รีวิว
Review
รีวิว สินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าไอที ที่ทีมงาน Thaiware ได้ทำการ Review แบบจับต้องสินค้าชนิดนั้นจริงๆ หรือ ทดลองใช้งานซอฟต์แวร์นั้นจริงๆ เรารีวิวแบบ เป็นกลาง ไม่มีโม้ ไม่ลำเอียง อ่านรีวิว ของจริง ต้องอ่านที่ ไทยแวร์รีวิว ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น !

POMO 37° ริสแบนด์สุดล้ำ สำหรับคนรักสุขภาพ

รีวิว POMO 37° ริสแบนด์นวัตกรรมใหม่ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ มีฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการของคนรักสุขภาพได้เป็นอย่างดี
POMO 37° ริสแบนด์สุดล้ำ สำหรับคนรักสุขภาพ

  22 ธันวาคม 2558      1
3.01 (105 โหวต)   
ยกเลิก

IMG_10671

วันนี้ไทยแวร์มีแกดเจ็ตเจ๋งๆ มารีวิวให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ชมกันเหมือนเคย กับ POMO 37° ริสแบนด์นวัตกรรมใหม่ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ จัดเต็มกับฟังก์ชั่นมากมายที่ตอบสนองความต้องการของคนรักสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม มีระบบการทำงานของเทคโนโลยีตัวเซ็นเซอร์ที่สุดล้ำ สามารถตรวจวัดค่าต่างๆ ในร่างกายได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจวัดความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ  อัตราการหายใจ คุณภาพการพักผ่อน รวมไปถึงการนับแคลอรี่ และสถานะทางอารมณ์ได้อีกด้วย

สายรัดข้อมือ POMO 37° นี้สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Android และ iOS พร้อมทั้งยังมีรูปทรงที่ทันสมัย มาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์ ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีฟีเจอร์เด็ดและวิธีการใช้งานอย่างไรบ้างนั้น ลองมาชมไปพร้อมๆ กันได้เลย

2015-12-14_152647

ข้อมูลทั่วไปของอุปกรณ์ POMO 37°

  • Lithium-Polymer Battery ความจุ 157 mAh
  • เชื่อมต่อบลูทูธเวอร์ชัน 4.0
  • รูปแบบอุปกรณ์เซนเซอร์ : Optical Heart Rate Sensor
  • กันน้ำและกันฝุ่นได้ดี ตามมาตรฐาน IP 54
  • ความยาวสายข้อมือ 247 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 21 กรัม

รีวิว POMO 37°

ถึงแม้จะมีขนาดกล่องที่เล็กเพียงฝ่ามือเท่านั้น แต่เมื่อเปิดกล่องออกมา อุปกรณ์ที่ให้มาเรียกได้ว่าจัดเต็มกันเลยทีเดียว ลองมาดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรมาให้บ้าง

IMG_10692

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

  1. Charger 2 ตัว
  2. สายชาร์จ Micro USB 
  3. ตัวอุปกรณ์เซ็นเซอร์
  4. สายข้อมือ 3 สี 
    • สีดำ
    • สีฟ้า
    • สีแสด
  5. ตัวล็อคสายรัดข้อมือ
  6. คู่มือการใช้งาน 

การใช้งานของตัวอุปกรณ์

เรามาดูกันที่อุปกรณ์ตัวสำคัญที่สุดกันก่อนเลย กับตัวเซ็นเซอร์ Optical Heart Rate Sensor ที่มีขนาดเล็ก และยังไม่ได้ประกอบเข้ากับสายข้อมือ โดยที่บริเวณด้านบนมีลักษณะของพื้นผิวที่เรียบ คล้ายกับสแตนเลส และไม่มีหน้าจอแสดงผลใดๆ

IMG_10961

ส่วนบริเวณด้านล่าง จะเป็นตัวเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าต่างๆ ในร่างกาย และมีขั้วสำหรับเสียบเข้ากับตัว Charger ในการชาร์จแบตเตอรี่

IMG_10951

ในส่วนของสายข้อมือนั้นทำมาจากวัสดุคุณภาพดี มีความนุ่ม ยืดหยุ่น และแข็งแรงทนทาน ซึ่งมีมาให้ถึง 3 สาย 3 สีด้วยกัน เราสามารถเลือกใส่สายข้อมือตามสีที่เราชอบได้เลย

IMG_10751

โดยรีวิวนี้ ขอเลือกใช้เป็นสายสีฟ้า เพื่อความสดใสและดูสบายตาแล้วกันนะครับ จากนั้นก็สามารถประกอบสายข้อมือเข้ากับตัวอุปกรณ์ได้ทันที ด้วยการนำตัวอุปกรณ์เซ็นเซอร์ดันเข้าไปในช่องว่างของสายข้อมือ

IMG_10971

เมื่อสวมสายข้อมือเข้ากับตัวอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วก็จะออกมาเป็น ริชแบนด์เก๋ๆ ในลักษณะแบบนี้

