BenQ W2700i โปรเจคเตอร์ 4K HDR ที่สุดของแท้ เพราะมาพร้อม Android TV
BenQ W2700i โปรเจตเตอร์ 4K HDR ที่สุดของแท้ เพราะมาพร้อม Android TV
ข้อดี
- เป็นโปรเจคเตอร์ 4K HDR ที่ราคาไม่สูงมาก
- รับรองมาตรฐานสีจาก ISFccc ได้มาตรฐาน Rec.709 และ 95% DCI-P3
- ตัวเครื่องไม่หนักมาก เคลื่อนย้ายง่าย
- รองรับ Android TV
ข้อสังเกต
- อุปกรณ์ไม่รองรับ Netflix ดูผ่าน Android TV ไม่ได้ (ต้องต่อ HDMI กับ PC หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ)
- เลเซอร์โปรเจคเตอร์ห้องประชุม BenQ LH650 ไซส์เล็ก สเปกสายพรีเซนต์งาน
- BenQ V7050i ทำบ้านให้เป็นโรงหนังด้วยเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 4K รองรับ Filmmaker Mode และ Android TV
- BenQ TK700STi โปรเจคเตอร์สำหรับเล่นเกม เปิดภาพ หรือหนัง 4K ได้ลื่น ๆ บนจอ 120 นิ้ว !
- โปรเจคเตอร์ BenQ W5700 สัมผัสอรรถรสแบบโรงหนังส่วนตัว ในราคาที่เอื้อมถึง
- BenQ GV1 มินิโปรเจคเตอร์พกพา เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ พร้อมลำโพง Bluetooth ในตัว
นอกจากการดูหนังผ่านเครื่องเล่นพร้อมจอทีวี กับ ดูผ่านสมาร์ทโฟนและอื่น ๆ แล้ว เราเชื่อว่ายังมีผู้อ่านอีกหลายท่านที่นิยมการดูหนังผ่าน โปรเจคเตอร์ (Projector) หรือว่า เครื่องฉายภาพ เพราะมันให้ความรู้สึก ที่เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ หรือ โรงหนัง มากกว่านั่นเอง
และถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่รักการดูหนังผ่านโปรเจคเตอร์ หรือ อาจจะไม่เคยมาก่อน และกำลังมองหาโปรเจคเตอร์คุณภาพสูงมาทำโรงหนังขนาดย่อม บทความนี้เราอยากแนะนำตัวเลือกที่น่าใช้อีก 1 รุ่น คือ BenQ W2700i
ซึ่งชื่อ BenQ นี้ก็การันตีอยู่แล้วว่ามีประสบการณ์ในวงการโปรเจคเตอร์มาอย่างช้านาน ความน่าสนใจของรุ่นนี้คือ การรองรับ Android TV สามารถใช้ดู YouTube ดูหนังจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และยังมีความสามารถในการฉายภาพ ถึงระดับ 4K HDR ติดตั้งก็ง่าย ถ้าสนใจอ่านรีวิวของเรากันครับ
คลิปวิดีโอรีวิว โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค หรือ สเปกของ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
สเปกของโปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
| ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) | 380 x 127 x 263 มิลลิเมตร | |
| น้ำหนัก (กิโลกรัม) | 4.2 กิโลกรัม | |
| ระบบโปรเจคเตอร์ | DLP | |
| ความละเอียดภาพ | 4K UHD (3840 x 2160) หรือ 8.3 ล้านพิกเซล | |
| ความสว่างภาพ | 2,000 ANSI Lumens | |
| อัตราส่วนคอนทราสต์ (Contrast Ratio) | 30,000 :1 | |
| อัตราส่วนภาพ | 16 : 9 | |
| ความละเอียดสีภาพ | 30 Bits (1.07 พันล้านสี) มาตรฐาน 95% DCI-P3 , 100% Rec.709, 6-Segment (RGBRGB) | |
| เลนส์ | F = 1.9~2.47, f = 12 - 15.6 mm, ซูม 1.3 เท่า, ระยะการฉาย 1.13 - 1.47 (100 นิ้วในระยะ 2.5 เมตร หรือ 120 นิ้วในระยะ 3 เมตร) | |
อายุการใช้งานหลอดไฟ
| 4,000 / 10,000 / ชั่วโมง | |
| Len Shift | Vertical 100% - 110% | |
| ขนาดภาพ (Clear Focus / Maximum) | 40 นิ้ว ~ 200 นิ้ว / 30 นิ้ว ~ 300 นิ้ว | |
| Keystone | ปรับ Manual และ Auto Vertical +/- 30 degree | |
| ลำโพง | 5W x 2 (Chamber) | |
| การเชื่อมต่อ | HDMI-1 (HDMI 2.0 & HDCP 2.2) |
สเปกของ BenQ Android TV dongle
| Soc | Amlogic S905Y2, Quad A53 |
| GPU | Mali-G31 MP2 |
| หน่วยความจำ (DDR RAM) | RAM 2 G (DDR Ram) , Rom 16 G (ROM EMMC) |
