iOS 15 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 15 ได้ที่นี่
iOS 15 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 15 ได้ที่นี่
บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับ ระบบปฏิบัติการ iOS 15 มาดูกันว่ามีฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ รวมถึงเปิดตัวเมื่อไหร่ และ อุปกรณ์ไหนบ้างที่ได้ไปต่อในระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้
- ระบบปฏิบัติการ iOS คืออะไร ? ทำงานอย่างไร ? และรู้จักประวัติความเป็นมา
- ซื้อ iPhone 16 ค่ายไหนดี ? เช็คโปรโมชัน ดูราคาจาก AIS dtac และ TrueMove H
- 8 ฟีเจอร์ลับในแอปเครื่องคิดเลขของ Apple ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน
- ซื้อ iPhone 14 ค่ายไหนดี ? ดูโปรโมชันราคาจาก AIS dtac และ TrueMove H
- วิธีทำริงโทนจากเพลงบน iPhone ง่ายๆ ไม่ต้องใช้คอม ด้วย GarageBand ฟรี
แนะนำให้รู้จักกับ iOS 15
ระบบ iOS 15 เป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือของอุปกรณ์ค่าย Apple ซึ่งประกาศเปิดตัววันแรกในงาน WWDC 2021 วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ 2564 (ค.ศ. 2021) และเผยแพร่ออกมาในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) โดยเวอร์ชันนี้มีการอัปเดตเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งการมาของระบบ SharePlay และการปรับปรุง FaceTime รูปแบบใหม่ที่ให้ประสบการณ์ติดต่อสื่อสารระยะไกลกับเพื่อนและครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น, การเพิ่มระบบ 'แชร์กับคุณ' โดยให้เนื้อหาที่ส่งผ่านแอปข้อความ ไปปรากฏในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่รองรับ เพื่อให้เราเปิดใช้ได้สะดวก
นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตอีกมากมายเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น คอลเลกชั่น Memoji และสติ๊กเกอร์ใหม่ ๆ, ระบบโฟกัสที่สามารถเปิดใช้งานเวลาไม่ต้องการให้ถูกการแจ้งเตือนหรืออะไรก็ตามเข้ามารบกวน, Notification Center ออกแบบใหม่, แผนที่ Map เพิ่มระบบการระบุตำแหน่งแบบ 3 มิติ, การออกแบบ Safari ใหม่ และอื่น ๆ
อุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน iOS 15
| iPhone |
|
| iPod Touch |
|
เวอร์ชันที่มีการอัปเดตทั้งหมดใน iOS 15
- 15.0
ข้อมูล ณ วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564)
iOS 15 มีความสามารถอะไร ที่เปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อนบ้าง ?
FaceTime
FaceTime ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการเปิดตัวระบบ 'SharePlay' ออกมาอย่างเป็นทางการ
ถามว่าใช้ทำอะไร ระบบนี้จะช่วยให้เวลาใช้ FaceTime เราสามารถเปิด SharePlay เพื่อซิงก์จอกับเพื่อนและชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ร่วมกันได้ แถมยังสามารถเปิดไมค์คุยกันขณะรับชมได้อีกด้วย แถมหากเป็นการรับชมหนัง หรือ ฟังเพลง ระบบจะซิงก์ช่วงเวลาและเสียงให้ตรงกันบนทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ ถ้ามีใครกดข้ามฉากทุกคนก็จะข้ามเหมือนกันหมด ถือว่าแม้ห่างกันแค่ไหน ทุกคนก็เหมือนอยู่ใกล้กัน
