รีวิว
Review
รีวิว สินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าไอที ที่ทีมงาน Thaiware ได้ทำการ Review แบบจับต้องสินค้าชนิดนั้นจริงๆ หรือ ทดลองใช้งานซอฟต์แวร์นั้นจริงๆ เรารีวิวแบบ เป็นกลาง ไม่มีโม้ ไม่ลำเอียง อ่านรีวิว ของจริง ต้องอ่านที่ ไทยแวร์รีวิว ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น !

10 หนัง ภาพยนตร์ น่าผิดหวัง แห่งปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565)

รวมหนัง ภาพยนตร์ ยอดแย่ ของปี ค.ศ. 2022 หรือ พ.ศ. 2565 ที่แน่นอนว่า ก็มีทั้งสนุกไม่สนุก บทความนี้เรารวบรวมแบบที่มีคนบ่น มาให้ได้อ่านกัน โดยไม่อิงคะแนนจะเว็บใด ๆ
10 หนัง ภาพยนตร์ น่าผิดหวัง แห่งปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565)

  23 มกราคม 2566      41
2.25 (4 โหวต)   
ยกเลิก

10 หนัง ภาพยนตร์ สุดปวดใจ น่าผิดหวัง แห่งปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565)

เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับเราไปซะแล้ว เมื่อต้นปีที่แล้วได้มีการจัดอันดับ 10 หนังน่าประทับใจ และ 10 หนังน่าผิดหวังแห่งปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) แล้วกระแสตอบรับก็ไม่เลวเลย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่การได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังในรอบปีที่ผ่านมาก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างนึงเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นในปีนี้ก็ไม่พลาดที่จะมาจัดอันดับอีกครั้ง และก็ขอเริ่มจาก 10 หนัง ภาพยนตร์ สุดปวดใจ น่าผิดหวัง แห่งปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) กันก่อน

ต้องขอบอกก่อนว่าการจัดอันดับหนังที่น่าผิดหวังนี้ ไม่ได้อิงจากคะแนนวิจารณ์เว็บใด ๆ ทั้งสิ้น มันอินจากความรู้สึกส่วนตัวและความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนล้วน ๆ บางเรื่องมันก็ไม่ใช่หนังที่แย่ขนาดนั้น แต่มัน "น่าผิดหวัง" อย่างปฏิเสธไม่ได้

เนื้อหาภายในบทความ

อันดับ 10 หนัง FANTASTIC BEASTS : THE SECRETS OF DUMBLEDORE - สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์

โปสเตอร์ หนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore - สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์
โปสเตอร์ หนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore
สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์
ที่มาภาพ : fanart.tv

หนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore - สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์ เป็นหนังภาคที่ 3 ใน Fantastic Beasts ที่ต้องบอกว่าในภาค 2 ทำเราผิดหวังแบบสุด ๆ จนแทบเรียกได้ว่าหมดศรัทธากับแฟรนไชส์นี้ไปเลย ซึ่งเรื่องนี้มันดีกว่าภาค 2 นะ แต่ในภาพรวมยังน่าผิดหวังอยู่ดี

หนังมันไม่ควรใช้ชื่อภาคว่า "The Secrets of Dumbledore" หรือ "ความลับของดัมเบิลดอร์" เพราะจริง ๆ หนังก็แทบจะไม่ได้ลงรายละเอียดหรือเล่าความลับของตัวละครนี้เท่าไหร่เลย หรือแม้กระทั่งสิ่งสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง Dumbledore กับ Grindelwald ตัวหนังก็ละเลยไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงตลอดทั้งเรื่องยังเต็มไปด้วยเรื่องขมวดคิ้ว อะไร ? ทำไม ? ยังไง ? รีบเล่า รีบไป ไม่ใส่ใจรายละเอียดที่ควรจะเน้น หนังมีปมเยอะนะ แต่ดันทุกปมหาทางลงให้กับเรื่องราวง่ายสุด ๆ 

เหล่านักแสดงจาก หนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore - สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์
เหล่านักแสดงจาก หนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore
สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์
ที่มาภาพ : imdb.com

แต่หนังก็มีเรื่องที่น่าชื่นชมนะ อย่างแรกคือการแสดงของ Eddie Redmayne ในบท Newt Scamander ที่ยังคงบทบาทที่ได้รับเป็นอย่างดี และยิ่งการแสดงของ Jude Law ในบท Albus Dumbledore กับ Mads Mikkelsen ในบท Gellert Grindelwald โคตรดีเลย เป็นตัวแบกหนังเอาไว้เลยก็ว่าได้ และเคมีของสองคนก็ดูมี Something จริง ๆ อะ อีกเรื่องที่น่าชมคือฉากต่อสู้ ฉากแอ็คชันที่ภาคนี้ดูเพลินเลยแหละ ถึงแม้มันจะมาไม่เยอะเท่าไหร่ก็ตาม

