iOS 11 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 11 ได้ที่นี่
บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับ ระบบปฏิบัติการ iOS 11 มาย้อนดูกันว่า ฟีเจอร์ต่างๆ มีอะไรใหม่บ้าง เปิดตัวเมื่อไหร่ มีกี่เวอร์ชัน และอุปกรณ์ไหนบ้างที่รองรับในปัจจุบัน จากอดีตมาสู่ตอนนี้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรจาก iOS 11 กันบ้างที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน มาดูกันเลย
แนะนำให้รู้จักกับ iOS 11
ระบบ iOS 11 ถูกประกาศ เปิดตัววันแรกในงาน WWDC 2017 วันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) และ เผยแพร่ในวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) ในเวอร์ชันนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย และเพิ่มความสามารถเข้ามาอีกหลายอย่าง เช่น Siri ฉลาดมากขึ้น แปลภาษาได้ หรือสามารถเรียนรู้และคาดเดาพฤติกรรมการใช้งานเฉพาะแบบส่วนตัวบนเครื่องของผู้ใช้เท่านั้น และยังมีไฮไลท์อย่าง แอปพลิเคชันจัดการไฟล์ 'File' ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ที่จัดเก็บในเครื่องและบนคลาวด์ได้โดยตรงแล้ว
นอกจากนี้ก็มี Notification, Lock screen Display, iMessage, Camera และอื่นๆ อีกมากที่มีการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถ รวมถึง iOS 11 ยังเป็นเวอร์ชันที่สามารถใช้บันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอบน iPhone และ iPad ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งในส่วนของข้อมูลฟีเจอร์ต่างๆ อย่างละเอียด เราก็ได้พยายามรวบรวมมาให้มากที่สุดแล้วในบทความนี้
อุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน iOS 11
| iPad | iPhone | iPod |
| iPad mini 2 | iPhone 5s | iPod touch (รุ่นที่ 6) |
| iPad mini 3 | iPhone SE (รุ่นแรก) | |
| iPad mini 4 | iPhone 6 | |
| iPad (รุ่นที่ 5) | iPhone 6 Plus | |
| iPad (รุ่นที่ 6) | iPhone 6s | |
| iPad Air | iPhone 6s Plus | |
| iPad Air 2 | iPhone 7 | |
| iPad Pro (9.7 นิ้ว) | iPhone 7 Plus | |
| iPad Pro (10.5 นิ้ว) | iPhone 8 | |
| iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 1) | iPhone 8 Plus | |
| iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2) | iPhone X | |
เวอร์ชันที่มีการอัปเดตทั้งหมดใน iOS 11
เวอร์ชันที่มีการอัปเดตทั้งหมดใน iOS 11 รวมแล้วมีทั้งหมด 15 เวอร์ชันเพิ่มเติม
- iOS 11.0.1
- iOS 11.0.2
- iOS 11.0.3
- iOS 11.1
- iOS 11.1.1
- iOS 11.1.2
- iOS 11.2
- iOS 11.2.1
- iOS 11.2.2
- iOS 11.2.5
- iOS 11.2.6
- iOS 11.3
- iOS 11.3.1
- iOS 11.4
- iOS 11.4.1
iOS 11 มีความสามารถอะไร ที่เปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อนบ้าง ?

System Features ความเปลี่ยนแปลงของระบบ
- หน้า Lock Sceen รวม Notification Center เข้าไปด้วย สามารถดูการแจ้งเตือนได้แม้จะล็อกหน้าจอเอาไว้อยู่ วิธีคือแค่สไลด์ขึ้นลงเพื่อดูหรือซ่อนข้อความแจ้งเตือน
- การตั้งค่าโดยอัตโนมัติจะลงชื่อเข้าในส่วนต่างๆ ด้วย Apple ID ของคุณได้ อาทิ
- พื้นที่จับเก็บข้อมูล iCloud
- พวงกุญแจ
- iTunes
- App Store
- iMessage
- FaceTime
- ออกแบบในส่วนของศูนย์ควบคุม (Control Center) ใหม่เพิ่มตัวเลิกปรับแสงและความสว่าง หรือเพิ่มปุ่มทางลัดสู่เครื่องมือต่างๆ อีกหลายอย่าง

