Trend Micro Deep Security 9 ปกป้องเซิร์ฟเวอร์ทั้งแบบฟิสิคอล เวอร์ชวล และคลาวด์ ได้ภายในหนึ่งเดียว !
ถ้าพูดถึงการติดตั้งซอฟท์แวร์เพื่อป้องกันไวรัสแล้ว หากเป็น User ทั่วไปคงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรกับการที่จะหาโปรแกรม Antivirus สักตัวมาติดตั้ง แต่ในระดับองค์กหรือบริษัทใหญ่ๆ หรือที่เรียกว่า Enterprise การจะปกป้องคอมพิวเตอร์ด้วยการติดตั้งโปรแกรมทีละเครื่องคงไม่ใช่เรื่องสนุกนัก ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากในระบบแล้ว มันเป็นงานที่เสียเวลา และควบคุมได้ยาก หรือหากใช้ระบบเซิฟเวอร์กลางก็จะมี่ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ค่าเซิฟเวอรที่ตามมาอีก แต่ Deep Security 9 จาก เทรนด์ ไมโคร มีทางออกที่ดีสำหรับองค์กรที่ประสบปัญหาดังกล่าว

จุดเด่นของ Deep Security 9
ทำงานได้อย่างรวดเร็วบน Virtualization และลดค่าใช้จ่ายของ Cloud
- เป็นระบบรักษาความปลอดภัยตัวแรกที่พัฒนามาเพื่อทำงานร่วมกับ VMware ทำให้จัดการทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและง่ายต่อการจัดการกับมัลแวร์
- การต่อการจัดการกับระบบที่แตกต่างกัน Manage Multi-function security agent ทั้งหมดได้ภายในจุดเดียว ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน
- สมรรถนะการทำงานที่เหนือกว่า ขจัดการทำงานที่ซ้ำซ้อนออกด้วย Hypervisor-level Scanning
- ผนวกระบบคลาวด์ APIs อย่าง Amazon AWS และ VMware vcloud Director ทำให้กำหนดระดับการรักษาความปลอดภัยในระดับ Physical, Virtual, และ Cloud servers ได้อย่างง่ายดาย
- แยกสถาปัตยกรรมการทำงานของแต่ละบริการบนเซิฟเวอร์ออกจากกัน เพื่อให้ผู้ใช้มีความปลอดภัยสูงสุด ไม่ได้รับผลกระทบจากระบบอื่นที่แตกต่างกัน
- กำหนดระดับการใช้งาน, ปรับปรุงซอฟท์แวร์ และสนับสนุนการแก้ปัญหาภายในองค์กร ผ่าน Datacenter
ป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูลและการขัดขวางธุรกิจ
- ค้นหาและลบมัลแวร์ออกจาก Virtual serves ในแบบ Real time ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ
- ป้องกันมัลแวร์ที่พยายามหลบซ่อนการถูกตรวจพบ ด้วยการผิดการทำงานหรือก่อกวนโปรแกรมรักษาความปลอดภัย
- สร้างกำแพงป้องกันช่องโหว่ที่รู้จักและไม่รู้จัก ที่อาจจะมีบนเว็บไซต์, โปรแกรมธุรกิจ และระบบปฏิบัติการ
- ตรวจจับและแจ้งเตือน หากพบการกระทำที่ผิดปกติและน่าสงสัยในระบบ
- มีฐานข้อมูลดัชนีเว็บอันตรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้ที่พยายามเข้าไปยังเว็บไซต์อันตรายได้
- ตรวจหา และป้องกัน Botnet และการโจมตี Command and Control (C&C) ด้วยการอ้างอิงข้อมูลจาก Global และ Locak treat inteligence
ลดค่าใช้จ่ายในการดูและรักษาระบบได้อย่างสูงสุด
- ลดค่าใช้จ่ายของซอฟท์แวร์ต่างๆ ที่ต้องติดตั้งเป็น Client ทีละเครื่อง ด้วยศูนย์ควบคุมกลาง Software agent และ Virtual appliance
- ลดความซ้ำซ้อนในการควบคุมด้วยตัวจัดการจาก Trend micro, VMware และ Enterprise directories
- ให้ความคุ้มครองด้วยการแบ่งระดับการเข้ารหัส และความเสียหายที่อาจจะเกิดจากซอฟท์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัพเดต
- ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและจัดการทรัพยากรที่ทำงานให้อัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดการแจ้งเตือนเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ด้วยการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้อัตโนมัติ
- ลดความยุ่งยากในการตรวจสอบไฟล์ต่างๆ ผ่าน Cloud ด้วย Whitelisting และ Trusted events
ลดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการขอ Compliance
- โดยมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับ Compliance ที่สำคัญของ PCI DSS2.0, HIpAA, NIST และ SAS 70 รวมอยู่แล้ว ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้มาก
- สามารถจัดทำรายงานซึ่งสามารถใช้ในการตรวจสอบและแสดงรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการโจมตีตามกฏข้อบังคับของ Compliance ต่างๆ
- ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้สำหรับการถูกตรวจสอบ (Audit)
- ช่วยพัฒนา Compliance ภายในองค์กร
- ช่วยยกระดับมาตราฐาน (การรักษาความปลอดภัย)ไปสู่มาตราฐาน common criteria EAL 4
รูปแบบสถาปัตยกรรมการทำงานของ Trend Micro Deep Security 9

