คลื่นวิทยุ AM กับ FM คืออะไร ? มีความแตกต่าง และมีการใช้งานคลื่นทั้ง 2 อย่างไร ?
คลื่นวิทยุ AM กับ FM แตกต่างกันอย่างไร ?
หากเรามองย้อนกลับไปในยุคก่อนที่เราจะมี Spotify, Apple Music หรือ YouTube Music หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งว่ายุคก่อนที่บริการสตรีมมิ่งจะเฟื่องฟูเหมือนอย่างทุกวันนี้ การฟังเพลง หรือข่าวต่าง ๆ ทางวิทยุ จะเป็นการรับสัญญาณโดยใช้คลื่นวิทยุเป็นหลัก (อันที่จริง ทุกวันนี้ก็ยังคงใช้งานกันอยู่นะ ยังไม่ได้หายไปไหน)
ซึ่งคลื่นที่เราฟังผ่านวิทยุก็จะมี AM กับ FM แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมมันถึงต้องมี 2 คลื่นนี้ แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร ? คลื่นไหนดีกว่ากัน ในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจมันกันให้มากขึ้น
คลื่นวิทยุ AM คืออะไร ?
(What is AM Radio Frequency ?)
AM ย่อมาจาก "Amplitude Modulation" เป็นรูปแบบหนึ่งของการกล้ำสัญญาณ (Modulation) ซึ่งเป็นกระบวนการของการปรับเปลี่ยนลักษณะคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลาย ๆ อย่างของรูปสัญญาณเพื่อใช้ในการส่งข้อมูล ซึ่ง AM นี้ถูกใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณออกอากาศทางวิทยุอย่างแพร่หลาย
ถึงแม้ว่าคลื่นวิทยุ AM จะเป็นรูปแบบการทำ Modulation ที่เก่าแก่ เริ่มต้นพัฒนามาตั้งแต่ช่วงยุค ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) แต่มันก็ยังถูกใช้งานมาจนถึงในปัจจุบันนี้
ข้อดีของคลื่นวิทยุ AM คือใช้งานง่าย สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่าคลื่นวิทยุ FM มาก และมีต้นทุนการส่ง และรับสัญญาณที่ไม่แพง
คลื่นวิทยุ FM คืออะไร ?
(What is FM Radio Frequency ?)
FM ย่อมาจาก "Frequency Modulation" ได้ถูกคิดค้นขึ้นมา ในปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) มันกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการเผยแพร่สัญญาณวิทยุนอกเหนือไปจากคลื่นวิทยุ AM ที่ใช้งานมาอย่างช้านาน และกลายเป็นหนึ่งในสองคลื่นหลักที่ใช้เผยแพร่สัญญาณออกอากาศของวิทยุมาจนถึงปัจจุบันนี้
ความแตกต่างของคลื่น AM กับ FM อยู่ที่วิธีการเข้ารหัสข้อมูล หรือการทำ Modulation
โดยคลื่นวิทยุ AM ทำงานด้วยการปรับค่า Amplitude ของคลื่นวิทยุในการส่งสัญญาณเสียง โดยสัญญาณเสียงจะมีค่าซ้อนทับไปกับค่า Amplitude ของคลื่นพาหะ ทำให้ความถี่ของสัญญาณมีความแรงมากขึ้น สามารถส่งสัญญาณได้ไกล อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้มีข้อเสียตรงที่สามารถถูกรบกวนสัญญาณได้ง่าย ทำให้คุณภาพเสียงไม่ค่อยดีนัก
ในขณะที่คลื่นวิทยุ FM นั้น ทำงานด้วยการปรับความถี่ของคลื่นวิทยุเพื่อส่งสัญญาณ ข้อมูลจะถูกทับบนความถี่ของคลื่นพาหะโดยตรง ส่งผลให้ความถี่ของคลื่นมีความผันผวนไปตามรูปแบบของสัญญาณที่จะส่ง ซึ่งเทคนิคนี้ ทำให้คลื่นวิทยุ FM สามารถส่งข้อมูลได้มากขึ้น และมีคุณภาพเสียงที่ดีกว่าคลื่นวิทยุ AM
