รีวิว
Review
รีวิว สินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าไอที ที่ทีมงาน Thaiware ได้ทำการ Review แบบจับต้องสินค้าชนิดนั้นจริงๆ หรือ ทดลองใช้งานซอฟต์แวร์นั้นจริงๆ เรารีวิวแบบ เป็นกลาง ไม่มีโม้ ไม่ลำเอียง อ่านรีวิว ของจริง ต้องอ่านที่ ไทยแวร์รีวิว ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น !

5 เหตุผลที่ Apple ควรเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้แล้ว

พอร์ต Lightning ของ Apple เปิดตัวตั้งแต่ปี 2012 และใช้มาจนถึงปัจจุบัน เราคิดว่ามันถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ
5 เหตุผลที่ Apple ควรเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้แล้ว

  12 กันยายน 2562      34
4.5 (2 โหวต)   
ยกเลิก

พอร์ต Lightning ของ Apple เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2012 มันถูกใช้ในอุปกรณ์หลายอย่าง ซึ่งเราก็ยอมรับว่าตอนที่พอร์ตนี้ถูกเปิดตัวนั้น มันมีความทันสมัยกว่าเพื่อนร่วมยุคอย่างพอร์ต Micro USB เป็นอย่างมาก เพราะพอร์ต Lightning สามารถรับส่งสัญญาณภาพ และเสียงได้ด้วย แถมยังสามารถเสียบด้านไหนก็ได้ 

แต่ปัจจุบันนี้มีพอร์ต USB-C ที่ทำทุกอย่างได้เหมือน หรือดีกว่าพอร์ต Lightning ออกมาแล้ว เราคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ Apple จะเลิกอินดี้ใช้พอร์ตของตนเอง แล้วเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C เหมือนกับผู้ผลิตรายอื่นๆ เหตุผลที่ทำให้เราคิดเช่นนี้มีอยู่ 5 ข้อ คือ

1. ลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้

เงินที่ลูกค้าต้องจ่ายเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ Apple ควรจะเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้แล้ว หลายคนน่าจะเคยสงสัยว่าทำไมพวกสายที่เป็นพอร์ต Lightning มักจะมีราคาสูงกว่าพวกสาย Micro USB หรือ USB-C นั่นก็เป็นเพราะสิทธิบัตรของพอร์ตนี้เป็นของ Apple ซึ่งผู้ผลิตจะต้องจ่ายค่าใช้สิทธิบัตรให้แก่ Apple ด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นโดยปริยาย

ไม่เพียงแค่สายเท่านั้น พวกอะแดปเตอร์ที่ทำพอร์ต Lightning ก็จะต้องเสียค่าสิทธิบัตรด้วย นั่นเป็นสาเหตุให้เราแทบไม่เคยเห็นอะแดปเตอร์ที่รองรับพอร์ต Lightning โดยตรง เนื่องจากผู้ผลิตสามารถเลี่ยงไปใช้พอร์ต USB ที่ต้นทุนต่ำกว่า แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องเพิ่มต้นทุนให้ตนเองล่ะ

แถมเมื่อ Apple ตัดสินใจ ตัดช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม. ออกไป นั่นทำให้ผู้ใช้บางคนที่ต้องการใช้หูฟังเส้นเดิม ต้องเสียเงินซื้อตัวแปลงมาอีก ซึ่งมันก็มีราคาไม่ถูกเลย

5 เหตุผลที่ Apple ควรเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้แล้ว

2. เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้

ต่อให้ค่าสาย Lightning ไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนแบบว่ารวยซะอย่าง แต่มันก็ยังมีปัญหาเรื่องความสะดวกอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่าคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์ของ Apple อยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ Android สามารถใช้สาย USB-C เส้นเดียวชาร์จทั้งแบตฯ สำรอง, สมาร์ทโฟน, หูฟัง, โน้ตบุ๊ค, กล้องถ่ายรูป, ลำโพงพกพา ฯลฯ แต่สาย Lightning ของ Apple ชาร์จได้แค่ iPhone, iPad และ iPod เท่านั้น หากคุณพกอุปกรณ์นอกเหนือไปจากนี้ คุณต้องพกสายไปเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องวุ่นวายที่ไม่สมควรเลย

3. ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

ใครที่ทันใช้งานมือถือยุคแรกๆ น่าจะรู้ดีว่าในสมัยนั้นที่ชาร์จมือถือไม่สามารถใช้งานข้ามค่ายได้ เพราะแต่ละยี่ห้อก็ทำหัวชาร์จในแบบของตนเอง จนเมื่อประมาณปี 2010 บรรดาผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ได้ตกลงร่วมกันว่าจะใช้หัวชาร์จมาตรฐานเดียวกันเพื่อลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งพอร์ตที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ ก็น่าจะเป็นพอร์ต USB-C ที่มีความสามารถ และประสิทธิภาพตอบโจทย์กว่าพอร์ต Lightning อย่างชัดเจน

5 เหตุผลที่ Apple ควรเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้แล้ว
ภาพจาก https://www.treehugger.com/clean-technology/universal-phone-charger-approved-could-save-136-million-tons-of-co2.html

4. USB-C ดีพอแล้ว

ในตอนนั้นที่หลายฝ่ายยังให้การสนับสนุนพอร์ต Lightning ก็เพราะว่าประโยชน์ของเทคโนโลยีในเวลานั้น ที่ดีกว่า Micro USB มากในเกือบทุกๆ ด้าน

แต่ตอนนี้ USB-C ทำทุกอย่างได้เหมือน Lightning และทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำในบางเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องการจ่ายไฟ, ส่งสัญญาณภาพ, สัญญาณเสียง ความเร็วในการรับส่งข้อมูล แถม USB-C ยังสนับสนุนทั้ง Thunderbolt 3 และ USB 3.1 อีกด้วย หรือแม้แต่การทำหน้าที่แทนพอร์ต HDMI

แม้ว่า USB-C จะยังไม่สมบูรณ์แบบ และมีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอยู่ แต่เมื่อเทียบกับพอร์ต Lightning ที่ค่อนข้างล้าสมัยแล้ว ก็ต้องบอกว่ามันดีกว่าจริงๆ นั่นแหละ

5 เหตุผลที่ Apple ควรเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้แล้ว
ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_devices_with_video_output_over_USB-C

5. อุปกรณ์ของ Apple ใช้พอร์ตหลายชนิดเกินไป

พอร์ต Lightning เริ่มล้าสมัยจนเกินไป จนแม้แต่ตัว Apple เองก็เริ่มเลิกใช้แล้วด้วยซ้ำ แต่ปัญหาคือ Apple ยังคงเลือกใช้พอร์ต Lightning อยู่เหมือนเดิมในอุปกรณ์รุ่นใหม่ ดูอย่างเช่น iPad Pro 2018 ได้เปลี่ยนมาใช้ USB-C แล้ว แต่ iPad Air 2019 กลับยังใช้พอร์ต Lightning ซะงั้น

ยิ่งไปกว่านั้น MacBook, MacBook Pro และ MacBook Air รุ่นใหม่ๆ มาพร้อมกับ USB-C และไม่มีพอร์ต USB-A ให้ หากเราต้องการชาร์จ iPhone กับ Mac ล่ะก็ เราต้องซื้อสายใหม่ หรือไม่ก็ซื้อตัวแปลงมาใช้ ซึ่งไม่สะดวกเลย


เราเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว Apple ก็คงจะหันมาใช้ USB-C ในอนาคตอย่างแน่นอน เพียงแต่เมื่อไหร่นี่สิ พอร์ตรุ่นก่อนแบบ 30 พิน Apple ได้มันตั้งแต่ปี 2003-2014 รวมอายุ 11 ปี ส่วน Lightning เริ่มใช้มาตั้งแต่ 2012 ทิ้งช่วงก่อนจะทิ้งพอร์ตเดิมไปประมาณ 2 ปี ก็ไม่แน่นะว่าในปี 2020 อาจจะเป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ใช้พอร์ต Lightning

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com