Mads Mikkelsen ในบท Gellert Grindelwald จากหนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore - สัตว์มหัศจรรย์: ความลับของดัมเบิลดอร์
Mads Mikkelsen ในบท Gellert Grindelwald จากหนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore - สัตว์มหัศจรรย์: ความลับของดัมเบิลดอร์
ที่มาภาพ : imdb.com

แต่แน่นอนว่าคงไม่ใช่แค่ตัวเราที่ผิดหวังกับแฟรนไชส์นี้ เพราะทาง Warner Bros. ก็ได้จัดการสั่งระงับโปรเจคแฟรนไชส์โลกเวทมนตร์เป็นที่เรียบร้อย และแผนการสร้าง Fantastic Beasts อีก 2 ภาคก็โดนยกเลิกไปโดยปริยาย เรียกได้ว่าช่วงหลังแฟรนไชส์นี้น่าปวดใจ น่าผิดหวังและเสื่อมมนต์ขลังอย่างแท้จริง

ตัวอย่าง หนัง ภาพยนตร์ Fantastic Beasts : The Secrets of Dumbledore
สัตว์มหัศจรรย์ : ความลับของดัมเบิลดอร์

อันดับ 9 หนัง BLACK PANTHER : WAKANDA FOREVER - แบล็ค แพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forever - แบล็คแพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forever - แบล็คแพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ
ที่มาภาพ : imdb.com

ยังอยู่ที่หนังภาคต่อ หนัง ภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forever - แบล็ค แพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ ภาคต่อของ Black Panther ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) และเป็นหนังปิด Phase 4 ของ Marvel ด้วย สำหรับเราถือเป็นหนังที่น่าผิดหวังเรื่องนึงเลย

อย่างแรกเราเข้าใจและน่าเห็นใจกับจากการจากไปของ Chadwick Boseman เลยทำให้ต้องมาเปลี่ยนบทที่เคยวางเอาไว้ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าบทแรกมันเป็นยังไง แต่เห็นชัด ๆ เลยว่าการขาด Chadwick Boseman ไป ทำให้เสน่ห์ของหนังหายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะถึงแม้จะมีตัวละครอื่น ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจากในภาคแรกมาสลับกันออกจอดำเนินเรื่องราว แต่มันไม่มีตัวละครไหนมีเสน่ห์มากพอที่จะดึงความสนใจของหนังได้เลย มันเหมือนกลายเป็นตัวละครประกอบมาผลัดกันดำเนินเรื่อง แถมตัวร้ายอย่าง Namor ที่ปูมาซะโหด แต่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตัวร้ายง่อย ๆ ที่ไม่ได้ครึ่งของที่ Michael B. Jordan เคยแสดงไว้ด้วยซ้ำ

Danai Gurira และ Letitia Wright จากหนังภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forever - แบล็คแพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ
Danai Gurira และ Letitia Wright จากหนังภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forever
แบล็คแพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ
ที่มาภาพ : imdb.com

ถึงแม้หนังจะหาทางออกให้กับตัวละคร T'Challa ได้สมเหตุสมผลดี มีการสดุดี ให้เกียรติ อุทิศแด่ Chadwick Boseman แต่หนังยังคงวนเวียนและอาลัยอาวรณ์ตัวละครนี้มากเกินไป พยายามบิ้วให้ดราม่าตลอดเวลา หลาย ๆ อย่างในหนังเลยกลายเป็นเวิ่นเว้อเกินไป ฉากการต่อสู้ช่วงถล่มเมืองยังโอเคนะ แต่ช่วงท้ายนี่ดูสเกลเล็กกว่าที่คิดไปมาก มันควรจะ Epic ตื่นเต้น แต่กลายเป็นซีนธรรมดาชวนง่วงไปเลย 

หนัง ภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forevere - แบล็คแพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ

อีกทั้งเนื้อเรื่องยังมีจุดชวนเอ๊ะมากมาย ทั้งความไม่สมเหตุสมผล ความไม่จำเป็น ความแถของเรื่องราว การดำเนินเรื่อง ในภาพรวมมันไม่ใช่หนังที่แย่หรอก แต่มันน่าผิดหวังจริง ๆ และปวดใจกับการเป็นหนังปิด Phase 4 

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ Black Panther : Wakanda Forevere - แบล็คแพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ

อันดับ 8 หนัง JURASSIC WORLD : DOMINION - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Jurassic World : Dominion - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Jurassic World : Dominion - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร
ที่มาภาพ : imdb.com

