คนใช้สมาร์ทโฟนทุกคน เกือบทุกคนจะต้องสมัครแพ็คเกจอินเตอร์เน็ต 3G/4G เอาไว้ ซึ่งผู้ให้บริการทุกรายจะจำกัดข้อมูลอินเตอร์เน็ตที่ใช้ได้เอาไว้ หลายคนอาจจะเถียงว่าไม่จำกัดสิ มันอันลิมิตนี่นา ตรงนั้นเป็นคำโฆษณาครับ ที่จริงแล้วเราจะใช้ได้แค่ 1-4GB แล้วแต่ราคาที่เราจ่าย ซึ่ง 1-4GB นี้คือปริมาณข้อมูลที่เราจะใช้ความเร็วได้เต็มที่ หลังจากที่เราใช้ครบแล้ว ความเร็วเราจะโดนจำกัดจากปกติที่วิ่งเฉลื่ย5-40Mbps จะเหลือไม่เกิน 112-384Kbps แล้วแต่ผู้บริการกำหนด ซึ่งเมื่อความเร็วโดนจำกัดแล้ว เราจะเรียกว่าการติด FUP (Fair usage policy)
ปัญหาคือ ใครที่เคยติด FUP จะรู้ว่า เราไม่สามารถเล่นอะไรได้เลยนอกจากการแชทWhatsAppหรือ LINE ส่วนการเปิด Facebook, Instagram หรือท่องเว็บนั้นลืมไปได้เลย เพราะจริงๆ แล้วถ้าวิ่งได้เต็ม FUP คือ 112-384Kbps เนี่ย มันก็ยังเปิดได้ แต่ความเร็วจริงที่เราได้ใช้คือ 10-50Kbps เท่านั้น (ประสบการณ์ตรงจากการ Speedtest)
ซึ่งกิจกรรมบนสมาร์ทโฟน อย่างการฟังเพลงผ่าน Youtubeเพียงเพลงเดียวเราก็จะเสียดาต้าไปแล้วประมาณ 25MB, ฟังเพลงออนไลน์ก็ประมาณ 5MB, อัพรูปลงเฟซบุคก็อีกรูปละ 3-4MB พูดง่ายๆ คือ ถ้าเราเล่นเต็มที่ แปปเดียวก็ติด FUP แล้วล่ะ แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ?
คำตอบของวันนี้ คือ การใช้บริการ Wi-Fi Hotspot นั่นเอง พระเอกของงานนี้ที่จะแนะนำให้รู้จักนั่นก็คือ TOT Wi-Fi

จุดให้บริการ TOT Wi-Fi ในขณะนี้มีอยู่ 1,398 จุด ทั่วประเทศ สามารถค้นหาตำแหน่งให้บริการได้ที่ https://www2.totwifi.com/customer/location.html และTOT Wi-Fi ยังมีสัญญาณให้บริการในห้างสรรพสินค้าด้วย เช่น เซ็นทรัล, พารากอน, Siam Center (TOT WI-FI Louge) ถ้าเราเดินช้อปปิ้งในย่านสยาม หรือยืนรอเพื่อนอยู่ การใช้บริการ TOT Wi-Fi แทน 3G ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่านะ หรือถ้าเห็นสัญลักษณ์นี้ แปลว่ามีให้บริการจ้า