- เพิ่มโหมด 'Do not Disturb While Driving' ใน CarPlay เป็นครั้งแรก บล็อกการส่งข้อความระหว่างขับรถ และตอบกลับผู้ส่งอัตโนมัติให้อีกฝ่ายรับทราบ
- มีการเพิ่ม Smart Invert ที่ทำงานเหมือน Dark Modeช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้
- สามารถลากสลับตำแหน่งของแอปพลิเคชันได้พร้อมกัน (ก่อนหน้านั้นต้องสลับทีละตัว)
- มีระบบ Multi-Room Audio
- ถอดฟีเจอร์ สลับแอปด้วย 3D Touch ที่ขอบจอออก (แต่กลับมาในเวอร์ชัน iOS 11.1)
- สามารถย้ายตำแหน่งแอปพลิเคชันหลายตัวได้พร้อมกัน
- เพิ่มฟีเจอร์ Offload App สามารถลบแอปพลิเคชันออกได้โดยไม่สูญเสียข้อมูลเมื่อดาวน์โหลดกลับมาใหม่
- ในการตั้งค่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage settings) บนอุปกรณ์ จะมีตัวช่วยแนะนำผู้ใช้ให้ลบ ไฟล์รูปภาพในถังขยะ, การสำรองข้อมูล และสามารถเปิดใช้คลังรูปภาพบน iCloud สำหรับสำรองข้อมูลรูปและวิดีโอ

- เพิ่มความสามารถใช้บันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอบน iPhone และ iPad ได้เป็นครั้งแรก โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่ม

- Application dock บท iPad ยกเครื่องใหม่ ดีไซน์ให้คล้ายรูปแบบบน MacOS เพื่อให้เปิดใช้งานแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้น
- ปรับปรุง ระบบ Multitasking interface ให้แสดงแอปพลิเคชันได้หลายตัวพร้อมกัน พร้อมโชว์ Control Center ขึ้นมาพร้อมกัน

- ใน iPhone เปิดแฟลชเป็นไฟฉายได้นานแล้ว แต่บน iPad เพิ่งจะมีใน iOS 11 และรุ่นที่รองรับก็มี iPad Pro (9.7 นิ้ว), iPad Pro (10.5 นิ้ว) และ iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
- เพิ่ม Wallpapers ใหม่สำหรับ iOS 11 และถอดวอลเปเปอร์บางตัวออกเช่นวอลเปเปอร์ปลาเคลื่อนไหว ที่เปิดตัวใน iPhone 6S

- ก่อนหน้านี้เวลาดูวิดีโอเมื่อปรับระดับเสียง ตัวแสดงระดับเสียงจะโชว์ขึ้นมาซ้อนทับวิดีโอ แต่ iOS 11 ปรับให้มีขนาดเล็กลงและไปโชว์มุมขวาจอแทน
- Developer Beta สามารถติดตั้งได้
- เพิ่มระบบ AirPlay 2 ลูกเล่นสตรีมมิ่งผ่าน Wi-Fi
- เพิ่มฟีเจอร์ "Emergency SOS" ปุ่ม SOS ฉุกเฉินบน iPhone แจ้งเตือนเมื่อมีภัย ช่วยโทรแจ้งตำรวจ หรือเรียกรถพยาบาล และส่งพิกัดสถานที่แบบเรียลไทม์
ภาพจาก https://support.apple.com/th-th/HT208076
- เพิ่มการรองรับ HEVC แบบ 8 บิต และ 10 บิต
- เพิ่ม ML APIs สำหรับนักพัฒนาเรียกว่า Core ML สำหรับประมวลผลข้อมูลจะใช้ทั้งบน iOS, macOS, watchOS และ tvOS ทาง Apple บอกว่าจะทำให้ iPhone เร็วกว่าเดิมถึง 6 เท่า
- AR จะใช้ร่วมกับเกมส์ได้ด้วย
- สถานะการปิด Wi-Fi และ บลูทูธจะไม่คงอยู่ตลอดไป มันจะเปิดขึ้นมาใหม่ในอีกวัน ถ้าอยากปิดถาวรต้องไปปรับในการตั้งค่า
- การปรับปรุง Slide Over และ Split View
- ใน Accessibility มีการรองรับ อักษรเบรลล์
Application Features ความเปลี่ยนแปลงของแอปพลิเคชัน
- ปรับดีไซน์ App Store ใหม่