IMG_10801 

เมื่อประกอบตัวอุปกรณ์เข้ากับสายข้อมือแล้ว ตำแหน่งของตัวเซ็นเซอร์ที่ใช้วัดค่าต่างๆ นั้น จะอยู่ที่ใต้ตัวริสแบนด์

IMG_10701

ตัวสายริชแบนด์ออกแบบมาให้ปรับได้หลายระดับตามความต้องการ ไม่ว่าจะมีข้อมือที่เล็กหรือใหญ่ก็สามารถสวมใส่ได้อย่างกระชับ

IMG_10741

ต่อมาเรามาดูในส่วนของวิธีการชาร์จแบตเตอรี่กันบ้าง เริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อ Charger เข้ากับตัวอุปกรณ์เซ็นเซอร์ก่อนที่ขั้วสีทอง 2 ขั้ว จากนั้นค่อยต่อสาย Micro USB เข้ากับ Charger อีกทีนึง ขณะที่เสียบชาร์จอยู่ ตัวอุปกรณ์จะมี ไฟสีเขียวกระพริบ เมื่อชาร์จจนเต็มแล้วจะขึ้นไฟสีเขียวค้าง และจะมี ไฟสีแดงกระพริบ เมื่อสถานะแบตเตอรี่อ่อน

IMG_10841 IMG_10881


เริ่มต้นการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน

2015-12-15_124923

ก่อนอื่นต้องทำการดาวน์โหลด แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า 37° Bracelet มาติดตั้งลงบนสมาร์ทโฟนให้เรียบร้อยก่อน (สามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบ Android และ iOS)

3600 3599

ในการเชื่อมต่อสมาร์โฟนกับสายรัดข้อมือ POMO 37° ในครั้งแรกนั้น จะต้องทำการเสียบสายของตัวอุปกรณ์ให้อยู่ลักษณะเหมือนตอนชาร์จแบตเตอรี่อยู่ ในระหว่างนั้นก็ให้เริ่มทำการเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา

IMG_108711 3597

เมื่อเปิดเข้าแอปฯ มาแล้วบลูทูธในมือถือของเราก็จะเปิดให้เองโดยอัตโนมัติ จากนั้นให้เลือกไปที่ 37° Bracelet Purchased แล้วแอปฯ ก็จะเริ่มทำการเชื่อมต่อกับริสแบนด์ของเราทันที

3583 3582

เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงทะเบียนกันต่อ ซึ่งเป็นขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่เลือกประเทศ และกรอกเบอร์โทรศัพท์ (ไม่ต้องใส่เลข 0 ตัวแรกของหมายเลขโทรศัพท์) จากนั้นให้กดปุ่ม Send เพื่อรับรหัสยืนยัน ทาง SMS หลังจากเมื่อได้รหัสตัวเลข 4 หลักมาแล้ว ให้นำมาใส่ลงในช่อง Verification Code แล้วกดปุ่ม Register

856_1512150136006E 856_15121501360164

หน้าต่อมาจะเป็นการใส่ข้อมูลทั่วไปของผู้สวมใส่ริสแบนด์ อย่าง เพศ, วันเดือนปีเกิด, น้ำหนัก, ส่วนสูง, และมือข้างที่สวมใส่ริสแบนด์ เมื่อใส่ข้อมูลทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม Complete เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียน

3578

หลังจากนั้นก็มาลองเล่นกันเลยดีกว่า ให้เริ่มจากการสวมใส่ริสแบนด์บนข้อมือข้างที่ลงทะเบียนเอาไว้ในข้อมูลส่วนตัว แล้วก็ใช้งานบนแอปพลิเคชันกันต่อได้เลย 

IMG_10921

หลังจากที่กดปุ่ม Complete ไปแล้ว จะเข้าสู่หน้าต่างหลักของแอปฯ ซึ่งบริเวณด้านซ้ายบน จะเป็นปุ่มที่ใช้เปิดแถบเมนูต่างๆ ส่วนทางด้านขวาบนตรงสัญลักษณ์แบตเตอรี่สามารถกดเพื่อดูปริมาณของแบตเตอรี่ และคำนวณวันเวลาที่จะหมดได้

3596

เมื่อกดเปิดแถบเมนูออกมาแล้ว จะพบกับเมนูต่างๆ มากมายในส่วนของเมนูด้านบนจะเป็นการตั้งค่าและดูรายงานทั่วไป แต่จุดที่น่าสนใจของแถบเมนูนี้จะอยู่ที่ด้านล่าง ในส่วนของ Measuring ที่เอาไว้ให้เราเลือกตรวจวัดค่าต่างๆ ในร่างกายเราได้ตามต้องการ

Untitled-2

ซึ่งในการตรวจวัดนี้ เราสามารถเลือกที่จะให้อุปกรณ์ทำการตรวจทีละอย่าง หรือทีละหลายๆ อย่างในคราวเดียวก็ได้ (ยิ่งถ้ากดหลายอย่าง ก็ยิ่งใช้เวลาในการตรวจวัดค่านานมากขึ้น)