ดูหนังผ่าน App ต่าง ๆ พร้อมกัน
สำหรับการอัปเดตอื่น ๆ บน FaceTime ประกอบด้วย
- การปรับแชทกลุ่มให้เป็นตารางดูง่ายขึ้น และ เพิ่มฟีเจอร์ระบบเสียงตามตำแหน่งให้รู้ว่าใครกำลังพูดอยู่ (ภาพแรก)
- มีการใส่โหมดภาพถ่ายบุคคลเข้ามาช่วยให้กล้องโฟกัสแค่หน้าและเบลอฉากหลังระหว่าง FaceTime (ภาพสอง)
- เพิ่มโหมดตัดเสียงรบกวน และโหมด Wide Spectrum ให้จับเสียงรอบตัวของผู้ใช้ในวงกว้างกว่าเดิม (ภาพสาม)
- สุดท้ายคือตอนนี้สามารถสร้างลิงก์ FaceTime และส่งไปชวนเพื่อนเข้าร่วมการสนทนาผ่าน แชท Calendar หรือ อีเมลต่าง ๆ ได้แล้ว (ภาพสี่)
อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกันคือ ถ้าเราพูดทั้งที่ปิดไมค์อยู่ ระบบจะแจ้งเตือนให้รู้ด้วย ก็หมดปัญหา การพูดคนเดียวระหว่าง Video Call ไป
ปรับปรุงระบบแชท iMessage และ Memoji
ตอนนี้การแชร์คอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านแชท iMessage เช่น เพลง, ลิงก์เว็บ, รูปภาพ ข้อมูลเหล่านี้จะแสดงอยู่ในเมนูชื่อว่า 'Shared with You' (แชร์กับคุณ) และมันจะปรากฏอยู่บนแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น Safari, Apple Podcasts, Apple Music, Apple TV หรือ Photos หมายความว่าหากเราเปิดแอป Photos ก็จะมีเมนู 'Shared with You' ให้เลือกตามรายชื่อคนที่คุยด้วย และเราสามารถเปิดดูเนื้อต่าง ๆ ที่ถูกแชร์มาในช่องแชทนั้นได้เลย ถ้าต้องการบันทึกลงคลังรูปภาพ ก็ตามสะดวก
นอกจากนี้รูปที่ถูกส่งมาพร้อมกันหลายรูประบบก็จะจัดวางซ้อนกันให้อย่างสวยงาม ไม่รกแชท
สำหรับสติ๊กเกอร์ Memoji ตอนนี้มีเสื้อผ้า และ ท่าทางที่หลากหลายกว่าเดิม รวมถึงมีการเพิ่มเครื่องประดับตกแต่งอีกมากมายเช่น แว่นตา หมวก เป็นต้น และสีตายังสามารถใส่ได้ข้างละสีอีกด้วย

ฟีเจอร์ Focus
เดิมเรามีโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) หรือ โหมดเวลานอน (Sleep Mode) และอีกมากมายที่มาควบคุมการแจ้งเตือนและคัดกรองการติดต่อจากคนรู้จักเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
แต่ iOS 15 เพิ่มความพิเศษกว่านั้นด้วยฟีเจอร์ Focus ให้เราสร้างโหมดโฟกัสขึ้นมา และอนุญาตการแจ้งเตือนจากแอป และ บุคคลใด ก็ได้แบบอิสระ เช่น เราสร้างโหมดโฟกัสเกมไว้ และ ไม่อยากให้แชทคนทีชอบทักมากวนใจเวลาเล่นเกม ก็ตั้งค่า และ เปิดโหมดนี้เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณอยู่ในโหมดเกมอยู่ อยู่เวลามีคนทักมาก็จะขึ้นเป็นสัญลักษณ์ในช่องแชท เพื่อเตือนให้รู้ว่าเรากำลังโฟกัสกับเกมอยู่ อย่าทักมานั่นเอง
| | |
โดยในโหมด Focus ก็จะมีสถานะเดิมให้เลือกใช้รวมอยู่แล้วเช่น โหมดห้ามรบกวน โหมดเวลานอน และ โหมดประชุมอะไรพวกนี้ ที่เหลือเราสร้างเองได้เลย
Notification Center
