ใครที่กำลังสนใจ iPhone 7 อยู่ ตอนนี้ในไทยก็มีการวางขายอย่างเป็นทางการแล้วรวมถึงทางหน้าเว็บ Apple Online Store ด้วย และตอนนี้ทางไทยแวร์เองก็ได้รับเครื่อง iPhone 7 Plus เครื่องศูนย์ไทยมาแล้ว โดยรุ่นที่วางขายในประเทศไทยจะเป็น Model 1784 นะครับ ใครที่ลังเลอยู่ว่าจะเปลี่ยนมาใช้ดีไหม อ่านรีวิวนี้จบ น่าจะได้รับคำตอบอย่างแน่นอน

คุณสมบัติที่น่าสนใจของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
- กันน้ำได้แล้ว มาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที
- กล้องรูรับแสงกว้างขึ้น f/1.8, มี Optical Zoom 2x และมีกล้องคู่ (เฉพาะ iPhone 7 Plus) ที่ทำให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมาก
- ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ
- ปุ่ม Home แบบใหม่ เป็นแบบสัมผัส พร้อม Taptic engine
- ซีพียู A10 ที่ทำให้ iPhone 7 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความเร็วสูงที่สุดในท้องตลาดปัจจุบัน
- หน้าจอ Retina HD แสดงขอบเขตสีได้สมจริงกว่าเดิม มาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในวงการภาพยนตร์
สเปคอย่างละเอียดของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
คลิกเพื่อแสดงเนื้อหาที่ถูกซ่อนเอาไว้
- รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย Model 1784
- ระบบปฏิบัติการ iOS 10
- ซีพียู A10 64 บิต พร้อมชิป M10
- แรม 2GB บน iPhone 7, 3GB บน iPhone 7 Plus
- กล้อง
iPhone 7 ความละเอียด 12MP f/1.8
iPhone 7 Plus ความละเอียด 12MP f/1.8 เลนส์คู่ : มุมกว้าง f/1.8 เทเลโฟโต้ f/2.8 ซูมออปติคอล 2 เท่า - ถ่ายวิดีโอ
บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 30 fps
บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fps
บันทึกวิดีโอระดับ HD 720p ที่ 30 fps
รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่น ความละเอียด 1080p ที่ 120 fps และ 720p ที่ 240 fps - หน่วยความจำภายใน มีให้เลือก 3 ขนาด 32GB, 128GB และ 256GB
- กันน้ำได้มาตรฐาน IP67
- ลำโพงสเตอริโอ
- มีเครื่องให้เลือก 5 สี คือ โรสโกลด์, ทอง, เงิน, ดำ, ดำเจ็ทแบล็ค
- หน้าจอ
iPhone 7 ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 334 x 750 พิกเซลที่ 326 ppi
iPhone 7 Plus ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซลที่ 401 ppi - ขนาดและน้ำหนัก
iPhone 7 138.3 มม. x 67.1 มม. x7.1 มม. น้ำหนัก 138 กรัม
iPhone 7 Plus 158.2 มม. x 77.9 มม. x 7.3 มม. น้ำหนัก 188 กรัม - แบตเตอรี่
iPhone 7 1,960 mAh
iPhone 7 Plus 2,900 mAh - ใช้ซิมแบบ Nano
แกะกล่อง iPhone 7 Plus
ครั้งนี้ Apple มีการเปลี่ยนวัสดุภายในเล็กน้อย ที่กล่องใส่หูฟัง ที่เป็นกระดาษล้วนๆ ไม่มีฝาพลาสติกครอบมาแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการของ Apple ที่ต้องการใช้วัสดุแบบอนุรักษ์ธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
และเนื่องจาก iPhone 7 ได้ตัดเอาช่องเสียบหูฟังออกไปแล้ว ตัวหู Earpod ที่แถมมาในกล่องจึงเป็นแบบหัว Lightning และมีสายอะแดปเตอร์สำหรับแปลงหูฟังธรรมดาให้เป็นหัว Lightning ติดมาด้วยในกล่อง
เรื่องน่าเศร้าอีกอย่าง คือ Apple ยังคงไม่แถมอะแดปเตอร์แบบจ่ายไฟ 2.1A ให้ ยังคงเป็นแบบมาตรฐาน 1A อยู่
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- iPhone 1 เครื่อง
- อะแดปเตอร์ จ่ายไฟ 1A
- สาย Lightning 1 เส้น
- หูฟัง Earpod แบบหัว Lightning 1 เส้น
- เข็มจิ้มถาดซิม
- คู่มือฉบับย่อ
- สติ๊กเกอร์รูป Apple
- อะแดปเตอร์ Lightning to 3.5 มม.
