รายได้จากโฆษณาบนเกมมือถือมาจากไหน แล้วผู้พัฒนาเกมได้เงินเท่าไหร่ ?
รายได้จากโฆษณาบนเกมมือถือ ทำได้อย่างไร
แล้วผู้พัฒนาเกมได้เงินเท่าไหร่ ?
เชื่อว่าใครที่เล่นเกมมือถือ ต้องเคยพบกับ โฆษณาคั่นกลางระหว่างเล่นเกม หรือโฆษณาที่เชิญชวนให้ดูเพื่อแลกกับเงิน ไอเท็มในเกม แน่นอนว่าโฆษณาเหล่านี้ไม่ได้ทำมาเพื่อก่อกวนพวกเราหรือโฆษณาสินค้าใด ๆ แต่ยังเป็นช่องทางหารายได้สู่นักพัฒนาเกม แต่ในโลกทุนนิยมแบบนี้ รายได้จากเกมแต่ละเกมก็จะถูกแบ่งสรรปันส่วนไปอีก มาดูกันว่า ผู้พัฒนาสร้างเกม 1 เกมที่มีโฆษณา ได้รายได้จากตรงนี้เท่าไหร่กันบ้าง ?
รายได้จากเกมฟรี ส่วนหนึ่งมาจากโฆษณา
(Some part of income from free games come from advertisement)
ถ้าคุณซื้อเกมเป็นหลัก ก็คงไม่เจอโฆษณากวนใจ แต่ถ้าเล่นเกมฟรีเมื่อไหร่ ย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนตามมา โฆษณานี่แหละที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญทางหนึ่ง ซึ่งจำนวนครั้งของการแสดงโฆษณาในเกมนั้น ๆ รวมถึงระยะเวลาที่โฆษณาถูกแสดงทั้งหมด จะถูกคิดเป็นรายได้ที่มีหลากหลายเกณฑ์ เช่น eCPM, CPI เป็นต้น
eCPM คืออะไร ?
eCPM ย่อมาจาก Effective Cost per Mille คือ รายได้ประมาณการที่เจ้าของเกม ผู้พัฒนาจะได้รับ เมื่อโฆษณานั้น ๆ แสดงทุก 1,000 ครั้ง คำนวณจาก (รายได้รวม / การแสดงผล) x 1,000
CPI คืออะไร ?
CPI ย่อมาจาก Cost per Install หรือต้นทุนการติดตั้ง เมื่อเกมนั้น ๆ ถูกดาวน์โหลดและติดตั้งมานั่นเอง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้มักนำไปเปรียบเทียบกับยอดการแสดงผลโฆษณาในเกมว่ามีมากน้อยแค่ไหน วิธีคิดก็คือ (ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา/ยอดติดตั้งเกมทั้งหมด) = ต้นทุนการติดตั้ง
แล้วรายได้ส่วนนี้ใครเป็นคนจ่าย ? ก็มาจากผู้ซื้อพื้นที่โฆษณานั่นเอง ซึ่งลักษณะของโฆษณานั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งวิดีโอโฆษณา โฆษณาเกมอื่น ๆ ที่ให้ผู้ใช้ได้จำลองการเล่นเกม ทำให้เกิดโอกาสการคลิกโฆษณาง่ายขึ้นอีกด้วย
นอกจากโฆษณาแล้ว แหล่งรายได้อื่น ๆ ของเกมมือถือ 1 เกม ก็คือ
- จำนวนครั้งของการดาวน์โหลดเกม เช่น ทุก ๆ การดาวน์โหลด 4 ครั้ง จะได้เงินจำนวนหนึ่ง แล้วแต่บริษัทเกม ผู้พัฒนาและอื่น ๆ กำหนด เช่น 1 ดอลลาร์สหรัฐ และนี่เป็นราคาเมื่อจำนวนดาวน์โหลดน้อยกว่า 50,000 ครั้ง หากเกมนั้นถูกดาวน์โหลดมากกว่า 50,000 ครั้ง เงินที่ได้ก็จะสูงขึ้น
- การแสดงโฆษณาด้วยแบนเนอร์ตามจุดต่าง ๆ
- ช่องทางการซื้อไอเท็มในแอปพลิเคชันด้วยการเติมเงิน เติมเครดิต
- การสมัครสมาชิกเกม แอปพลิเคชันนั้น ๆ (Subscription) ตัวอย่างแอปพลิเคชันที่ใช้วิธีนี้ คือ Netflix, Spotify
- เชิญชวนให้ผู้ใช้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุน (Supportor)
โฆษณาบนเกมมือถือ ทำรายได้มากขนาดไหน ?