อีกหนึ่งหนังปิดแฟรนไชส์ Jurassic กับ หนัง ภาพยนตร์ Jurassic World Dominion - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร ที่ต้องบอกว่าเป็นภาคที่แย่ที่สุดตั้งแต่เคยดู Jurassic มาเลยก็ว่าได้ และไม่สมศักดิ์ศรีความเป็นภาคปิดเลยแม้แต่น้อย 

ฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Jurassic World : Dominion - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร
ฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Jurassic World : Dominion - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร
ที่มาภาพ : imdb.com

การที่เรื่องนี้เล่าต่อจาก Jurassic World : Fallen Kingdom ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) ไดโนเสาร์ก็ได้ออกมาปะปนกับผู้คนบนโลก ในหัวก็คาดหวังว่าจะได้เห็นไดโนเสาร์ถล่มเมือง เหล่าผู้คนวิ่งหนีเอาตัวรอดหรอ เหอะ ! ฝัน !! เพราะหนังมันเลือกที่จะเล่าถึงสเกลเล็กกว่านั้น กับการปฏิบัติภารกิจราวกับหนังสายลับอะไรทำนองนั้น ที่ทั้งธรรมดา ไม่หวือหวา ไม่ตื่นเต้น ไร้ชั้นเชิงสุด ๆ และมีไดโนเสาร์เป็นตัวประกอบที่โผล่มาแบบขอไปที ที่สำคัญมันไม่ได้ทำให้เราว้าวและตื่นเต้นกับไดโนเสาร์ที่ปรากฏอีกแล้ว เรียกได้ว่าทั้งบททั้งการดำเนินเรื่องไม่สนุกอย่างสิ้นเชิง 

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ Jurassic World : Dominion - จูราสสิค เวิลด์ ทวงคืนอาณาจักร

อันดับ 7 หนัง RESIDENT EVIL : WELCOME TO RACCOON CITY - ผีชีวะ: ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoon City - ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoon City - ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ
ที่มาภาพ : imdb.com

ต้องสารภาพเลยว่าเราไม่ได้ดูหนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoone City - ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ ในโรง จำไม่ได้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน อาจจะเพราะจากกระแสวิจารณ์โดนคนด่ากันเยอะทั้งในและนอกประเทศ เลยทิ้งช่วงใหญ่ ๆ กว่าจะได้มีโอกาสดู เพราะมันลง Netflix นี่แหละ เอาจริง ๆ เราหวังแค่ว่าให้มันเป็นหนังสยองขวัญ ระทึกขวัญอย่างที่ผู้กำกับบอกเอาไว้เท่านั้นแหละ  

ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ใช่แฟนเกมของแฟรนไชส์นี้ เคยเล่นแบบจริง ๆ จัง ๆ ก็แค่ภาค 7 ส่วนภาคอื่นไม่เคยเล่นเลย เคยแตะ ๆ ตอนเด็ก ๆ แต่ก็เล่นไม่จบไม่ได้จริงจังอะไร อาจรู้จักบางตัวละคร ฉากบางฉากผ่านตามาเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะไม่เปรียบเทียบอะไรเลยกับเวอร์ชันฉบับเกมทั้งนั้น แต่ในแง่ความเป็นหนังเรื่องนึง มันก็ทำออกมาได้ไม่สนุกเลยจริง ๆ 555+

เอาสิ่งที่ชอบก่อนดีกว่า เอาจริง ๆ เราชอบบรรยากาศในเรื่องนี้นะ เราคิดว่าหนังสร้างบรรยากาศโดยรวมออกมาได้ดีเลย มันดูมีความเป็นหนังสยองขวัญ ระทึกขวัญ จัดแสงก็ดี เห็นว่ากันว่าฉากเหมือนในเกมเลย องค์ประกอบหรือพร็อพต่าง ๆ แต่นั่นแหละ เรื่องเดียวที่ชอบจากหนังเรื่องนี้ 

เพราะนอกเหนือจากนั้นมันไม่ไหวเลย เนื้อเรื่องที่เล่าช้า อืดอาดยืดยาด มีปมประเด็นหลากหลายตัวละครไปหมด บทสนทนาที่ตะกุกตะกักไม่ค่อยไหลลื่น บทหลายอย่างก็ทำให้ครุ่นคิดว่านี่จำเป็นต้องเล่าจริง ๆ หรอ คือถ้ามันเป็นหนังแบบ 10-20 ปีก่อน มันก็คงไม่แปลกอะไร แต่พอมันมาในยุคนี้ เลยรู้สึกว่าตัวบทมันราบเรียบ แบนราบ ไร้มิติ ไร้ชั้นเชิงในการเล่าเรื่องสุด ๆ หนังแทบจะเป็นเส้นตรงเลยทีเดียว

ฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoon City - ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ
ฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoon City - ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ
ที่มาภาพ : imdb.com

มันมีฉากนึงถึงกับต้องตะโกนลั่นออกมาว่า "อะไรวะ !" ฉากที่ Leon นั่งหลับพร้อมฟังเพลงอยู่ในสน. แล้วสักพักมีรถน้ำมันมาระเบิด ตู้ม ! แต่...มันไม่ตื่น รถน้ำมันระเบิดมันไม่ตื่น มาตื่นตอนหัวหน้าเดินมายิงซอมบี้ที่ติดไฟ คิดดูเสียงรถน้ำมันระเบิดไม่ตื่น ตื่นเพราะเสียงปืน ตายแล้ว

ฉากรถบรรทุกคว่ำ จากหนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoon City
ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

ฉากแอ็คชันก็ทำได้ไม่ดีทุกฉากเลย มีความพยายามในช่วงกลางเรื่องที่เล่นกับไฟลำกล้องปืน และไฟแช็ก แต่ก็ไม่เวิร์ค รวมถึงฉาก Last Boss ที่ถึงกับต้องถอนหายใจกันเลยทีเดียว จังหวะหลอกในเรื่องก็มี Jump Scare ก็แบบไร้ชั้นเชิงมาก 

อีกอย่างที่คาดหวังคือ CG คาดคิดว่ามันจะทำได้ดีกว่านี้ คือเอาจริง ๆ เห็นในตัวอย่างก็ชัด ๆ เลยว่ามันลอย ลอยแบบเห็นได้ชัดเลย แต่พอได้มาดูจริง ๆ นี่ลอยหนักมาก เหล่าตัวประหลาดที่ใช้ CG ในเรื่องมันลอยจนน่าเกลียดอะ รวมถึงพวกซอมบี้ที่ใส่ CG เลือดไหลเข้าไปก็ลอยจนเห็นได้ชัดเกินไป กลับกันซอมบี้ธรรมดาที่แต่งหน้ายังดูดีกว่าเสียอีก

หลังจากดูจบก็คิดได้ว่า "โชคดีแล้วล่ะที่ไม่ได้เสียเงินไปดูในโรง"

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ Resident Evil : Welcome to Raccoon City - ผีชีวะ : ปฐมบทแห่งเมืองผีดิบ

อันดับ 6 หนัง HALLOWEEN ENDS - ปิดฉากฮาโลวีน

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Halloween Ends - ปิดฉากฮาโลวีน
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Halloween Ends - ปิดฉากฮาโลวีน
ที่มาภาพ : imdb.com

หากใครจำได้ในลิสต์นี้ปีที่ผ่านมา ภาคต่ออย่าง Halloween Kills ติดอันดับหนึ่งหนังที่น่าผิดหวังที่สุดแห่งปี และมาในปีนี้ ภาคต่ออย่าง หนัง ภาพยนตร์ Halloween Ends - ปิดฉากฮาโลวีน ก็ยังสร้างความผิดหวังเอาไว้อีกเช่นเดิม เพราะมันไม่เพียงแต่ฆ่าเหยื่อเท่านั้น ในความรู้สึกเราเหมือนมันฆ่าแฟรนไชส์นี้ทิ้งไปด้วยเลย

รู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่ภาค Kills แล้วว่าทำไมถึงเลือกเดินเส้นทางนี้ พยายามทำให้หนังมันยากมันซับซ้อนทำไม มันควรเป็นกรณีศึกษาให้กับคนเรียนทำหนังเลยว่าภาคต่อหนังแบบไหนที่ไม่ควรทำ

เราเสียเวลาทำความรู้จักตัวละครใหม่ในภาคนี้เป็นชั่วโมงเลยแถมไอ้ตัวละครนี้ยังเป็นตัวละครที่น่ารำคาญที่สุดในเรื่องอีกต่างหาก ระหว่างทางเต็มไปด้วยความอิหยังวะ กับการยัดเยียดสถานการณ์ต่าง ๆ เข้ามาพร้อมบทพูดแปลก ๆ มีการแบบตัวละครใหม่จ้องตากับ Michael ถ่ายทอดความเป็น Michael เข้าไปในตัว มีการออกไปฆ่าเหยื่อร่วมกันราวกับ Batman & Robin และการตัดสินใจแปลก ๆ จากที่เคยลุ้นเอาใจช่วยตัวละครหลักอย่าง Laurie Strode ภาคนี้อยากให้ Michael ฆ่าให้ตายซะหมดเลย

