เปรียบเทียบ 6 โปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
รีวิวเปรียบเทียบ 6 โปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
โปรแกรมจัดการเอกสาร PDF จัดเป็นโปรแกรมที่มีความสำคัญมากสำหรับการใช้งานในองค์กรธุรกิจ รวมถึงการใช้งานแบบเป็นส่วนตัว ด้วยแนวโน้ม หรือกระแสความนิยมของการทำงานในโลกยุคใหม่ที่มุ่งสู่ความเป็น สำนักงานไร้กระดาษ หรือ Paperless Office ที่ลดการใช้เอกสารกระดาษ เปลี่ยนมาจัดเก็บ และประสานงานกันด้วยไฟล์เอกสารที่ส่งต่อ แลกเปลี่ยน หรือเผยแพร่ข้อมูลระหว่างกันได้ง่าย
ด้วยคุณลักษณะของ ไฟล์เอกสาร PDF ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เปิดอ่านได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมพิเศษใดๆ ติดตั้งอยู่ในเครื่อง และรองรับการเปิดอ่านได้บนทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก (Windows และ macOS) รวมถึง แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน แค่เพียงมี โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ ติดตั้งอยู่ในเครื่อง ก็สามารถเปิดอ่านไฟล์ PDF ได้อย่างไร้ปัญหา
แต่อย่างไรก็ดี การสร้างไฟล์เอกสาร PDF การแก้ไขเอกสาร การสร้างแบบฟอร์มในรูปแบบเอกสาร PDF เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงาน และการลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในเอกสาร PDF นั้นจำเป็นต้องทำโดยโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ที่มีประสิทธิภาพ และมีความน่าเชื่อถือ จึงเป็นที่มาของรีวิวนี้ ที่เราได้นำ โปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ถึง 6 ตัว ที่มีจำหน่ายอยู่ใน Thaiware Shop เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมที่ตรงความต้องการของคุณมากที่สุด
โดย โปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ทั้ง 6 ตัวที่เราคัดเลือกมาทำการรีวิว มีรายชื่อดังนี้
- Adobe Acrobat Pro DC
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้ - Foxit PDF Editor
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้ - PDF-XChange Editor Plus
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้ - Nitro PDF Pro
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้ - ABBYY FineReader
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้ - WPS PDF Tools
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้
* หมายเหตุ : รีวิวนี้เป็นการทดลองใช้งานเวอร์ชันทดลองใช้ (Demo) ของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ซึ่ง คุณสมบัติ/ฟีเจอร์ อาจมีความแตกต่างกับโปรแกรมในเวอร์ชันลิขสิทธิ์ในบางรายการ
โดยการรีวิวเปรียบเทียบโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ในครั้งนี้ เราเน้นทำการเปรียบเทียบใน 8 คุณสมบัติหลัก ซึ่งมีรายละเอียดตามนี้
- รูปแบบลิขสิทธิ์ และราคาขาย (Price) : เปรียบเทียบว่าโปรแกรมแต่ละตัวมีรูปแบบลิขสิทธิ์และราคาขายที่แตกต่างกันอย่างไร
- เปิดอ่านเอกสาร PDF (View) : ตรวจสอบว่าโปรแกรมแต่ละตัวสามารถเปิดอ่านเอกสารได้ในรูปแบบใดบ้าง อย่างเช่น การเปิดอ่านแบบเท่าขนาดหน้ากระดาษจริง (Actual Size) การเปิดอ่านแบบเห็นเอกสารเต็มหน้าจอ (Full Screen) โปรแกรมบางตัวมีโหมดการอ่านแบบถนอมสายตา เป็นต้น
- สร้างเอกสาร PDF (Create) : ตรวจสอบความสามารถในการสร้างเอกสาร PDF โปรแกรมบางตัวสามารถสร้างไฟล์ PDF จากการสแกนเอกสารต้นฉบับที่เป็นกระดาษ โปรแกรมบางตัวสามารถสร้างไฟล์ PDF จากข้อความ และรูปภาพที่ Copy เก็บไว้ในคลิปบอร์ด เป็นต้น
- แก้ไขเอกสาร PDF (Edit) : ตรวจสอบความสามารถในการแก้ไข ข้อความ/รูปภาพ ในไฟล์เอกสาร รวมถึงรูปแบบในการให้คอมเมนต์ เพื่อกำกับแนะนำการแก้ไขเอกสาร การใส่ลายน้ำ และความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย
- รวม/แยก เอกสาร PDF (Merge/Split) : ตรวจสอบความสามารถในการรวมไฟล์เอกสารหลายรูปแบบ อาทิ ไฟล์เอกสารจาก โปรแกรมชุด Microsoft Office (Word, Excel และ PowerPoint) เพื่อบันทึกเป็น PDF ไฟล์เดียว รวมถึงความสามารถในการแยกไฟล์ PDF ไฟล์เดียว ออกเป็นไฟล์ย่อยๆ หลายไฟล์ เป็นต้น
- แปลงเอกสาร PDF (Convert) : ตรวจสอบความสามารถในการแปลงจากเอกสาร Microsoft Word, Excel และ PowerPoint ให้เป็น PDF และการแปลงจากเอกสาร PDF ให้เป็นเอกสาร Microsoft Word, Excel และ PowerPoint รวมถึงเรื่องของการทำ Preflight เพื่อเตรียมความพร้อมของไฟล์ PDF ก่อนเข้ากระบวนการของโรงพิมพ์
- สร้างแบบฟอร์มเอกสาร PDF (Create Form) : ตรวจสอบความสามารถในการสร้างแบบฟอร์มเพื่อรองรับการกรอกข้อมูล ไม่ว่าจะช่องกรอกข้อมูลแบบให้เขียนข้อความ และช่องกรอกข้อมูลแบบช้อยส์ตัวเลือกต่างๆ รวมถึงการใส่ช่องให้ลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature)
- ลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Add Signature) : ตรวจสอบความสามารถในการ ใช้โปรแกรมเพื่อลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ลงในเอกสาร PDF และรูปแบบของลายเซ็นที่สามารถใช้งานได้
เปรียบเทียบรูปแบบลิขสิทธิ์ และราคาของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
| เปรียบเทียบรูปแบบลิขสิทธิ์ และราคาของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF | ||||||
![]() Adobe Acrobat Pro DC | ![]() Foxit PDF Editor | ![]() PDF-XChange Editor Plus | ![]() Nitro PDF Pro | ![]() ABBYY FineReader | ![]() WPS PDF Tools | |
| รูปแบบลิขสิทธิ์ (License Type) | ซื้อขาด : 22,800 บาท ใช้งาน 1 ปี : 8,350 บาท | ซื้อขาด : 5,690 บาท ใช้งาน 1 ปี : 2,560 บาท | ซื้อขาด : 3,590 บาท | Nitro PDF Pro ซื้อขาด : 8,590 บาท Nitro PDF Productivity ใช้งาน 1 ปี : 6,190 บาท | ซื้อขาด : 10,200 บาท | แถมฟรีพร้อมกับชุดโปรแกรม Thai WPS Office ที่มีราคาขายอยู่ที่ ซื้อขาด : 1,899 บาท ใช้งาน 1 ปี : 1,099 บาท |
ข้อดีและข้อสังเกตของ Adobe Acrobat Pro DC
ข้อดี
- โหมดการอ่านแบบเลื่อนหน้ากระดาษอัตโนมัติ ในความเร็วที่เหมาะกับการอ่าน
- รองรับการทำ Preflight เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับเข้ากระบวนการของโรงพิมพ์
- ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์แบบอักษรตัวพิมพ์ ที่ลายเส้นสวยงามคล้ายเขียนด้วยลายมือ
- ผสานรวมกับระบบ Adobe Sign เมื่อเซ็นเอกสารเรียบร้อยแล้ว สามารถส่งลิงก์เอกสารกลับไปหาคนที่ส่ง PDF มาให้เราเซ็นได้ หรือส่งเอกสารกลับไปทางอีเมลได้ทันที
ข้อสังเกต
- ราคาค่อนข้างสูงกว่าโปรแกรมตัวอื่น
- มีปัญหากับการแก้ไขตัวอักษรภาษาไทย
ข้อดีและข้อสังเกตของ Foxit PDF Editor
ข้อดี
- โหมดการอ่านถนอมสายตา
- โหมดการอ่านแบบเลื่อนหน้ากระดาษอัตโนมัติ
- โปรแกรมสามารถอ่านออกเสียงข้อความภาษาอังกฤษในไฟล์ PDF ให้เราฟัง (ไม่รองรับการอ่านภาษาไทย)
- เพิ่มไฟล์วิดีโอ และไฟล์เสียงให้เปิดเล่นได้จากไฟล์ PDF
- ตรวจเช็กคำผิด แต่ทำได้เฉพาะภาษาอังกฤษ
- รองรับการทำ OCR (Optical Character Recognition) แปลงข้อความในภาพ ให้เป็นข้อความที่สามารถแก้ไขได้ แต่เหมาะเฉพาะกับข้อความภาษาอังกฤษ
- รองรับการทำ Preflight เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับเข้ากระบวนการของโรงพิมพ์
- สามารถสร้างบาร์โค้ดเพื่ออ่านข้อมูลที่กรอกในแบบฟอร์ม
- สามารถลงลายเซ็นใน PDF หลายๆ ไฟล์ด้วยการสั่งงานครั้งเดียว
ข้อสังเกต
- มีปัญหากับการแก้ไขตัวอักษรภาษาไทย
ข้อดีและข้อสังเกตของ PDF-XChange Editor Plus
ข้อดี
- ลิขสิทธิ์แบบซื้อขาดในราคาถูก
- ย่อรวมเอกสารหลายหน้า ลงบนกระดาษแผ่นเดียว เพื่อประหยัดหน้ากระดาษในการพิมพ์
- สามารถสร้างบาร์โค้ดเพื่ออ่านข้อมูลที่กรอกในแบบฟอร์ม
ข้อสังเกต
