของ Apple ด้วย ที่ยกมารวมกันเนื่องจากการทำงานของสายทั้งสองรูปแบบนี้ไม่แตกต่างกัน
แต่ก็มีข้อยกเว้น ในเรื่องของการส่งพลังงานไฟฟ้า สาย USB แต่ละเส้นมีความเร็วในการชาร์จอุปกรณ์แตกต่างกัน สาย USB คุณภาพดีจะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายได้ในจำนวน Amps ที่มากกว่า หากต้องการความเร็วในการชาร์จอุปกรณ์ อันนี้เราก็ต้องเลือกสาย USB ที่มีคุณภาพดีหน่อย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแพงเวอร์จนเกินไปก็ได้ มันไมไ่ด้แตกต่างกันมากขนาดไหน
สุดท้ายขอย้ำอีกที สาย USB ไม่ทำให้ภาพหรือเสียงมีคุณภาพที่ดีขึ้น ฟันธง
ปล. เห็นคนขายสาย USB แล้วบอกว่าลงเพลงผ่านสายนี้ เสียงจะดีขึ้น แล้วสลดใจยิ่งนัก
สายลำโพง (Speaker Cables)
นักฟังูทองเชื่อมั่นว่าสายลำโพงราคาแพงสามารถเปลี่ยนคุณภาพเสียงที่ได้จากเครื่องเล่นเพลงได้ เพลงจะกงัวาล มิติเสียงอิ่มมากกว่าเดิม
สำหรับสายลำโพงแล้ว ค่าความต้านทานของสายส่งผลต่อเสียง และมีการพิศูจน์แล้วด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ สายแต่ละเส้นที่แตกต่างกันทำให้สัญญาณเสียงจากเครื่องเล่นที่ออกมายังลำโพง แตกต่างกันจริง
หมายความว่าเรา เราต้องจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อให้ได้เสียงที่ได้ขึ้นใช่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ทั้งหมด เป็นการยากที่เราจะคาดเดาว่าสายแบบไหนเหมาะกับเครื่องเล่นตัวไหน ถึงจะให้เสียงที่เหมาะสมที่สุด สายราคาแพงอาจจะทำให้เสียงที่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลง มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
และสายส่งผลต่อเสียงน้อยมาก หากเทียบกับ DAC การเปลี่ยน DAC จะให้ความชัดเจนมากกว่า หรือแม้แต่การขยับลำโพง การจัดห้องให้ทิศทางของคลื่นเสียงเปลี่ยนไป ก็ส่งผลต่อเสียงที่เราจะได้ยินได้ทั้งสิ้น
สายลำโพงนั้นมีความแตกต่างจาก USB และ HDMI เพราะสายลำโพงนั้นทำงานเป็น Analog คุณภาพของสายจะส่งผลต่อเสียงและวิดีโอได้ (แต่ก็เล็กน้อย)
Optical cables
สัญญาณที่ส่งผ่านสาย Optical cable ส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาณแบบดิจิตอล สัญญาณเสียงจะเป็นรูปแบบ PCM (Pulse Code Modulation) หรือไม่ก็ Dolby Digital Formal
ในการถอดรหัสสัญญาณแบบ Dolby Digital ถ้าสัญญาณที่ได้รับไม่สมบูรณ์ เสียงจะหายไปเลยหรือกลายเป็นเสียงบาดหูที่อาจจะสร้างความเสียหายแก่ลำโพงของคุณเลยทีเดียว
แต่ถ้าเป็นการส่งสัญญาณแบบ PCM แล้ว นักฟังหูทองกล่าวว่าสามารถจับความแตกต่างของเสียงที่ได้จากสายที่คุณภาพแตกต่างกัน แต่จากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ระหว่างสายแพงและสายถูกแล้ว พบว่าไม่แตกต่างกันอยู่ดี

เครดิตภาพและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://archimago.blogspot.se/2013/05/measurements-toslink-optical-audio.html
สายแลน (Ethernet)
ไม่มีอะไรแตกต่าง ถ้ามันใช้งานได้ ก็คือ มันใช้ได้
DVI และ DisplayPort
การทำงานของพอร์ท DVI มีลักษณะการทำงานเหมือนสาย HDMI ทุกประการ ถ้ามันเป็นดิจิตอล และมันทำงานได้ แปลว่ามันทำงานได้สมบูรณ์ DisplayPort ก็เช่นเดียวกัน
VGA (RGB-15)