Rohan Campbell ในบท Corey ตัวละครผู้ได้รับการถ่ายทอดความโหดมาจาก Michael Myers จากหนัง ภาพยนตร์ Halloween Ends - ปิดฉากฮาโลวีน
Rohan Campbell ในบท Corey ตัวละครผู้ได้รับการถ่ายทอดความโหดมาจาก Michael Myers
จากหนัง ภาพยนตร์ Halloween Ends - ปิดฉากฮาโลวีน
ที่มาภาพ : imdb.com

ท้ายเรื่องนี่เล่นใหญ่มาก จับ Michael แบกขึ้นรถ มีขบวนแห่ไปที่ลานย่อยขยะ เพื่อโยนศพ Michael ลงไปแบบให้รู้ว่าตายถาวร เนี่ยยย มันต้องเล่นเบอร์นั้นเลยหรอ วิธีจบไม่แปลกหรอก แต่วิธีนำเสนอมันโคตรแปลกและตลกมาก

เอาจริง ๆ ฉากฆ่าในภาคนี้ก็ถือว่าโหดนะ และดูดีกว่าภาค Kills อีก แต่เนื้อเรื่องมันไม่ได้จริง ๆ Jamie Lee Curtis ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าคนดูจะรู้สึก "โกรธ" เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ ใช่ครับ "โกรธมาก" ถึงแม้ Jamie Lee Curtis จะหมายถึงเนื้อหาในเรื่องกับการกล่าวโทษเหยื่อ แต่ผมโกรธการปิดตำนานในครั้งนี้สุด ๆ 

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ Halloween Ends - ปิดฉากฮาโลวีน

อันดับ 5 หนัง LEIO - ไลโอโคตรแย้ยักษ์

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ ไลโอโคตรแย้ยักษ์ - Leio
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ ไลโอโคตรแย้ยักษ์ - Leio
ที่มาภาพ : imdb.com

มันจะมีประโยคนึงในหนัง ภาพยนตร์ ไลโอโคตรแย้ยักษ์ - Leio ที่ตัวละครที่แสดงโดย กอล์ฟ พิชญะ พูดเอาไว้ในตอนท้ายเรื่องว่า "จบยังเนี่ย xูไม่ไหวแล้วเนี่ย" นั่นล่ะเป็นคำพูดแทนใจตัวเราที่กำลังดูอยู่เลย

เอาจริง ๆ ขอเท้าความก่อนว่าเราค่อนข้างตื่นเต้นและคาดหวังกับโปรเจคต่าง ๆ ของหนังไทยที่จะเกิดขึ้นในปีค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) มาก ๆ ตั้งแต่ค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ปล่อย 4 Kings ออกมาในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) ก็มีแผนเตรียมปล่อยหนังอย่าง คืนหมีฆ่า หนังระทึกขวัญไล่เชือด หรืออย่างหนังสัตว์ประหลาด ๑๐๐ ขา และก็ไลโอโคตรแย้ยักษ์นี่แหละ หรือหนังอย่างบึงกาฬของค่าย ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) ก็นับว่าน่าสนใจ แต่แค่เริ่มกับไลโอก็น่าปวดใจแล้ว

เอาจริง ๆ การที่หนังไทยเลือกขับเคลื่อนด้วยสัตว์ประหลาดก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่บทในไลโอนี่มันพังมาก การต่อบทของตัวละครที่แข็งทื่อราวกับยืนอ่านบทพูดใส่กัน การปูบทที่ไม่จำเป็นของพระเอกนางเอกที่ไม่ได้ส่งผลในการเล่าเรื่องเลย หลายฉากมีทำไมเพื่ออะไรไม่รู้ นางเอกนี่พยายามดึงดราม่าตลอดเวลา ตัดพ้อ ไม่มีเหตุมีผล หลายฉากที่ตัวพระเอกพูดหรือทำไม่รู้ว่าจงใจให้มันตลกหรือจริงจัง แต่ขำมากหลายฉาก ขำจริง ๆ ยิ่งฉากปลุกใจที่บอก "ปู่ผมเคยบอกเอาไว้ว่า..." จัดได้ว่าฮามาก 

หรือแม้กระทั่งเหตุผลที่มาที่ไปของไอ้ตัวสัตว์ประหลาดก็ไม่มี ไม่ได้น่ากลัวหรือน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย ความตื่นเต้น ความลุ้นระทึกที่ควรจะมีในหนังสัตว์ประหลาดให้เป็น 0 เลย นี่ไม่ได้ติดเรื่อง CG เลยนะ ไม่ได้ต้องการให้เนียนหรือสมจริงเลย ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็ทำได้ดีกว่าที่คิดด้วยซ้ำ แต่ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ที่ตัวบทนั่นแหละ ในภาพรวมมันจึงออกมาน่าผิดหวังเลยทีเดียว หากใครยังไม่เคยดูลองไปรับชมกันได้ทาง Netflix เลย