- ไม่มีลิขสิทธิ์แบบรายปี
- มีปัญหากับการแก้ไขตัวอักษรภาษาไทย
ข้อดีและข้อสังเกตของ Nitro PDF Pro
ข้อดี
- ตรวจเช็กคำผิด แต่ทำได้เฉพาะภาษาอังกฤษ
- รองรับการทำ Preflight เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับเข้ากระบวนการของโรงพิมพ์
- สามารถสร้างบาร์โค้ดเพื่ออ่านข้อมูลที่กรอกในแบบฟอร์ม
ข้อสังเกต
- มีปัญหากับการแก้ไขตัวอักษรภาษาไทย
ข้อดีและข้อสังเกตของ ABBYY FineReader
ข้อดี
- รองรับการแปลง PDF เป็นไฟล์อีบุ๊กได้หลายฟอร์แมต เหมาะมากสำหรับธุรกิจ หรือสำนักพิมพ์ที่ต้องการเผยแพร่หนังสือ, แคตตาล็อก, โบรชัวร์ ในรูปแบบอีบุ๊ก
ข้อสังเกต
- ไม่มีลิขสิทธิ์แบบรายปี
- มีปัญหากับการแก้ไขตัวอักษรภาษาไทย
ข้อดีและข้อสังเกตของ WPS PDF Tools
ข้อดี
- เป็นโปรแกรมที่แถมฟรีมาในชุดของ Thai WPS Office
- ไม่มีปัญหากับการแก้ไขตัวอักษรภาษาไทย
- เมนูภาษาไทย เข้าใจง่าย
- โหมดการอ่านถนอมสายตา
- ส่งเอกสารไปเปิดดูผ่านหน้าจอ มือถือ/แท็บเล็ต ด้วยการสแกน QR Code
- เปิดดูเอกสารในมุมมองแบบหน้าสไลด์งานนำเสนอ
- รองรับการทำ OCR แปลงข้อความในภาพ ให้เป็นข้อความที่สามารถแก้ไขได้ ใช้กับข้อความภาษาไทยได้ มีความแม่นยำประมาณ 90%
ข้อสังเกต
- ไม่สามารถสร้างแบบฟอร์มให้กรอก แต่สามารถทำการกรอกแบบฟอร์มในเอกสาร PDF ได้เหมือนกับโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ตัวอื่นๆ
เปรียบเทียบความสามารถในการ เปิดอ่านเอกสาร PDF
แสดงตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจในการปิดอ่านเอกสาร ของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
เปรียบเทียบความสามารถในการ สร้างเอกสาร PDF
เปรียบเทียบความสามารถในการ แก้ไขเอกสาร PDF
แสดงตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจในการแก้ไขเอกสาร ของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
เปรียบเทียบความสามารถในการ รวม/แยก เอกสาร PDF
เปรียบเทียบความสามารถในการ แปลงเอกสาร PDF
แสดงตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจในการแปลงเอกสาร ของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
เปรียบเทียบความสามารถในการ สร้างแบบฟอร์มเอกสาร PDF
แสดงตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจในการสร้างแบบฟอร์มเอกสาร ของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
เปรียบเทียบความสามารถในการ ลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์
แสดงตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจในการสร้างลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ของโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF
ความคิดเห็นของ Thaiware กับการรีวิวเปรียบเทียบโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ทั้ง 6 ตัว
โปรแกรมจัดการเอกสาร PDF โดยส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์หรือความสามารถในระดับที่ใกล้เคียงกันประมาณ 80% และจะมีโปรแกรมบางตัวที่มีฟีเจอร์พิเศษ หรือความโดดเด่นเฉพาะด้าน ดังนั้นเรื่องของราคาขาย และเรื่องของรูปแบบลิขสิทธิ์ (ซื้อขาด/รายปี) จึงเข้ามามีส่วนสำคัญในการต้ดสินใจเลือกซื้อ
สำหรับองค์กรธุรกิจ หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการโปรแกรมจัดการเอกสาร PDF ไว้ใช้งาน ก็ขอแนะนำว่าให้ลองดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้ (Demo) มาลองติดตั้งใช้งานดูก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วตัว Demo จะมีระยะให้ลองใช้งานประมาณ 7-14 วัน แต่หากยังไม่มั่นใจ ก็อาจลองซื้อลิขสิทธิ์แบบรายปี ซึ่งมีราคาถูกกว่าลิขสิทธิ์แบบซื้อขาด แต่ถ้าหากมั่นใจแล้วว่าเจอโปรแกรมตัวที่ตรงความต้องการ ก็เลือกลิขสิทธิ์แบบซื้อขาดได้เลยเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว

























ความคิดเห็น (0)