ในส่วนของ Notification Center ก็ออกแบบลุคใหม่ ให้สามารถโชว์รูปโปรไฟล์ของผู้ติดต่อ และขยายไอคอนแอปพลิเคชันให้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสรุปแจ้งเตือนเป็นคอลเล็กชั่นให้เราดูทุกวันตามตารางที่เราตั้งไว้ ซึ่งการสรุปจะเรียงลำดับความสำคัญให้อัตโนมัติ และจะแสดงข้อมูลที่สำคัญที่สุดไว้ด้านบน
| | |
Apple maps
แผนที่ของ Apple Maps ออกแบบใหม่ให้ข้อมูลสถานที่ต่าง ๆ แสดงผลเป็น 3 มิติ ได้ คุณสามารถซูมเข้าไปดูรายละเอียดภาพได้เลย เช่น สะพาน หรือ แลนมาร์คต่าง ๆ เวลาขับขี่จะสามารถแยกรายละเอียดของเส้นทางได้ชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีให้ชมทั้งโหมดกลางวันและกลางคืนเลย
นอกจากนี้ก็ยังปรับปรุงเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง อาทิ ระบบนำทางแบบ AR, การเพิ่มฟิลเตอร์ให้ค้นหาเส้นทางง่ายขึ้น, เพิ่มสัญลักษณ์ของข้อมูลบนแผนที่ จุดกลับรถ เส้นทางจุดตัดต่าง ๆ, และสามารถรายงาน หรือ รีวิวสถานที่บนจุดสำคัญของแผนที่ได้ เป็นต้น
Safari
เวอร์ชันนี้แท็บเว็บไซต์ใน Safari จะเปลี่ยนมาโชว์ด้านล่างของหน้าจอและเราสามารถปัดซ้าย ปัดขวาเพื่อเปลี่ยนแท็บ หรือ สามารถปัดขึ้นเพื่อดูจอแท็บทั้งหมดที่เปิดอยู่ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถบันทึกและจัดกลุ่มแท็บให้ซิงก์กันระหว่างอุปกรณ์ เพื่อเปิดดูได้จากทุกที่
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีก 2 อย่างคือ เราสามารถใช้เสียงพูดค้นหาเว็บไซต์ได้แล้ว และตอนนี้ Safari ยังเปิดให้สามารถติดตั้งส่วนขยายบน iPhone เหมือน Mac ได้แล้วเช่นกัน
Live Text
Live Text คุณสามารถถ่ายรูปและแตะตัวหนังในรูป เพื่อคัดลอก ส่งข้อความ หรือใช้โทรได้เลยหากเป็นเบอร์โทรศัพท์ นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดในการแปลภาษาข้อความในรูป แต่เบื้องต้นรองรับเพียง 7 ภาษา อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน โปรตุเกส และสเปน
Spotlight
เมนู Spotlight ปรับปรุงใหม่ และฉลาดกว่าเดิมรวมถึงแสดงข้อมูลให้อ่านง่ายกว่าเดิม ถ้าเราต้องการค้นหาข้อมูลบางอย่างเช่นชื่อศิลปินดารา ก็จะโชว์ข้อมูลจาก Safari, ผลงานต่าง ๆ, เพลงจาก Apple Music หรือถ้าเราต้องการค้นหาข้อมูลผู้ติดต่อก็จะมี รูปภาพ ประวัติการแชท ประวัติการติดต่อในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ระบบยังสามารถใช้ Live Text ที่อยู่ในภาพถ่ายของเราได้ด้วย สมมติหากค้นหาข้อมูลร้านค้า แล้วพอดีมีป้ายหน้าร้านที่เราเคยถ่ายรูปไว้พอดีมันก็จะโชว์เช่นกัน
Photos
ฟีเจอร์สร้างความทรงจำในแอปรูปภาพปรับปรุงใหม่ จากเดิมให้ใส่ภาพสไลด์รูป และเพลงที่จำกัด ตอนนี้สามารถใส่เพลงจาก Apple Music เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากันและซาบซึ้งกว่าเดิม

Health
แอปสุขภาพ หรือ Health อัปเดตให้สามารถแชร์ข้อมูลกับคนที่คุณรักได้ เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง และ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของผู้ใช้
ความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว