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ ไลโอโคตรแย้ยักษ์ - Leio

อันดับ 4 หนัง THE LAKE - บึงกาฬ

10 หนัง ภาพยนตร์ น่าผิดหวัง แห่งปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565)
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ The Lake - บึงกาฬ
ที่มาภาพ :facebook.com/hollywoodthailandhlw

อย่างที่ได้กล่าวไป ว่าปีค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) เป็นปีที่หนังไทยน่าสนใจมาก แต่เปิดมาด้วยไลโอก็เล่นเอาซะเซเลย แต่เรายังไม่หมดหวัง เพราะมีหนัง ภาพยนตร์ บึงกาฬ - The Lake ที่เป็นหนังสัตว์ประหลาดเหมือนกันแต่คนละค่ายกัน มาในโทนจริงจังเลย จากตัวอย่างนี่ความรู้สึกแบบ Jurassic Park เลยทีเดียว บางซีนก็เหมือน Godzilla ผลปรากฏว่า น่าผิดหวังไม่แพ้กัน...

บทแย้ยักษ์พังยังไง บทในบึงกาฬพังไม่ต่างกัน มั่วมาก บทพูดโคตรไม่ธรรมชาติ นักแสดงก็เล่นกันดีกว่าในแย้ยักษ์อะ แต่ตัวประกอบคือเลื่อนลอยมาก ตัวละครทำอะไรของมันก็ไม่รู้ มันทั้งไม่สมเหตุสมผล ไม่มีน้ำหนัก ตัดสินใจแปลก ๆ ยัดเยียดสถานการณ์นู่นนี่นั่น มีการผูกโยงความเชื่อในช่วงท้าย หนักสุดคือการลำดับเรื่องราวนี่เละเทะสะเปะสะปะมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าเวอร์ชันที่ฉายในจีนมันเหมือนกันมั้ย แต่ที่ดูในไทยคือปวดหัวมาก ระหว่างดูก็มีแต่เสียงในหัวว่า "อิหยังวะ" ซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้น ทั้งการตัดต่อ มุมกล้อง การแตกช็อตนู่นนี่นั่น มันมึนมาก 

แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือตัวสัตว์ประหลาดนี่แหละ ที่ได้ทำหุ่นขึ้นมาจริง ๆ อาจจะไม่ได้ทำให้เราตื่นตะลึงได้แบบ Jurassic Park แต่ฉากในสายฝนนี่น่าชื่นชมไม่ใช่เล่นเลย 

ทั้งหมดทั้งมวลนอกจากสัตว์ประหลาดแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้น่าชมอีกเลย ตลอดทางต้องนั่งคิ้วขมวดและเต็มไปด้วยห้วงอารมณ์หงุดหงิด หนังอยากจะเป็นหลายอย่างเหลือเกินจนเป็นไม่ได้สักอย่าง อยากเอาใจช่วย แต่ก็ต้องส่ายหัวจริง ๆ 

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ บึงกาฬ - The Lake

อันดับ 3 หนัง Tuang-Kuen - ทวงคืน

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ ทวงคืน
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ ทวงคืน
ที่มาภาพ : majorcineplex.com

จู่ ๆ ในช่วงเดือนมิถุนายน ก็มีการปล่อยคลิปปล่อยโปสเตอร์บางอย่างเกี่ยวกับหนัง ภาพยนตร์ ทวงคืน มันโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โผล่มาแบบงง ๆ โปรโมทแบบไม่ให้เรารู้เรื่องรู้ราวอะไรของมันเลย นอกจากเป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับแดนและแพทตี้ จนไป ๆ มา ๆ ได้รู้ว่ามันคือหนังโรแมนติก คอเมดี้ ที่มีผีด้วย เรียกได้ว่าหนังจับฉ่ายสุด ๆ

นี่เป็นหนังเรื่องนึงที่โคตรพยายาม เรียกได้ว่าพยายามที่สุดในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) เลยก็ว่าได้ อย่างแรกเลยพยายามเหลือเกินที่จะให้มันตลก ด้วยการประดิษฐ์ถ้อยคำ การแสดง มุกต่าง ๆ แต่ผลคือมันไม่ตลกเลยสักนิด ไอ้จุดตลกคือความไม่ตลกของมันเนี่ยแหละ หนังเหมือนอยากหยิบอะไรมาใส่ก็หยิบมา จะเอาอะไรมาเล่าก็เอามา หนังมันพร้อมจะเกิดทุกอย่างได้ทุกเมื่อ มันก็ดำเนินเรื่องไปแบบนี้จนจบเลย จากความพยายามเหล่านั้น กลายเป็นความน่าเบื่อจนมันน่ารำคาญไปเลย หนังยาว 2 ชั่วโมงนิด ๆ แต่จับต้องอะไรไม่ได้สักนิด