ดีไซน์ของ iPhone 7 Plus
เป็นเรื่องที่เราค่อนข้างผิดหวังที่ iPhone 7 นั้นใช้ดีไซน์เดียวกับ iPhone 6/6s คือถ้าไม่นับลายเส้นเสาอากาศด้านหลังที่เปลี่ยนไป กับรูหูฟังที่หายไป เราคงแยกมันด้วยตาเปล่ายากสักหน่อย เหมือนกันจนเคสบางรุ่นสามารถใส่ร่วมกันได้ด้วยซ้ำ แต่ถึงภายนอกจะคล้ายเดิม แต่ภายในก็เปลี่ยนไปมากนะครับ

ลำโพงเป็นแบบสเตอริโอแล้ว อยู่ที่ด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง ปุ่ม Home กลายเป็นปุ่มแบบสัมผัส ใช้เทคโนโลยี Taptic Engine ในการทำงาน ใช้ครั้งแรก จะรู้สึกแปลกๆ แต่พอชินแล้วก็สะดวกดีครับ
หน้าจอสีสันสดใสกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ภาพจะดูมีความอิ่มสีมากขึ้นอย่างชัดเจน

กล้องหลังของ iPhone 7 Plus จะเป็นเลนส์คู่ โดยตัวหนึ่งเป็นเลนส์มุมกว้างระยะ 28 มม. f/1.8 พร้อมระบบกันสั่น OIS และอีกเลนส์จะเป็นเทเลโฟโต้ ระยะ f/2.8 มีลูกเล่นซูมออปติคอล 2 เท่า ไฟ LED 4 ดวง แบบ Dual tone

ด้านล่างของตัวเครื่อง รูเสียบหูฟังหายไปแล้ว แต่ว่าเครื่องไม่ได้บางลงนะครับ ยังมีความบางเท่าเดิม แต่ที่ได้ตอบแทนจากการเสียสละรูหูฟังไป คือ พื้นที่สำหรับใส่วงจรให้ปุ่ม Home แบบสัมผัสนั่นเอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 7 Plus
ทั้งนี้เฟิร์มแวร์ของกล้อง iPhone 7 นั้นยังไม่สมบูรณ์นะครับ ยังขาด Portrait Mode ที่ทำให้เราถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ โดยต้องรออัพเดทอีกครั้ง ในเร็วๆ นี้
ภาพจากกล้องหลัง
ภาพจากกล้องหน้า
เมื่อเทียบความคมชัดกับภาพที่ถ่ายกับกล้อง iPhone 6 จะเห็นได้ชัดว่ามีกล้อง iPhone 7 ดีกว่าค่อนข้างเยอะเลยล่ะ, ถ่ายมาโครได้ใกล้กว่าเดิม และจัดการกับ Noise ในภาพได้ดีกว่าเดิมมากด้วย
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)
iOS 10
ระบบปฏิบัติการของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะเป็น iOS 10 ตั้งแต่แกะกล่อง และแน่นอนว่าด้วยซีพียู A10 ที่แรงสุดในตอนนี้ ทำให้การใช้งาน iOS 10 นั้นลื่นมากครับ เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นผ่านๆ มา แต่โดยความรู้สึกของผมแล้ว หากเทียบกับ iPhone 6s ก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก (แยกแทบไม่ออก) แต่ถ้าเทียบกับ iPhone 6 ล่ะก็ ถือว่าเร็วมากขึ้นพอสมควร
ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของ iOS 10
- แอปฯ มาตรฐานบน iOS สามารถลบได้แล้ว (แต่บางตัวไม่สามารถลบได้)
รายชื่อแอปฯ ที่สามารถลบได้
- Calculator
- Calendar
- Compass
- Contacts1
- FaceTime
- Find My Friends
- Home
- iBooks
- iCloud Drive
- iTunes Store
- Mail
- Maps
- Music2
- News3
- Notes
- Podcasts
- Reminders
- Stocks
- Tips
- Videos
- Voice Memos
- Watch app4
- Weather
- มี Spotlight widgets ให้เลือกใช้ดังนี้ Calendar: Up Next, Phone: Favorites, Mail: Mail, Maps: Maps Destinations, Maps: Maps Nearby, Maps: Maps Transit, Music, Notes, Photos Memories, Tips.