ภาพจาก https://emea.emc.com/collateral/campaign/global/emcforum/2012/trendmicro-data-centre-evolution-securing-your-journey-to-the-cloud.pdf
Deep Security 9 ยกระดับการป้องกันรักษาความปลอดภัยทั้งในแบบ Agentless และ Agent-based ด้วยการทำงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ สามารถดูแล Virtial serves และ Destops รวมถึง Public Clouds และช่วยเร่ง ROI การทำงานของมันประกอบด้วย Anti-mailware, Web reputation, Firewall, Intrusion prevention และ Monitoring, Log ไว้ในโซลูชั่นเดียวกัน
ทาง Trend Micro พัฒนา Deep Security 9 โดยผนวกการทำงานร่วมกับ VMware ด้วยการรวม VMware vCenter™, vSphere Endpoint™ และ vCloud Director®เพื่อให้การปกป้องทุกอย่างในสภาพแวดล้อมของ VMware มีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบปฏิบัติการที่รองรับของ Deep Security 9
- Microsoft® Windows®
- Windows 7, 8* (32 & 64 bit)
- XP (32 & 64 bit)
- XP embedded
- Windows Vista (32 & 64 bit)
- Windows Server 2003 (32 & 64 bit)
- Windows Server 2008 R2 (64 bit)
- Windows 2012* (64 bit)
- Windows 8
- Oracle Solaris™
- Trend Micro Deep Security supports Oracle Exadata Database Machine, Oracle Exalogic Elastic Cloud and SPARC Super Cluster via the supported Solaris operating systems.
- Oracle Solaris 9 and 10, (64-bit Sparc), Solaris 10 and 11, (64-bit x86)
- Linux
- Red Hat 4, 5, 6 (32-bit and 64-bit)
- SuSE 10, 11
- Ubuntu 10.04**, 12.04 LTS (64-bit),
- CentOS 5, 6 (32-bit and 64-bit)
- Amazon Linux (see the latest Agent release notes for supported versions).
- Oracle Linux 5**, 6** (32-bit and 64 bit, Redhat kernel only)
- *Anti-Malware support for Linux for on-demand scan. RHEL 5, 6 (64 bit only), SLEX 10, 11 (32 and 64 bit)
- Ubuntu 12.04 LTS, Oracle Linux
- Unix*
- AIX 5.3, 6.1 on IBM Power Systems
- HP-UX 11i v3 (11.31) *Only Integrity Monitoring and Log Inspection modules are available on these UNIX-based platforms.
- Virtualization
- VMware®: VMware ESX/ESXi 3.x*, ESX/ESXi 4.0**, ESX/ESXi/VMware vShield Endpoint 4.1, ESXi 5.0/5.1/vCloud Networking and Security 5.1, View 4.5/5.0/5.1
- Citrix®: XenServer *
- Microsoft®: HyperV *
สำหรับ Deep Security 9 นั้น ทาง Trend Micro ได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปทดลองใช้ได้ก่อนที่จะซื้อจริงครับ โดยสามารถไปดาวน์โหลด ได้ที่ https://www.trendmicro.com/us/enterprise/cloud-solutions/deep-security/index.html#system-requirements กดที่ปุ่ม Free Trial เพื่อขอทดลองใช้งานได้เลย

โดย Deep Security 9 จะประกอบไปด้วยโปรแกรม 3 ตัว นะครับ คือ
- Deep Security Virtual Appliance/Filter Driver
- Deep Security Manager
- Deep Security Agent