ส่วนเรื่องการแสดง เล่นโคตรใหญ่ ใหญ่กว่าละครเวที ใหญ่แบบไปนอกโลกมองลงมายังเห็นเลย เข้าใจนะว่าตั้งใจเป็นแบบนั้น แต่มันเป็นการเล่นใหญ่ที่แข็งทื่อมาก ต่อไม่ติดกับตัวละครไหนเลยแข็งจนเราไม่รู้สึกต่อติดกับเรื่องราวและตัวละครไหน ๆ ในเรื่องเลยแม้แต่น้อย ทั้งเรื่องการแสดงที่ดูจริงและธรรมชาติที่สุดคือฉากสุดท้ายของแดนกับแพทตี้

เอาเป็นว่าสิ่งที่อยากทวงคืนมากที่สุดในการดูหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แพทตี้ แต่คือเวลาที่ต้องใช้ดูเรื่องนี้นี่แหละ

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ ทวงคืน

อันดับ 2 หนัง THE WORLD OF KILLING PEOPLE - คืนหมีฆ่า

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ คืนหมีฆ่า - The World of Killing People
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ คืนหมีฆ่า - The World of Killing People
ที่มาภาพ : imdb.com

เห้ยเอาน่า หนังสัตว์ประหลาด 2 เรื่องที่ผ่านมาทำผิดหวังไปแล้ว นี่มาแนวหนัง Slasher กับหนัง ภาพยนตร์ คืนหมีฆ่า - The World of Killing People มันต้องมีดีกว่าแน่นอน แต่...มันกลายเป็นเราคิดไปเอง เพราะมันแย่กว่าสองเรื่องนั้นโคตร ๆ

อันนี้คือบทพังพินาศแบบทุกจุด เละเทะตั้งแต่วินาทีแรกจนวินาทีสุดท้าย ดูจนจบยังไม่รู้เลยว่าทุกอย่างในเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ตลอดทั้งเรื่องมีแต่คำถามว่าอะไรวะเต็มไปหมด ตั้งแต่ฉากแรกที่มีแพนเค้กก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือส่งผลอะไรกับหนังเลยสักนิด ถ้าตัดออกไปก็ไม่ได้ทำให้ดูหนังรู้เรื่องน้อยลงเลย เสียเวลาโคตร หนังมีเรื่องชวนสงสัยมากมายถึงเหตุและผลการกระทำของตัวละคร ทุกตัว ! ย้ำว่าทุกตัวจริง ๆ บางตัวละครมีทำไม เป็นใคร มายังไง มาจากไหน ทั้งพนักงานที่ล็อบบี้เป็นใคร การทรมานหลังร้านคือใคร แล้วทำไมมันทรมานไม่เสร็จสักที และการจะทรมานทุกครั้งต้องพูดว่า "เราถึงไหนกันแล้วนะ" แล้วก็เปิดอินโทรเพลง วาฬเกยตื้น อะไรวะน่ะ ยังมีตัวละครในชุดเมดที่ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน โผล่มาทำไม นี่แค่ส่วนหนึ่ง คือถ้าให้สปอยล์ทุกจุด แล้วมาพูดได้เป็นชั่วโมงเลยจริง ๆ 

รวมถึงการแสดงที่ต้องบอกเลยว่าสอบตกยกชุด ไม่ว่าจะตัวประกอบหรือยันกลุ่มตัวละครหลักเลย หลายคนอาจจะชอบการแสดงของ กัน สมาย แต่โดยส่วนตัวรู้สึกไม่ชอบตัวละครนี้ที่สุดละ บทโคตรจะไม่ธรรมชาติมาพร้อมกับการแสดงที่โคตรไม่ธรรมชาติ เล่นใหญ่เกินเบอร์มาก น่าจะมีเพียงแคร์ เท่านั้นที่พอจะได้ เพราะด้วยความที่เธอไม่มีบทอะไรมากด้วยแหละ เลยทำให้ดูดีสุดจากทุกคนละ

หนังมันก็มีความ Slasher หนังเชือด มีฉากโหดอยู่นะ แต่มันน้อย หนังไม่ได้ชูจุดนี้ด้วยซ้ำ พยายามไปเล่นท่ายากวางเรื่องซับซ้อน ไม่สมเหตุสมผล เอ้อและดนตรีประกอบในเรื่องนี้โคตรบิ้ว บิ้วเหลือเกิน ไม่รู้จะบิ้วไปไหน คืนหมีฆ่า มันได้ฆ่าคนดูอย่างผมไปเรียบร้อยคาโรงเลยครับ

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ คืนหมีฆ่า - The World of Killing People

