Google รู้จักคุณดีแค่ไหน?
ท่ามกลางข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่โปร่งใสของ Facebook อันที่จริง Google ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้มหาศาลเช่นกันนะ นั่นทำให้ Google เป็นผู้นำในด้านธุรกิจโฆษณาดิจิทัล (Google ครอบครองส่วนแบ่ง 37% ในขณะที่ Facebook มี 22%)
ช่องทางที่ Google ใช้ในการเก็บข้อมูลจากเราไปมีอยู่มากมาย ที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงก็อย่างเช่น คำค้นหาที่คุณกดในเบราว์เซอร์, วิดีโอบนยูทูปที่คุณรับชม ฯลฯ
Google เก็บข้อมูลอะไรบ้าง?
- คำที่คุณค้นหา
- วิดีโอที่คุณรับชม
- ข้อมูลเสียงพูด (Voice) และเสียงอื่นๆ (Audio)
- ข้อมูลการซื้อขาย
- คนที่คุณเคยติดต่อ หรือแบ่งปันเนื้อหาด้วย
- กิจกรรมต่างๆ บนเว็บไซต์ 3rd-party หรือแอปที่ใช้ Google services
- โฆษณา และเนื้อหาที่คุณดูบน Google รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา
- ประวัติการเข้าเว็บที่คุณทำการ Sync ไว้กับบัญชีของ Google
- ข้อมูลตำแหน่งสถานที่ ที่ Google เก็บผ่าน GPS หรือรวบรวมจากเซ็นเซอร์ต่างๆ, IP addresses, Wi-Fi hotspo และ Bluetooth beacons
อะไรที่ไม่ถูก Google เก็บข้อมูล?
- ข้อมูลใน Google Docs ของลูกค้าที่ใช้เวอร์ชันเสียเงิน (Enterprise)
- ข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet traffic) จาก Google Wi-Fi home routers
- Google เคยใช้ข้อมูลในเนื้อหาที่ปรากฏบน Gmail ในการเลือกโฆษณาที่จะแสดงผล แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำเช่นนั้นแล้ว
ภาพรวม : Google ไม่ได้มีดีแค่ชื่อของเว็บที่ให้บริการค้นหาแต่เพียงเท่านั้น Google เก็บรวบรวมข้อมูลได้มหาศาลจาก Chrome Browser, YouTube, อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android, Google Assistant, Google Maps รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่น Nest และ Google Home
แม้ว่าคุณอาจจะไม่ใช้บริการของ Google เลย แต่ Google ยังคงมีข้อมูลบางส่วนของคุณอยู่ดี เพราะ Google นั้นแฝงตัวอยู่ในบริการต่างๆ มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่น่าแปลกใจที่มันเป็นผู้เล่นคนสำคัญในโลกโฆษณาดิจิทัล และมีให้บริการเครื่องมือสำหรับสร้างโฆษณา และวิเคราะห์ข้อมูลที่แข็งแกร่ง
เรื่องน่าสนใจ ! : ผลการวิจัยของ Douglas C. Schmidt ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ที่เผยแพร่ออกมาในปี 2018 ได้พบว่า Chrome ได้ส่งข้อมูลจำนวนหนึ่งกลับไปยัง Google แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้กระทำการใดๆ เลยก็ตาม โดยในนั้นรวมถึงข้อมูลตำแหน่งสถานที่แม้ว่าผู้ใช้ได้เลือกที่จะไม่แบ่งปันข้อมูลดังกล่าว และเกือบครึ่งของข้อมูลมาจากสิ่งที่ผู้ใช้ได้ทำการปฏิสัมพันธ์กับบริการของ Google
- Google ได้ตอบโต้บางส่วนของรายงานโดยชี้ให้เห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลงใหม่ในส่วนของเครื่องมือจัดการข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว แต่ทาง Schmidt ได้กล่าวว่า "ส่วนใหญ่แล้วมันก็เหมือนเดิม"
- Schmidt แซะ Google ว่า "คุณสามารถเปลี่ยนน๊อตบางตัว เพื่อให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ผมว่ามันไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากนัก"
ตำแหน่ง (Location) ดาบสองคนที่สร้างความไม่สบายใจ
การใช้ประโยชน์จากข้อมูลตำแหน่งสร้างความสำบากใจให้กับผู้ใช้ Google
- ด้านดี : เมื่อ Google ติดตามตำแหน่งของคุณ มันสามารถเรียนรู้ได้ว่าคุณทำงานที่ไหน และใช้ชีวิตอย่างไร มันสามารถคาดเดาได้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณต้องการออกจากบ้าน หรือเตือนว่าวันนี้คุณควรจะพกร่มติดตัวไปด้วย
- ด้านร้าย : ในขณะเดียวกัน การที่ Google สามารถ "วาด" รายละเอียดชีวิตของคุณได้อย่างน่าทึ่ง มันก็ไม่แปลกอะไรที่จะทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกกังวลถึงความเป็นส่วนตัว
- Google ขยายตัวจากซอฟต์แวร์ไปสู่ฮาร์ดแวร์ Nest cameras, Thermostats ไปจนถึง Google Home Hub และ Pixel นั่นหมายความว่า Google มีกล้อง และไมโครโฟนที่คอยจับตาชีวิตส่วนตัวของคุณมากขึ้น
ยังมีอะไรอีกไหม?