จะเห็นได้ว่าช่องทางรายได้ของเกมมือถือสักเกมนั้นมีมากมายเลยทีเดียว แต่เกมฟรีส่วนใหญ่ (หรือทั้งหมด) ก็เลือกที่จะใช้โฆษณาเป็นตัวสร้างรายได้ให้เกมและทีมงาน เนื่องจากเม็ดเงินที่ได้นั้นถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว
เว็บไซต์ udonis.com ระบุว่า ในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) บริษัทโปรแกรมสร้างเกมชื่อดังอย่าง Unity พบว่า รายได้จากโฆษณาในเกมบนมือถือเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าเปอร์เซ็นต์รายได้ส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกภายในปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) และคาดว่าจะสูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว โดยประเภทของเกมที่สร้างรายได้จากโฆษณาสูงสุดคือ เกมแอคชัน ที่มีรายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้น 52% และเกมการ์ดที่มีรายได้จากโฆษณาสูงถึง 108%
นอกจากนี้ จากการสำรวจกลุ่มผู้เล่นเกม พบว่า 79% ของเหล่าเกมเมอร์มือถือ พอใจกับรูปแบบการสร้างรายได้ด้วยโฆษณาผ่านเกม และอีก 82% ชอบเกมมือถือฟรีที่มีโฆษณามากกว่าเกมที่ไม่มีโฆษณาแต่ต้องจ่ายเงินซื้อ ฉะนั้น นอกจากความพึงพอใจแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือการแสดงโฆษณาและรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำ
อย่าลืมว่า นอกจากค่า eCPM ที่ได้จากการแสดงโฆษณาแล้ว รายได้ก้อนนั้นจะต้องสอดคล้องกับต้นทุนผลิตเกมด้วย ถ้าเป็นเกมขนาดเล็กถึงขนาดกลางแล้วได้รายได้จำนวนมาก ก็ถือว่าเป็นผลกำไร แต่ในรายได้จำนวนเดียวกันบนเกมขนาดใหญ่ฟอร์มยักษ์ ทุ่มทุนสร้างมหาศาล อาจกลายเป็นขาดทุนก็ได้
ต้นทุนเกมมือถือสัก 1 เกม อยู่ที่เท่าไหร่ ?
สำหรับเกมบางเกม เราก็พอเดาได้ว่าเกมนี้ใช้ต้นทุนมากน้อยประมาณไหน ซึ่งต้นทุนการสร้างเกมแต่ละเกม ขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เช่น
- ประเภทของเกม เพราะเกมบางประเภทนั้นไม่มีฟังก์ชันที่ซับซ้อนมาก เช่น เกมการ์ด (Cards Game) แต่เกมบางประเภทนั้น มีรายละเอียดค่อนข้างมากและฟังก์ชันเยอะ เช่น เกมแอคชัน (Action Game) เกมซิมูเลเตอร์ (Simulator Game) ฯลฯ
- ขนาดของเกม ซึ่งคล้าย ๆ กับข้อแรก เกมบางประเภทถูกจัดอยู่ในเกมขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ทันที โดยต้นทุนของเกมแต่ละขนาดมีดังนี้
- เกมขนาดเล็ก มีการควบคุมไม่ซับซ้อน แสดงผลด้วยกราฟิก 2 มิติ ใช้ต้นทุนประมาณ 5,000 - 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- เกมขนาดกลาง มีการแสดงผลที่ซับซ้อน มีลำดับเรื่อง มีระดับความยาก-ง่ายของเกม มีมินิเกมในตัว ใช้ต้นทุนประมาณ 60,000 - 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- เกมขนาดใหญ่ มีเรื่องราวน่าสนใจ เนื้อหาหลากหลาย ใช้กราฟิก 3 มิติ ความละเอียดสูง ใช้ต้นทุนประมาณ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป
- การแสดงผลของเกม เช่น
- เกม 2 มิติ (2D) ใช้ต้นทุนประมาณ 5,000 - 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- เกม 3 มิติ (3D) ใช้ต้นทุนประมาณ 20,000 - 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ภาพตัวอย่างเกมจาก Starloops Studio
ภาพจาก : https://starloopstudios.com/mobile-game-development-cost/
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในเกมที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงราคาประมาณการคร่าว ๆ เท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้ต้นทุนเกมสูงขึ้น เรียกได้ว่ากว่าจะเป็นเกมสักเกมนึงนี่ ใช้เงินไปไม่น้อยเลย
รูปแบบของโฆษณา บนเกมมือถือที่พบได้ทั่วไป
(Types on ADS on mobile games)