อันดับ 1 หนัง JEEPER CREEPERS : REBORN - โฉบกระชาก กลับมาเกิด

โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn - โฉบกระชากกลับมาเกิด
โปสเตอร์หนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn - โฉบกระชากกลับมาเกิด
ที่มาภาพ : imdb.com

หนัง ภาพยนตร์ Jeeper Creepers : Reborn - โฉบกระชาก กลับมาเกิด ขอยกให้เป็นหนังสุดปวดใจและน่าผิดหวังที่สุดแห่งปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) ไม่รู้จะชื่นชมจุดไหนเลยจริง ๆ เห้ออออออ (อยากจะถอนหายใจไปให้ถึงดาวพลูโต)

ต้องบอกตามตรงว่าแฟรนไชส์โฉบกระชากหัว ก็ไม่ใช่แฟรนไชส์ที่ดีเด่นอะไรขนาดนั้น มันเหมือนเป็นหนังที่เอาไว้เช่าตามร้านวิดีโอมาดูกับเพื่อน ๆ ในคืน Movie Night อะไรแบบนั้น ดูเพลิน ๆ จ้วงป๊อปคอร์นกิน แต่มันก็ยังมีความสยอง ความโหด ความน่ากลัวบ้าง แต่เหมือนยิ่งทำออกมายิ่งแย่ โดยเฉพาะการกลับมาในครั้งนี้

ความน่าผิดหวังแรกคือตัว Creepers นี่แหละ มันไม่น่ากลัว ไม่สยองอะไรอีกแล้ว เหมือนคนแต่งชุดคอสเพลไปงานประกวดยังไงยังงั้น การฆ่าก็หมดความน่ากลัว หมดความขลังไปเลย

ตัวหนังยาวประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่มันยาวกว่าที่เป็นมาก ๆ หนังย่ำอยู่กับที่ พื้นที่จำกัด มีการเล่นท่ายากกับพิธีเซ่นสังเวย ต้องพาตัวละครไปเจอเหตุการณ์ประหลาด คือพยายามยืดให้หนังยาวอะ เหมือนหมดมุกไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว ทุกอย่างที่คุณเคยหงุดหงิดในหนังแนวนี้ เรื่องนี้จัดให้หมดเลย มันมีความอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ทั้งการตัดสินใจโง่ ๆ ของตัวละคร, การใส่ตัวละครเพื่อนพระเอกนางเอกมาในตอนแรกมาเพื่อ ? หลังจากนั้นไม่ถามถึงอีกเลย, การที่ Creepers ไป ๆ มา ๆ โผล่ที่งานทำไมไม่รู้แล้วก็กลับออกไป, ทีมงานที่เขียนมาเพื่อตาย, กล้องพังแบบไม่มีสาเหตุ, Creepers ลงไปในบ้านได้ แต่ขึ้นมาดันเปิดประตูบนบ้านไม่ได้, ให้คนเจ็บขาไปล่อ Creepers, ปริศนาที่ปูมาเพื่ออะไรก็ไม่รู้, การต่อสู้ที่ไม่ได้เรื่อง, บทสนทนาก็ประหลาด คือมีอีกหลายจุด บทมันแย่มากถึงมากที่สุด 

งานภาพนี่หนักเช่นกัน หนังฉายปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) แต่ภาพแย่กว่าหนังภาคแรกในปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) โดยเฉพาะซีนท้ายเรื่องที่บนหลังคาบ้านและการสู้กันนอกบ้าน ดูแล้วคิ้วขมวดมากว่านี่หนังโรงในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) จริงหรอเนี่ย

ตัวอย่างฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn - โฉบกระชากกลับมาเกิด ตัวอย่างฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn - โฉบกระชากกลับมาเกิด ตัวอย่างฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn - โฉบกระชากกลับมาเกิด
ตัวอย่างฉากจากหนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn - โฉบกระชากกลับมาเกิด
ที่มาภาพ : imdb.com

ส่วนนักแสดงทุกคน เล่นกันแข็งมาก เหมือนหนังเกรด C ลงไป คือเราไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับที่นักแสดงรู้สึกเลย สีหน้า ท่าทาง ไม่ได้เลยทั้งตัวหลักและตัวรอง แสดงกันเหมือนเป็นชาวบ้าน 3 4 5 ยังไงยังงั้น

ที่ยกให้เป็นที่สุดแห่งปีเพราะจริง ๆ ก็แอบหวังนะ ทิ้งห่างจากภาคแรกไป 20 ปี การกลับมามันน่าจะมีของมีอะไรบ้างแหละ แต่พอได้ดูก็ผิดหวังจนแทบน้ำตาไหล

ตัวอย่างหนัง ภาพยนตร์ Jeepers Creepers : Reborn

คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com