Google search ตั้งเป้าที่จะตอบสนองต่อการค้นหาข้อมูลจากทั่วทั้งโลกเอาไว้ ซึ่งมันเกิดขึ้นได้จากการที่ Google เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากบริการต่างๆ รวมเข้าไว้ด้วยกัน นั้นหมายความว่า มีข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ปรากฏอยู่บน Google ได้ก็เพราะ บางคน, บางแห่งในโลกนี้ได้โยนสิ่งนั้นขึ้นไปบนโลกอินเทอร์เน็ต
- หากรูปภาพที่น่าอับอายของคุณในสมัยละอ่อนที่อยู่ในหนังสือรุ่น หรือใบขับขี่ของคุณ ได้ถูกโพสต์บนโลกออนไลน์ Google จะช่วยให้คนอื่นๆ สามารถค้นพบมันได้ (ยกเว้นในโซนยุโรป ที่มีกฏหมาย "Right to be forgotten" ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถยื่นคำร้องขอลบข้อมูลได้)
แล้วเราทำอะไรได้บ้าง?
ก็มีบางสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้ Google รู้จักเราน้อยลง กับบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องสนิทกันจนเกินไปหรอกเนอะ
- ใช้ Search engine ตัวอื่นๆ แทน อย่างเช่น Bing จาก Microsoft หรือหากเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ ก็ต้อง Duck Duck Go เลย
- การเลือกใช้ iPhone ไม่ได้ช่วยให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของ Google หรอกนะ Google จ่ายให้ Apple หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อให้มันกลายเป็นเว็บค้นหาเริ่มต้นใน iPhone, iPad และ Mac แม้ว่าเราจะเปลี่ยนค่าได้ แต่มีสักกี่คนที่ทำกัน (วิธีเปลี่ยนคือเข้า Settings >> Safari >> Search Engine)
- เปลี่ยนเว็บเบราว์เซอร์จาก Chrome ไปใช้เจ้าอื่น เช่น Firefox หรือ Safari หรือไม่ก็ใช้ Chrome ในโหมดส่วนตัว (กด Ctrl+Shift+N เพื่อเข้าโหมด Incognito) ทั้งนี้ตอนนี้มีเว็บเบราว์เซอร์ใหม่ที่เน้นความเป็นส่วนตัวน่าสนใจมาก คือ Brave ลองดาวน์โหลดมาใช้กันดูได้ที่ https://software.thaiware.com/13273-Brave-Browser-Download.html
- เราสามารถดูได้ว่า Google รู้จักเราแค่ไหนแบบเบื้องต้นได้ง่ายๆ ด้วยการเข้าไปเช็คที่ myactivity.google.com/
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยากมากที่จะปิดกั้นตัวเองออกจาก Google ได้ทั้งหมด เพราะบริการของ Google ได้แพร่กระจายไปในหลากหลายบริการ พูดให้เห็นภาพง่ายๆ หากเราต้องการปิดตัวเองจาก Google อย่างน้อยเราก็ต้องเลิกใช้ Spotify หรือ Uber ไปด้วย
ความคิดเห็น (0)