| เชื่อมต่อไร้สาย | 2.4G/5G 802.11 a/b/g/n/ac Bluetooth 4.2 |
| การเชื่อมต่อ | HDMI Out (2.0B) x1 , Micro USB x1 |
| Operation Temperature | : 0 C ~40 C |
| รองรับการฉาย | 1.13 - 1.47 (100 นิ้ว ในระยะ 2.5 เมตร) |
อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
- ตัวเครื่อง BenQ W2700i
- BenQ Android TV dongle
- รีโมทสำหรับควบคุม BenQ W2700i
- รีโมทสำหรับควบคุม BenQ Android TV dongle
- สาย Power AC (หัวต่อโซนยุโรป)
- สาย Power AC
- คู่มือการใช้งาน
- และใบรับรองผ่านการ Calibrate จาก ISFccc
การออกแบบดีไซน์ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
สำหรับการออกแบบดีไซน์ BenQ W2700i มาพร้อมตัวเครื่องสีขาวนวล น้ำหนัก 4.2 กิโลกรัม พอให้ยกเคลื่อนย้ายง่าย สัดส่วน 380 x 127 x 263 มิลลิเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) เท่านั้น
เลนส์มีฝาปิดพร้อมอักษรยืนยันว่ารองรับ 4K HDR มั่นใจว่าความละเอียดภาพคมชัดแน่นอน ส่วนด้านล่างใต้เครื่องมีเกลียวปรับฐานเครื่องใด้ เวลาตั้งฉายพื้นต่างระดับ ด้านบนมีปุ่มควบคุมเครื่อง พร้อมด้วยฝาที่ซ่อนวงแหวนควบคุม Vertical Lens Shift, Focus และ Zoom เอาไว้ และด้านข้างมีช่องระบายอากาศที่ทำงานได้เงียบอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
วงแหวน ปรับซูม ปรับโฟกัส และ ปรับภาพขึ้นลง
การเชื่อมต่อ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
ส่วนของการเชื่อมต่อด้านหลังเครื่องก็ให้พอร์ตมาหลากหลาย ประกอบไปด้วย
- HDMI x 2 ช่อง : พอร์ต HDMI 2.0 Full Bandwidth พร้อม HDCP 2.2 เพื่อรองรับสัญญาณ 4K HDR 60Hz ทั้งคู่
- USB 3.0 x 1 ช่อง : มีฟังก์ชัน Media Reader อ่านไฟล์วิดีโอ เสียง รูปภาพ และเอกสารจาก Flash Drive หรือ HDD
- USB 2.0 x 1 ช่อง : มีกำลังจ่ายไฟให้อุปกรณ์เสริมอย่างพวก Chromecast ได้
- Audio Out : ให้สามารถอัปเกรดลำโพงดี ๆ มาเชื่อมต่อได้
- RS-232, 12V Trigger x อย่างละ 1 ช่อง : ติดตั้งอยู่ที่ฝั่งซ้าย 2 ตัวก็เป็นตัวเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นต่อพ่วง หรือ เครื่องเล่นอื่น ๆ อย่าง
และด้วยความที่ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i มีการรองรับ Android TV แต่ไม่ได้ Built-in ภายในกล่องก็มีการแถม Dongle Android TV มาให้ติดตั้งด้วย
ส่วนสเปกก็ไม่ใช่ย่อย มีการรองรับ 4K, ทำงานได้ค่อนข้างลื่นไหล เชื่อมต่อไร้สาย 2.4 GHz และ 5 GHz , ใช้การเชื่อมต่อผ่าน HDMI และ รองรับการคัดลอกหน้าจอ (Mirror Screen) รวมไปถึงการสั่งการด้วยเสียง (Voice Search)
การใช้งาน Dongle สามารถเสียบผ่านช่อง HDMI ที่อยู่ภายในฝาครอบด้านบนได้ โดยต้องใช้ไขขวงงัดน็อตที่ยึดฝา 2 ด้านออก จากนั้นเปิดมาก็จะเจอช่องเสียบ HDMI เราก็ติดมันและปิดฝากลับไปเหมือนเหมือน เป็นอันเสร็จ
การใช้งาน โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
ลองเปิดเครื่องใช้งานโปรเจคเตอร์ BenQ W2700i กันเลย โดยเราสามารถต่อผ่านคอมฯ , ผ่านเครื่องเล่นด้วยสาย HDMI แล้วแต่สะดวก หรือจะเอาหนังใส่ Flash Drive เสียบช่อง USB แล้วเปิดหนังใน USB เลยก็ได้เช่นครับ
ในส่วนของการคุมแสง โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i มีเลนซ์ฉายที่ให้ความสว่างได้ถึง 2,000 ANSI Lumen ดังนั้นตอนแรกก็เลยเปิดในห้องที่ค่อนข้างสว่าง ก็พบว่ารายละเอียดยังชัดเจนอยู่ แต่ก็อย่างที่เห็นสีตกไปเยอะ
หน้าตาเมนูของ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i ได้มีการออกแบบค่อนข้างเรียบง่าย และจัดหมวดหมู่แบบ Standard ทั่วไป