iOS 15 เพิ่มความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยตอนนี้สามารถส่องได้แล้วว่าแอปพลิเคชันที่คุณอนุญาตให้ติดตามการใช้งานทำอะไรกับข้อมูลคุณบ้างในเชิงลึก เช่น มีการเข้าถึงตำแหน่งเมื่อไหร่ติดตามการใช้งานเว็บไซต์ใด ติดตามการใช้งานข้ามแพลตฟอร์มอะไรบ้าง

iCloud+
เป็นการอัปเกรดของ iCloud แบบดั้งเดิมที่คงคุณสมบัติเดิมทุกอย่าง รวมถึงคนที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรเพราะอัปเกรดให้อัตโนมัติ และสิ่งที่เพิ่มให้คือระบบป้องกันช่วยซ่อนอีเมล (Hide My Email), การซ่อน IP Adress (Private Relay) เวลาใช้ Safari ท่องเว็บ และขยายการรองรับ HomeKit Secure Video หรือกล้องวงจรปิดรุ่นต่าง ๆ เป็นต้น
รายละเอียดฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- Apple Wallet เพิ่มการรองรับ ID CARD และฟีเจอร์ HomeKit-enabled smart locks เพื่อใช้เป็นกุญแจปลดล็อกบ้าน ห้องพัก หรือเป็นบัตรผ่านประตูที่ทำงานได้
- สามารถขยายขนาดตัวอักษร และปรับการแสดงผลในแต่ละ App ได้ตามใจบนตัวช่วยการเข้าถึง (Accessibility) ไม่ใช่ตั้งค่าครั้งเดียวมีผลทั้งระบบอีกแล้ว
- VoiceOver (อ่านออกเสียง) ตอนนี้สามารถอ่านข้อความในรูปภาพ และ รายละเอียดในรูปภาพเป็นเสียงได้แล้ว
- สามารถอ่านข้อมูลภาพใน iPhone ได้แล้ว เช่นภาพถ่ายเมื่อไหร่ บันทึกมาจากไหน และภาพนี้ถูกถ่ายด้วยอุปกรณ์อะไร
- แอป Weather ปรับโฉมใหม่ แสดงข้อมูลแบบกราฟิกเคลื่อนไหวได้
- Translate ตัวช่วยแปลภาษา แค่คลิกข้อความที่เลือกและกดแปลออกมา
- เพิ่มดีไซน์ Widgets ใหม่เข้ามา
- Find My แอปค้นหาตำแหน่ง เพิ่มระบบให้ค้นหาตำแหน่งอุปกรณ์ได้ภายใน 24 ชั่วโมง แม้อุปกรณ์จะถูกปิดเครื่อง หรือ ถูกลบออกจากระบบไปแล้ว (โจรเอาไปแล้วปิดเครื่อง ยังตามต่อได้เพราะชิปในเครื่องยังทำงาน)
- ตอนนี้คุณสามารถขอให้ Siri แชร์สิ่งต่างๆ บนหน้าจอ เช่น รูปภาพ เว็บเพจ และอื่น ๆ ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นสิ่งที่แชร์ไม่ได้ Siri ก็จะเสนอทางเลือกให้ส่งเป็นภาพถ่ายหน้าจอแทน
- Drag-to-Drop คุณจึงสามารถหยิบรูปภาพ เอกสาร และไฟล์จากแอปหนึ่งไปปล่อยในอีกแอปหนึ่งได้เลย
- สามารถเพิ่มและลดความเร็วในการเล่นเสียง จากเสียงที่บันทึกได้แล้ว รวมถึงวิเคราะห์และข้ามช่วงที่เงียบไปทันที
- เพิ่มคำสั่งลัดให้หลากหลายมากขึ้น
- ตอนนี้ iCloud ให้พื้นที่เก็บข้อมูล ฝากไฟล์ได้ฟรี โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก แต่เก็บได้แค่ 3 สัปดาห์ ไม่งั้นหาย
- ตอนนี้เวลากดเคอร์เซอร์ในการเลือกข้อความ มีฟังก์ชันแว่นขยายกลับมาแล้วจะได้เลือกข้อความที่พิมพ์ได้แม่นยำขึ้น
- และอื่น ๆ
บทสรุปเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ iOS 15
การเปิดตัว iOS 15 ก็เป็นอีกความก้าวหน้าของระบบปฏิบัติมือถือจากค่าย Apple ที่เพิ่มความสะดวกและการใช้งานให้กับสาย iPhone ทั้งหลาย และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลการอัปเดตที่สำคัญ ๆ ที่เรารวบรวมมาให้แล้วในบทความเดียว















ความคิดเห็น (0)