ดีกว่าอย่างไร?
เนื่องจาก TOT Wi-Fi นั้นไม่ฟรี จึงเป็นคำถามตามมาว่าทำไมเราถึงต้องจ่ายเงินเพิ่มล่ะ ลองมาดูข้อดีของมันกัน
จะเร็วจริงหรือไม่?
ผมได้ทดลองใช้งาน TOT Wi-Fi ในจุดที่คิดว่าคนน่าจะใช้เยอะสุดนะ คือ ที่ลานน้ำพุหน้าสยามพารากอน โดยไปทดลองใช้ในช่วงเวลาเย็นที่คนกำลังพลุกพล่าน ผลออกมาตามภาพด้านล่างเลยครับ
TOT Wi-Fi ภาพซ้าย ส่วนภาพขวาเป็น 3G ของผู้ให้บริการรายหนึ่งในบ้านเรา พบว่า TOT Wi-Fi มีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงกว่าแต่อัพโหลดได้ช้ากว่า แต่ 0.85Mbps ผมว่าก็เหลือเฟือแล้วนะสำหรับการแชร์ภาพเช็คอิน จัดว่าความเร็วใช้ได้เลยล่ะ
แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดคือค่า Ping ที่ต่ำมาก ค่า Ping คือ ระยะเวลาเดินทางโดยเฉลี่ยของข้อมูลไปกลับ โดยคำนวณจากช่วงเวลาและอัตราเร็วในการตอบรับ เป็นหน่วยมิลลิวินาที ยิ่งค่าน้อยเท่าไหร่ยิ่งดีครับ ซึ่งจุดนี้ TOT Wi-Fi เร็วกว่าเยอะเลยล่ะ

ค่าบริการของ TOT Wi-Fi
การใช้บริการเราสามารถเลือกซื้อได้ 2 รูปแบบ คือ ซื้อรหัสออนไลน์ และสมัครแบบรายเดือน ผมว่าราคาไม่แพงเลยนะ หากมองว่ามันใช้งานได้ไม่จำกัดปริมาณข้อมูล

ในการซื้อรหัสออนไลน์ เราสามารถเลือกซื้อได้หลายช่องทาง โดยดูรายละเอียดได้ที่ https://www2.totwifi.com/customer/product.html ครับ
การให้บริการที่น่าประทับใจ
เนื่องจากผมไม่เคยใช้มาก่อน ในการใช้งานครั้งแรกผมประสบปัญหาไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ขึ้นรหัสผิดทั้งๆ ที่ตรวจสอบอย่างแน่ใจว่าไม่ผิดแน่นอน เลยตัดสินใจโทรไปสอบถาม Call Center ที่เบอร์ 1100 เพื่อขอความช่วยเหลือ รอสายไม่กี่นาทีก็ได้คุยกับพนักงานทันที และแก้ไขปัญหาให้อย่างรวดเร็ว การใช้งานครั้งแรกนั้นเราจำเป็นต้องลงทะเบียนการใช้ที่ https://www2.totwifi.com/register_1.php ก่อน หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้ว ครั้งต่อไปก็จะใช้งานได้ตลอด และถ้าหากว่าเราประสบปัญหาไม่สามารถเข้าใช้งาน TOT Wi-Fi ได้ โดยปัญหาเกิดจากผู้ให้บริการ เค้าจะชดเชยเวลาคืนให้เราด้วย แจ่มสุดๆ
ที่น่าสนใจคือ Call Center เค้าทำงาน 24 ชั่วโมง จะกี่โมงกี่ยาม ถ้ามีปัญหาเราสามารถติดต่อสอบถามได้ตลอดเวลาเลยล่ะ
มีแอปฯ จัดการ TOT Wi-Fi ให้ใช้งาน
TOT WiFi Smart Apps เป็น Application สำหรับลูกค้า TOT Wi-Fi เพียงลงทะเบียนและใส่รหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบเพียงครั้งแรกครั้งเดียวสามารถเพลิดเพลินกับบริการ TOT WiFiในพื้นที่ให้บริการโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านอีก สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีทั้ง iOSและ Android

ความเห็นจากไทยแวร์
ข้อดี
ข้อเสีย
ถ้าใครอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญานTOT Wi-Fi และมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ผมว่าก็เป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียวนะ อย่างเช่นถ้าเราอยู่สยามพารากอนเป็นประจำเนี่ย อาจเป็นพนักงานหรือเปิดร้านในจุดที่มีสัญญานถึง ผมว่าคุ้มค่ากว่าการใช้งาน 3G แน่นอนครับ
TOT ยังมีให้บริการ TOT 3G สามารถอ่านรีวิวและรายละเอียดได้ ที่นี่
ความคิดเห็น (0)