- Siri เรียนรู้การพูดใหม่ๆ ได้ด้วยระบบ Deep learning
- Siri มีสำเนียงการพูดที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม
- Siri แปลภาษาได้ เริ่มรองรับภาษาอังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมณี, อิตาลี และสเปน และตามมาด้วยภาษาอื่นๆ
- Siri Kit เชื่อมต่อกับแอปฯ 3rd party ได้
- Siri สามารถคาดเดาการกระทำถัดไปที่คุณต้องการได้ โดยการเรียนรู้นี้เป็นแบบไพรเวทเฉพาะเครื่องของคุณเท่านั้น
- แอป Camera เพิ่มโหมดกันสั่น ถ่ายภาพพร้อมยิงแฟลช และโหมด High dynamic range สำหรับถ่าย Portrait
- แอป Camera เพิ่มระบบ AR ใส่วัตถุลงไปในภาพได้อย่างอิสระ
- สามารถสแกน QR CODE ได้เลยผ่านกล้องของ iOS 11
- กล้องปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น พร้อม Depth API สำหรับนักพัฒนา ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น, OIS ฉลาดกว่าเดิม
- แอป Photo มีระบบ Machine learning ในการเรียนรู้ว่าภาพที่ถ่ายเกิดในเหตุการณ์รูปแบบไหน
- แอป Photo รองรับการดูภาพแบบ GIF เพิ่มหมวดหมู่อัลบั้ม "Animated"
- Live Photos สามารถสร้างได้จากวิดีโอ และเพิ่มเอฟเฟค Loop, Bounce Long Exposure
- การบันทึกวิดีโอใช้การเข้ารหัสแบบ HEVC ลดขนาดไฟล์ 4K ในขณะที่คุณภาพไม่ลดลง
- iMessages ทำงานบน iCloud Sync ข้อความทุกเครื่องแบบเรียลไทม์
- Apple Pay ใช้จ่ายระหว่างคนกับคนได้แล้ว ส่งเงินผ่าน iMessages ได้
- iMessages บน iPhone X มีการเพิ่ม 'Animoji' ที่สร้างโดยใช้ Face ID
- ไฟล์ JPEG แทนที่ด้วย HEiF ที่ให้คุณภาพสูงกว่าเดิมแต่ใช้พื้นที่ลดลงเท่าหนึ่ง
- Maps เพิ่มแผนที่แบบ Indoor ในบางพื้นที่ เช่นสนามบิน ห้างฯ และเพิ่มฟีเจอร์กำหนดความเร็วให้ผู้ขับขี่ เมื่ออยู่บนถนนที่ไม่คุ้นเคย
- Apple Music เพิ่ม MusicKit SDK ให้นักพัฒนาได้ใช้ พร้อม Social network ในตัว
- แอป Notes สามารถสแกนเอกสารและพิมพ์ออกมาได้ในตัว และเพิ่มตารางในหน้ากระดาษได้
- แอป Notes รองรับตารางเพื่อการจัดเรียงและแสดงข้อมูล
- แอปพลิเคชันจัดการไฟล์ 'File' อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ที่จัดเก็บในเครื่องและบนคลาวด์ได้โดยตรงแล้ว เช่น iCloud Drive, Dropbox, OneDrive และ Google Drive
- แอปพลิเคชันเครื่องคิดเลขดีไซน์ใหม่ให้ดูสวยขึ้น
บทสรุปเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ iOS 11
สำหรับ iOS 11 จัดว่าเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันที่ใหญ่อันดับต้นๆ รุ่นหนึ่งของค่าย Apple เลยก็ว่าได้ มีการอัปเดตที่นำคุณสมบัติใหม่ๆ มาสู่ iPhone และ iPad มากมาย รวมถึงมีการอัปเดตย่อยเพื่อแก้ไขบัค และปรับปรุง ความสามารถของฟีเจอร์ต่างๆ ที่เราไม่ได้พูดถึง ซึ่งนั่นก็เป็นส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น
โดยข้อมูลข้างต้น เป็นการรวบรวมความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจริงๆ เพื่อให้คุณได้มาย้อนอ่านและทำความรู้จักกับ iOS 11 ได้ในบทความเดียว
ความคิดเห็น (0)