ไม่รู้ว่ายังมีคนใช้พอร์ทนี้อยู่หรือเปล่า แต่ถ้ามี ก่อนอื่นสาย VGA ราคาแพงตอนนี้ก็คงจะกลายเป็นราคาถูกไปแล้วเนื่องจากตกรุ่นไปหลายปี แต่ตามหลักการสาย VGA ทำงานแบบอนาล็อก หากสายคุณภาพสูงก็มีความเป็นไปได้ว่าภาพที่ได้จะแสดงผลดีกว่า
สายไฟ (Power Cables)
ถ้าคุณเข้าวงการเครื่องเล่นเสียงแล้ว มันเป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่คุณพบว่า พวกเขาเชื่อว่าสายไฟที่ดีรวมถึงปลั้กที่มีการกรองไฟ จะทำให้คุณภาพเสียงที่ได้รับนั้นดีขึ้น ถ้าคุณเชื่อว่าการเปลี่ยนปลั้กไฟจะทำให้เสียงดีขึ้น เราก็ขอแสดงความเสียใจด้วย สายไฟไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการส่งสัญญาณเสียงหรือภาพใดๆ ทั้งสิ้นทุกประการ
บทสรุป
ย่อให้เข้าใจง่ายๆ
- ถ้าสายส่งสัญญาณเป็น Digital ถ้ามันทำงานได้ ก็ซื้อที่มันถูกๆ มาใช้ก็ได้
- ถ้าสายส่งสัญญาณเป็น Analog มีความเป็นได้ที่คุณภาพสายจะส่งผลต่อสัญญาณเสียง อย่างไรก็ตามเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มไม่ใช่น้อย แต่ผลที่ได้แตกต่างกันเล็กน้อย อันนี้แล้วแต่เงินในกระเป๋าตังค์ของแต่ละคน
สำหรับคนที่เชื่อว่าสายเทพยังไงก็ต้องดีกว่า ลองทำ Blinetest ดูด้วยตนเองก่อนก็ได้ครับ ว่าจับได้หรือเปล่า









ความคิดเห็น (20)
เชื่อไหมมีคนเคยให้ผมลองฟัง โดยเสียบแค่หัวปลั๊กไฟ ที่ไม่มีสายไฟเข้าเต้ารับ ที่มีสายไฟ ต่อกับ power ampอีกช่อง ผมถึงกับตกใจว่า เสีบกับไม่เสีบ เสียงมีความแตกต่างกัน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่น่าจะอธิบายออกมาได้ กลับกันถ้า system นั้นอยู่ในระดับ ธรรมดา ซึ่งไม่ไวต่ออุปกรณ์ต่างๆในชุด ก็ไม่อาจเห็นความแตกต่างได้
สุกท้ายครับอยู่ที่ความสามารถและประสบการณ์ในการฟังครับ
ยิ่งระยะทางยาวขึ้น สายห่วยๆ ราคาถูกกับสายดีๆ ราคาแพง ให้คุณภาพต่างกันเลย ผมเคยลากสาย HDMI ยาว 15 เมตร สายจีนแดง ภาพไม่ออกจอ ตอนแรกคิดว่าจอเสีย พอเปลี่ยนเป็นสายคุณภาพสูงเท่านั้นแหละภาพมาเลย ของแบบนี้คนไม่เคยเจอกับตัวไม่เชื่อหรอก
..แต่ถ้ามันใช้ได้ เพราะใช้ได้ตามที่คุณว่า เขาจะมี CAT5 CAT5E CAT6 CAT6A มาไว้ทำไมครับ? ทำไมร้านเนต ร้านเกมส์เขาไม่ใช้ CAT5 ล่ะครับ เพราะมันก็ใช้ได้? ทำไมเขาเลือกใช้ CAT6
... คุณไม่บอกเขาล่ะว่า แต่ละสายมันใช้งานลักษณะต่างกันอย่างไร ลักษณะการใช้งานงานประเภทใหน สายเสียง สายภาพ ถ้าไม่ดี คุณลากไม่เกิน 10 เมตร ภาพก็ไม่ออกละ สาย USB คุณบอกว่ามันไม่มีผลในการส่งสัญญาณ คุณไม่ทดสอบล่ะว่า สาย 10 เมตร ราคาต่ำ กับราคาสูง ที่ได้มาตรฐาน การรับส่งข้อมูลมันยังเท่ากันหรือเปล่า
...เขียนบทความแบบนี้ ยังไม่เกิดประโยชน์ในทางเทคนิคอีก ยังจะเกิดผลเสียแก่คนที่ไม่รู้ว่าลักษณะการใช้งานแบบใหนเหมาะกับแบบใหน ถ้าไปซื้อมา ไม่เสียตังส์ฟรีหรอครับ เพราะเหตุผลคุณบอกว่า มันไม่แตกต่าง
...ผมอ่านยังเข้าใจว่ามันไม่แตกต่างกันจริงๆตามคุณว่าเลย แต่ใช้จริงมันไม่ได้ตามคุณว่า
และ HDMI เพื่อเทียบเสียง ก็ไม่ต้องใช้หูเทพ ฟังออกนะ นี่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าวัสดุนำสัญญาณดิจิตอล ต่างกัน คุณภาพเสียงก็ต่างกัน
สาย COAX สาย HDMI ใช้ลวดทองแดงบริสุทธิทำ จะขายเส้นละกี่บาท เสียงมันจะดีขึ้นไม๊ว้าาาา . . . .