ในทางกลับกัน วิทยุ FM นั้นทำงานโดยการปรับความถี่ของคลื่นวิทยุเพื่อส่งสัญญาณเสียง ข้อมูลจะทับบนความถี่ของคลื่นพาหะ ซึ่งทำให้ความถี่ของคลื่นผันผวนตามไปด้วย คลื่นวิทยุ FM ส่งข้อมูลได้มากกว่าและให้คุณภาพสัญญาณที่สูงกว่าวิทยุ AM และรองรับการส่งสัญญาณเสียงแบบสเตอริโอ (Stereo) ได้อีกด้วย

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Frequency_modulation
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคลื่น AM กับ FM
| คลื่นวิทยุ AM | คลื่นวิทยุ FM | |
| ย่อมาจาก | Amplitude Modulation | Frequency Modulation |
| ปีที่คิดค้น | ส่งสัญญาณได้สำเร็จครั้งแรกกลางปี ค.ศ. 1870 (พ.ศ. 2413) | พัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) |
| Modulation | ความถี่ และช่วงคลื่นเท่าเดิม | Amplitude และช่วงคลื่นเท่าเดิม |
![]() | ||
| ย่านความถี่ | 535 - 1705 KHz สูงสุด 1200 Bps | 88 - 108 MHz |
| คุณสมบัติ | คุณภาพเสียงต่ำ แต่ส่งสัญญาณได้ไกล สัญญาณถูกรบกวนได้ง่าย | คุณภาพเสียงดี รองรับสเตอริโอ แต่ส่งสัญญาณได้ใกล้ |
ย่านความถี่
(Frequency Band)
คลื่นวิทยุ AM จะทำงานบนย่านความถี่ระหว่าง 535 - 1605 kHz ในขณะที่คลื่นวิทยุ FM จะทำงานที่ย่าน 88 - 108 MHz ธรรมชาติของคลื่นนั้น คลื่นความถี่ต่ำจะมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่า ทำให้มันสามารถทะลุสิ่งกีดขวางอย่างภูเขา, อาคาร หรืออุปสรรคต่าง ๆ ได้ดีกว่า
คลื่นวิทยุ AM
สำหรับคลื่นวิทยุ AM จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสื่อสารทางไกล เพราะคลื่นสามารถเดินทางได้ไกลกว่าคลื่นวิทยุ FM เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม คลื่นวิทยุ AM ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป เนื่องจากธรรมชาติของคลื่นความถี่ต่ำนั้นจะถูกรบกวนได้ง่ายกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้า, มอเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถกวนสัญญาณของคลื่นวิทยุ AM ได้ทั้งสิ้น สัญญาณรบกวนนี้จะสร้างความรำคาญให้ผู้ฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรับฟังคลื่นวิทยุ AM ภายในเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก
คลื่นวิทยุ FM
โดยคลื่นวิทยุ FM ทำงานบนย่านความถี่สูง ซึ่งคลื่นจะมีความยาวคลื่นแบบสั้น สัญญาณจึงมีความเสถียรกว่ามาก ทำให้วิทยุคลื่น FM สามารถออกอากาศสัญญาณได้ด้วยคุณภาพที่สูงกว่า, เสียงมีความคมชัด และถูกรบกวนสัญญาณได้ยากกว่า แถมรองรับระบบสเตอริโออีกด้วย คลื่นวิทยุ FM จึงเป็นตัวเลือกหลักที่สถานีวิทยุท้องถิ่นเลือกใช้งาน
การใช้งานคลื่นวิทยุ AM และ FM
(AM and FM Radio Frequency Usages)
ในอดีต การเลือกว่าจะใช้งานคลื่นไหนในการออกอากาศ อาจจะไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ในปัจจุบันนี้ การใช้งานคลื่นถูกแยกการใช้งานออกจากกันด้วยประเภทของเนื้อหาอย่างชัดเจน
คลื่นวิทยุ AM ที่คุณภาพเสียงไม่ดีนัก แต่ส่งสัญญาณได้ไกล และครอบคลุม จึงถูกนำไปใช้กับรายการข่าว หรือ รายการ พอดแคสต์ (Podcast) ซึ่งเน้นการให้สาระข่าวสาร โดยคุณภาพเสียงไม่จำเป็นต้องดีมากก็ได้ ส่วนคลื่นวิทยุ FM ที่คุณภาพเสียงดีกว่า ก็ถูกเลือกใช้ในการออกอากาศสถานีเพลง






ความคิดเห็น (0)