ซึ่งเราจะมาดูกันทีละตัวนะครับ ว่าแต่ละตัวจะมีการใช้งานยังไงบ้าง ![]()
รีวิว Trend Micro Deep Security 9
การเข้าถึงโปรแกรม Deep Security สามารถเข้าจากเครื่องไหนก็ได้ในเครือข่าย โดยอาศัยเว็บบราวเซอร์ แผงคอนโซลมีหน้าตาเป็นมิตรและเข้าใจง่าย เราสามารถกำหนด Widgets ข้อมูลที่แสดงผลให้เหมาะสมกับระบบของเราได้อย่างอิสระ ข้อมูลแสดงเป็นกราฟฟิคสวยงาม ข้อมูลเลห่านี้สามารถกดดูย้อนหลังได้นานถึง 7 วัน และเรายังฟิลเตอร์เลือกดูแบบทั้งระบบ, กลุ่มที่ตั้งไว้ หรือตามเงื่อนไขที่เราได้กำหนด Policy ไว้ได้ด้วย

Widgets มีตัวเลือกให้เยอะและละเอียดมาก ต้องการดูข้อมูลตัวไหน มีให้ดูอย่างครบถ้วน

หน้า Dashboard สามารถสร้างเพิ่มได้ แยกดูข้อมูลของกลุ่มคอมพิวเตอร์ได้จากกันอิสระ ไม่จำเป็นต้องเลือกสลับฟิลเตอร์ไปมา สะดวกทีเดียว หากมีคอมพิวเตอร์ในระบบเยอะๆ

การแจ้งเตือน Alerts สามารถดูได้ 2 รูปแบบ คือ Summary View กับ list View


เราสามารถค้นหาปัญหาที่แจ้งเตือนได้ด้วย หากมีปัญหาแจ้งเข้ามาหลายครั้ง สะดวกมากในการค้นหาจุดที่ต้องการแก้ไข

เราสามารถกำหนด เรื่องที่ต้องการให้แจ้งเตือนได้ใน Configure เรื่องไหนไม่ต้องการให้เตือนก็สามารถปิดได้ครับ

Events & Reports เราสามารถดูรายละเอียดและพิมพ์สรุปรายงานการใช้งานของแต่ละเครื่องและภาพรวมได้อย่างสะดวกครับ
ตัวรายงานสามารถแยกประเภทของรายงานที่ต้องการดูได้ตามข้อมูลได้

การ Export รายงาน กำหนดได้ว่า จะให้มีรายละเอียดส่วนไหนบ้าง

ตัวอย่าง หน้าตาของรายงานครับ

สามารถปรับแต่งรายงานได้ด้วย

การเพิ่มคอมพิวเตอร์เข้ามาในระบบ ทำได้อย่างง่ายดาย

เราสามารถรีโมตเข้าไปปรับแต่งค่าความปลอดภัยของแต่ละส่วนได้เลยครับ

หน้าตาแผงคอนโซลของตัว Agent ในระบบ

การกำหนดกฏ Policies แยกเป็นกลุ่ม ทำได้โดยง่าย

แผงคอนโซลของ Administration แยกหมวดหมู่เข้าใจง่ายดี สามารถตั้งค่าและเข้าถึงในแต่ละส่วนได้โดยง่าย ไม่ต้องเข้าลึกหลายขั้นตอน

ความเห็นจากไทยแวร์
เทรนด์ในปัจจุบันหลายองค์กรจับตามองไปที่กระแสของเวอร์ชวลไลเซชัน (Virtualization) และคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ที่ออกแบบให้การจัดการคอมพิวเตอร์จำนวนมากเป็นเรื่องง่าย และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการใช้ระบบไอทีเดิมๆ ที่เป็นเชิงกายภาพ (Physical) แต่ว่าการที่จะย้ายไปสู่ระบบใหม่ ก็ยังติดปัญหาที่ความไม่แน่ใจในความปลอดภัยซึ่งผู้บริหารและผู้ที่ดูแลฝ่ายไอทีมีความวิตกกังวลอยู่ จึงเกิดเป็นแนวคิดระบบที่สามารถทำงานร่วมกันระหว่างระบบใหม่และเก่าให้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์
ซึ่งเวลานี้ ผู้ที่ชิงเปิดตัวระบบที่ว่าก่อนใครเลย ก็คือ Deep Security 9 จากค่าย Trend Micro ที่โซลูชันการทำงานสามารถที่จะคุ้มครองได้ทั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นแบบฟิสิคอล, แบบเวอร์ชวลไลเซชัน หรือแม้กระทั่งเป็นระบบคลาวด์ก็ยังทำงานได้อย่างครบถ้วนครับ





ความคิดเห็น (0)