หากคุณเคยได้ยินคำว่า เบิน แปลว่า เผา คือสายใหม่ๆ ใช้ไปสักระยะ เสียงมันจะเปลี่ยน บทความคุณพูดถึงอายุใช้งาน ก็มีส่วนถูกตรงนี้ คือสายราคาถูกมัน
สนิมแดกตั้งแต่ต้น ยังไม่ได้ซื้อมา (การผลิตสายโดยไม่มีออกซิเจนปน มันแพงมาก)
ค่า MBps (ปริมาณข้อมูลต่อวินาที) Optical ใช้แสงนำสัญญาณ ไวสุด ลากยาวไม่ดรอป แต่ไม่นิยมใช้ และไม่รองรับ DTS HDMA
โดยส่วนตัว ขอสรุปว่า การเลือกใช้สายเกรดดี ที่ผลิตยาก ได้คุณภาพเสียงดีกว่า ไม่ใช่ให้เสียงที่ดีกว่า หวังแค่ให้เสียงตรงกว่า
บางครั้งความเพี้ยน ทำให้มีฮาโมนิค ความถี่มันเกิดความยืดยาด เกิดเสียงนุ่ม ไม่ถูกต้อง แต่ถูกใจผู้จ่ายตังค์ เรื่องเม๊าขำๆ มีมากมาย เกลื่อนกลาด หาอ่านเอาเถิด ขอแค่ อ่านเล่นขำๆ เปิดใจรับฟังไว้เถิด
- บางท่านใช้สายจีน คุณภาพของวัสดุมันห่วยมัน Lost eror เยอะสัญญาณมันก็เพื้ยนหรือใช้ไม่ได้เลย ถ้าใช้ไกลๆ มันก็ lost แต่ถ้าคุณใช้ของตามมาตรฐานมันจะไม่มีปัญหา เช่นไกลได้ 15 หรืออาจไกลขึ้นกว่ากันนิดหน่อยโดยยังโอเค .... แต่ถ้าส่งระยะไกล้ๆ ถ้าไม่ห่วยผลิดห่วยๆ แบบจีนไม่มีปัญหาอะไร
- บางท่านยกตัวอย่างสายแลน ที่เค้าผลิด CAT5 6 7 มันก็คือการแก้ปัญหาการ lost โดยไปเน้นที่วัสดุครับ การต่อสายต่างๆ ไม่เปลี่ยน คุณอย่างส่งข้อมูลเร็วๆ สายก็ต้องดีๆ ก็แค่นั้นเอง ทฤษฎีหลัการอะไรไม่เปลี่ยนจากเดิม
ที่เจ้าของบทความพูดถูกหมดทุกอย่างครับ ทีวีเคร่องเสียง บลูเลย์ ดีวีดี HD Play ต่อกันแค่สามสี่แมตร หรือสิบเมตร ถ้าสายคุณผลิดตามมาตรฐาน มันจะได้ผลลัพท์ของภาพและเสียงเท่ากันไม่เปลี่ยนไม่ว่าคุณจะใช้สายเส้นละร้อยหรือเส้นละแสน
ยกตัวอย่างถ้าคุณใช้สาย LAN ที่ผลิดตามมารฐานบังคับทั้งวัสดุและอื่น ทฤษฎีคือวิ่งได้ประมาณเช่น 100MBps โดยไม่ lost (ตามอดมคติ) คุณจะใช้ทองเส้นละแสน หรือเงินทำ หรือทองแดงสิบบาททำมันก็ได้ผลลัพท์เท่ากัน บอกแล้่วมันเป็นดิจิตอล
พลีชีพแล้วกัน สายลำโพงเมตร สิบบาท ร้อยบาท พันบาท เสียงพอฟังออกว่าต่างๆ (พอฟังออกนะครับ) แต่เส้นเมตรพันกับหมื่นหรือแสน มันต้องใช้เครื่องวัดครับ มันไม่ต่างหูฟังไม่ออกเป็นคุณค่าทางใจเหมือนคนเล่นพระครับ ..... การจัดวาง หรือราคาลำโพงกับเครื่องเสียงมีผลมากกว่า 90 เปอร์เซ็น