นอกจากการคำนวณ eCPM แล้ว การวางตำแหน่ง เลือกรูปแบบโฆษณาบนเกมมือถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงความถี่ในการแสดงโฆษณา เพราะทุก ๆ อย่างจะต้องทำให้ผู้ใช้แฮปปี้กับการเล่นเกม ไม่รำคาญ ไม่รู้สึกยัดเยียดเมื่อเจอโฆษณา และนำมาซึ่งรายได้สู่ผู้พัฒนาเกมนั่นเอง
ตัวอย่างรูปแบบของโฆษณาบนเกมมือถือ
- โฆษณารูปแบบวิดีโอ (Rewarded Video Ads) เมื่อดูจบตามเวลาที่กำหนด จะได้รางวัลหรือไอเท็มในเกม และเป็นหนึ่งในรูปแบบโฆษณายอดนิยมด้วย
- โฆษณารูปแบบเกมทดลอง (Playable Ads) ส่วนใหญ่เป็นโฆษณาเกมที่มีให้ทดลองเล่นมินิเกมสั้น ๆ จากนั้นโฆษณาจะนำพาไปยังสโตร์เพื่อดาวน์โหลดเกม เป็นโฆษณาอีกรูปแบบที่ได้ค่า eCPM สูง
- โฆษณาคั่นระหว่างหน้า (Interstitial Ads) พบได้ขณะผ่านด่านในเกม หรือระหว่างการกระทำอื่น ๆ เช่น เล่นเกมแพ้ เล่นเกมจบด่านแล้วรอไปยังขั้นตอนต่อไป
- แบนเนอร์โฆษณา (Native Banner Ads) มักเป็นแบนเนอร์ที่ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับหน้าตาอินเทอร์เฟซของเกมนั้น ๆ ซึ่งเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้เท่าไรนัก
- โฆษณาแบบ Offerwalls มีลักษณะคล้ายกับโฆษณาแบบวิดีโอ แต่วิธีนี้จะให้ผู้ใช้กระทำการอื่น ๆ นอกเหนือจากการดูวิดีโอแลกรางวัล
ภาพจาก : https://support.google.com/admob/answer/7372450?hl=th
รายได้จากโฆษณา ถูกแบ่งออกไปให้ใครบ้าง ?
(Who have got this income ?)
เพราะกระบวนการสร้างเกมจนถึงการปล่อยเกมสู่ผู้ใช้นั้น มีหลายขั้นตอน และต้องใช้บุคลากรหลายภาคส่วน ทำให้รายได้ของเกมนั้น ๆ ถูกแบ่งให้กับผู้เกี่ยวข้องหลายทาง เช่น
- บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เกมนั้น ๆ
- บริษัทหรือทีมงานพาร์ทเนอร์ที่อยู่ในกระบวนการสร้างเกม (อาจมาในรูปแบบค่าจ้างผลิตเกม)
- แบรนด์สินค้า บริการที่ลงโฆษณา
- ผู้ให้บริการ วางแผนจัดการโฆษณาบนเกม
- แพลตฟอร์มสำหรับดาวน์โหลด เช่น App Store, Play Store
นักพัฒนาสร้างรายได้จากโฆษณาบนเกมมือถือมากน้อยเพียงใด ?
(How much income from mobile game developers have got ?)
คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะรายได้จากการแสดงโฆษณาบนเกมมือถือ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ นอกเหนือจากตกลงผลประโยชน์ภายในแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดง ถูกคลิก หรือเกมในโฆษณานั้น ๆ ถูกดาวน์โหลดลงในเครื่องผู้ใช้, รูปแบบ ตำแหน่งของโฆษณาที่ดึงดูดหรือถูกเชิญชวนให้กดดูโดยง่ายร่วมด้วย ในบางเกม อาจได้รายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่บางเกมอาจได้รายได้จากโฆษณาไม่มากก็ได้
นอกจากนี้ ประเภทของเกมนั้น ๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้จากการแสดงโฆษณา เกมบางประเภทก็ไม่สามารถแสดงโฆษณาได้มากนัก บางเกมใช้เพื่อแลกไอเท็ม เงินในเกมได้ แต่ถ้ามีบ่อยเกินไป โฆษณาแสดงไม่ถูกจังหวะขณะเล่นเกม ผู้ใช้ก็พาลจะไม่ปลื้มเอา
อนาคตของรายได้ จากโฆษณาบนเกมมือถือ จะเป็นอย่างไร ?
(The future of mobile game income)
เห็นได้ว่าโฆษณาบนเกมมือถือฟรีนั้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของเกมแทบทุกเกมไปเสียแล้ว และเป็นเรื่องดีที่ผู้เล่นเกมยอมรับได้กับการมีโฆษณาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมากจากรูปแบบการแสดงผลที่น่าสนใจ โฆษณาบางแบบที่ให้รู้สึกว่าผู้เล่นเกมก็ได้ผลประโยชน์ในเกม ได้ทำอะไรสนุก ๆ
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าเกมแต่ละเกมล้วนมีต้นทุนที่สูง ใช้บุคลากร ทรัพยากรต่าง ๆ จำนวนมาก ฉะนั้น รายได้ที่ทีมงานทุกคนควรจะได้ก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกับแรงกายที่เสียไป แต่ในเมื่อช่องทางรายได้จากการทำเกมนั้นไปในทางที่ดูสว่างสดใส เชื่อว่าอนาคต เรา ๆ จะได้เจอกับเกมและโฆษณาแบบใหม่ ๆ ที่น่าสนใจกว่าเดิมแน่นอน





ความคิดเห็น (1)