35901

หลังจากที่กดเลือกตรวจวัดแล้ว ตัวเซ็นเซอร์ที่สายข้อมือก็จะเริ่มทำงานทันที ส่วนในแอปพลิเคชันก็จะแสดงข้อความว่ากำลังตรวจวัดค่าอยู่ (Measuring, ..) พร้อมกับเวลาในการวัดที่บริเวณด้านบน และเมื่อตรวจวัดค่าเสร็จเรียบร้อย แอปฯ ก็จะแสดงรายการของผลตรวจวัดขึ้นบนหน้าต่างหลัก ให้เราสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้

3592

ตัวอย่างเช่นเมื่อกดเข้าไปในรายการของ BP ก็จะเข้าสู่หน้าต่าง My BP Reference ซึ่งเป็นค่าของความดันโลหิต ที่ในแอปฯ สามารถแสดงค่าที่วัดออกมาได้อย่างละเอียด และยังบอกเราได้ว่าค่าที่ได้นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติหรือไม่ปกติ แถมยังมีทิปส์แนะนำในการดูแลสุขภาพเรื่องความดันโลหิตมาให้เราอย่างละเอียดอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่แอปฯ ไม่มีคำอธิบายในรูปแบบของภาษาไทยครับ

3588 3585

ลองมาดูในส่วนของ My Heart Rate กันบ้าง เป็นการบอกอัตราการเต้นของหัวใจต่อหนึ่งนาที ซึ่งแม้ผลที่ได้จะออกมาในค่าที่ปกติ แอปฯ ก็ยังมีการให้ความรู้ได้ดีในเรื่องค่ามาตรฐานในอัตราการเต้นของหัวใจ ว่าส่วนมากโดยทั่วไปแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ 60-80 ครั้งต่อหนึ่งนาที

3587 3586

ทางด้านอารมณ์ความรู้สึก ในส่วนของฟังก์ชั่น Mood จะวัดผลออกมาได้ 5 ระดับ ซึ่งในครั้งนี้ผลออกมาได้ Calm แปลว่าตอนนี้จิตใจสงบ อารมณ์ดี และมีความสุข ซึ่งก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าใช้เทคนิคอะไรในการวัด

3589

นอกจากนี้แล้ว ยังมีฟังก์ชั่นในการนับก้าวเดินแบบอัตโนมัติ พร้อมกับทำรายงานสรุปผลในแต่ละวันอย่างละเอียด ว่าวันนี้เราเดินไปประมาณกี่ก้าว ระยะทางไกลแค่ไหน และเผาผลาญแคลอรี่ไปได้มากน้อยเท่าไร 

3595 

ในทุกผลในการตรวจวัดค่าต่างๆ ของร่างกายจะสามารถกดปุ่ม Share ได้ที่ด้านบนขวามือ แต่น่าเสียดายที่แอปฯ ยังคงรองรับเพียงแต่โซเชียลมีเดียของประเทศจีน ซึ่งไม่สามารถแชร์ไปยัง Line, Facebook หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้

3594

นอกจากนี้ตัวแอปฯ ยังระบบตรวจวัดค่าต่างๆ ให้เองโดยอัตโนมัติในทุกๆ 1 ชั่วโมง แต่จากการทดลองใช้แล้ว มีความรู้สึกว่าระบบยังไม่ค่อยเสถียรเท่าไร มีบางช่วงที่ไม่สามารถวัดค่าได้ ซึ่งจะขึ้นข้อความว่า Measuring Failed


สรุปการใช้งาน

ข้อดี

  • ไม่กินพลังงานแบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 7 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ตรวจวัดค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดและแม่นยำพอสมควร
  • มีค่าวัดในเกณฑ์ปกติแจ้งให้ทราบ พร้อมให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพร่างกาย
  • สายรัดสามารถปรับได้หลายระดับ สวมใส่ได้กระชับและสบายข้อมือ
  • สามารถตรวจเช็คสถานะแบตเตอรี่ พร้อมคำนวณวันที่พลังงานแบตเตอรี่จะหมดผ่านทางแอปฯ ได้
  • สามารถกันฝุ่น กันน้ำได้ดี

ข้อสังเกต

  • สามารถแชร์ผลของการวัดค่าต่างๆ ได้กับแอปฯ ของทางจีนเท่านั้น เช่น WeChat และ Weibo
  • ในการใช้งานต้องเปิดบลูทูธอยู่ตลอดเวลา ทำให้กินพลังงานแบตเตอรี่ของมือถือ
  • ไม่มีฟีเจอร์สำหรับการเปลี่ยนภาษา
  • ไม่สามารถแสดงคำอธิบายต่างๆ ภายในแอปฯ ในรูปแบบของภาษาไทยได้
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com