- แท็บ Categories บน App Store ถูกนำกลับมาให้ใช้งานอีกครั้ง
- New Face Gallery ถูกเพิ่มเข้าไปในแอปฯ Apple Watch
- หากเราลบแอปฯ FaceTime ไปแล้ว เรายังคงสามารถโทร FaceTime ได้ผ่านการสั่งงานด้วย Siri และยังคงสามารถรับสาย FaceTime ได้อยู่เหมือนเดิม
- AirPlay บน Control Center จะแยกระหว่าง Audio และ Video
- การ Setup ต่างๆ รองรับการแสดงผลแบบ Landscape
- แอปฯ Music รองรับการใช้งานแบบ Split View
- Siri App Suggestions มีเป็นตัวเลือกใน Spotlight Widget และ Apple News ถูกมาแทนที่ Spotlight Proactive News
- แอปฯ Healthหน้าตา UI/UX ถูกออกแบบใหม่
- สามารถใช้ 3D touch ปรับความสว่างของแสงไฟฉายได้ ด้วยการแตะค้างที่ไอคอน
- หากเราค้นหาแอปฯ ผ่าน Spotlight แล้วแอปฯ นั้นไม่ถูกติดตั้งบนเครื่องแล้ว มันจะแจ้งเตือนให้เราดาวน์โหลดจาก App Store ได้อัตโนมัติ
- Mail สามารถตรวจสอบได้ว่ามีอยู่ใน Mailing lists และมีเพิ่มปุ่ม Unsubscribe อีเมลที่เราไม่ต้องการ
- หน้า Favorites list สามารถเพิ่มรายชื่อได้ทั้งเบอร์และข้อความ
- Notes collaboration สามารถเชิญคนเข้ามาเพิ่มและแก้ไขข้อความได้
- Live Photo สามารถแก้ไขได้แล้ว
- Split View สามารถใช้งานกับ Safari บน iPad
- Safari สามารถทำ Unlimited tabs ได้แล้ว
- สร้างอีเมลแบบ Side-by-side บน iPad ได้
- มีระบบแจ้งเตือนเวลาที่ควรเข้านอน
- แจ้งเตือนหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติดบน Maps
- แสดงข้อมูลมลภาวะเป็นพิษของอากาศบนแผนที่ประเทศจีน
ความเห็นจาก Thaiware
| ข้อดี - เป็น iDevices ที่เร็วที่สุดในขณะนี้
- กันน้ำได้
- ปุ่ม Home แบบสัมผัส แก้ปัญหาปุ่มกดยากเมื่อใช้งานไปนานๆ เหมือนไอโฟนรุ่นก่อนๆ
- ลำโพงคู่เสียงดังกว่าเดิมมาก
- กล้องคู่ สามารถ Optical ซูมได้
| ข้อเสีย - ไม่มีรูหูฟังมาตรฐาน
- ดีไซน์น่าเบื่อ
- อะแดปเตอร์ Lightning to 3.5 มม. ที่แถมมาในกล่องดูบอบบาง พังง่ายมาก
- ราคาค่อนข้างแพง
|
ในแง่ของประสบการณ์การใช้งานแล้ว เรายอมรับเลยว่า iPhone 7 นั้น ทำได้ดี ความไว ความเสถียร สูงมาก ระบบปฏิบัติการ iOS 10 มีความฉลาดและยังใช้งานง่ายเหมือนเคย แต่จุดที่เรารู้สึกไม่ชอบเลย คือ การออกแบบตัวเครื่องที่เหมือนกับ iPhone 6/6s มากเหลือเกิน ทำให้เรารู้สึกว่ามันน่าเบื่อเกินไปหน่อย
ความคิดเห็น (0)