สิ่งสำคัญคือการสำรวจระยะห่างจากหน้าจอ เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมกับการฉายภาพ โดยระยะที่เหมาะสม (Throw Ratio) คือ ช่วง 2.5 เมตร ที่สามารถฉายภาพขนาด 100 นิ้วได้พอดิบพอดี หรือ ถ้าชอบภาพใหญ่กว่านั้นหน่อยคือ 120 นิ้วในระยะ 3-4 เมตร นอกจากนี้เลนส์ยังสามารถปรับซูมได้ 1.3 เท่า เลือกเอาแล้วแต่ความพอใจ
นอกจากนี้ ถ้าบางคนเคยประสบพบเจอ ปัญหาเมื่อฉายภาพโปรเจคเตอร์ไม่ได้สัดส่วน ภาพเอียง หรือ กลายเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ที่ตัวเลนส์ของโปรเจคเตอร์ BenQ W2700i ก็ยังมีระบบ Auto Vertical Keystone มาให้ด้วยนะเออ ทีนี้เวลาฉายภาพบนพื้นต่างระดับ เครื่องก็จะปรับภาพให้ตรงกับจอโปรเจคเตอร์ได้แบบอัตโนมัติ
Auto Vertical Keystone โหมดช่วยปรับองศาภาพอัตโนมัติ ช่วยแก้ภาพ สี่เหลี่ยมคางหมู ภาพเอียง ภาพเบี้ยว
ประสิทธิภาพ รายละเอียดภาพ และ ความชัดของสี โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
ขึ้นชื่อว่าโปรเจคเตอร์ สิ่งที่หลายคนรู้ดีคือ ความชัดจะสู้ TV ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ว่าโปรเจคเตอร์ BenQ W2700i ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีไม่น้อย สมกับการเป็นโปรเจคเตอร์ระดับสูง (High-End Protector) ที่รองรับความละเอียด 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) หรือ 8.3 ล้านพิกเซล ซึ่งจริง ๆ พอมีเทคโนโลยี HDR เข้ามาเสริมด้วยก็ยิ่งเพิ่มความคมชัดให้หนัง Blu-ray ช่วยเพิ่มคอนทราสต์ (Contrast) ของฉากมืดและฉากสว่าง ทำให้เก็บรายละเอียดภาพและเฉดสีครบ
ตัวอย่างจากภาพยนต์เรื่อง Life of Pi
และลูกเล่นอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือเมนู Cinema Master ที่เราสามารถปรับแต่งภาพ หรืออัปเกรดสีได้ตามใจ อาทิ
- Color Enhancer : เพิ่มความเข้มของสี
- Flesh Tone : สำหรับปรับโทนสี ให้ผ่องใส แม่นยำขึ้น ไม่กลัวแสงรบกวน
- Pixel Enhancer 4K : เพิ่มความละเอียดภาพ
- Motion Enhancer 4K : เพิ่มเฟรมเรทให้กับภาพ ภาพจะได้ไม่พร่ามัวเวลามีวัตถุเคลื่อนไหว
สำหรับเรื่องสี BenQ W2700i ก็ทำออกมาได้ดี มีการใช้เทคโนโลยีสี Cinematic Color ซึ่งพบได้ในโปรเจคเตอร์ระดับสูงของ BenQ เกือบทุกรุ่น และมาพร้อมโหมดต่าง ๆ ที่หลากหลายมาก เช่น
- Bright Mode : ที่ภาพจะติดโทนสว่างเขียวหน่อย
- Vivid TV : โหมดที่หลายคนมักเลือกใช้ ให้ภาพติดโทนสว่างสดใส
- Cinema : เพิ่มไดนามิกส์สีโทนขาวดำ ทำให้สีดูอิ่มชัด
- D. Cinema : เพิ่มความกว้างสีของ Cinema ขึ้นมา สีจะดูสดกว่า และอิ่มกว่า
- User : ใช้สามารถปรับโทนภาพได้ตามใจชอบ
โหมดภาพต่าง ๆ ผมคิดว่าอยู่ที่คนชอบ แต่ถ้าถามว่าโหมดไหนโดดเด่นที่สุดและใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนต์ ก็คือ โหมด D.Cinema เพราะได้รับการ Calibrate มาตรฐานสมดุลสีจาก ISFccc ว่าสามารถแสดงสีได้ตามมาตรฐาน Rec.709 ครอบคลุม 100 % ดังนั้นถ้าใครซื้อมาใช้แล้วเลือกโหมดไม่ถูก แนะนำ D.Cinema ครับ
ผลทดสอบค่าสี sRGB ที่ใกล้เคียงกับมาตรฐาน Rec.709
ฉาก The Whale ในเรื่อง Life of Pi
อย่างไรก็ตามถึงโหมด D.Cinema ของ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i จะดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความโหมดอื่นจะไม่ดี เพราะอย่าง โหมด User นี่ก็ได้รับการคาลิเบตมาเหมือนกันแต่อิงมาตรฐาน DCI-P3 95% ซึ่งมาตรฐานนี้ดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานที่ใหม่กว่า Rec.709 และก็ให้สีที่ดูสดกว่าในช่วงเฉดสีเขียวและแดง ถ้าลองเปรียบเทียบกับภาพที่มีโทนสีเขียว กับ แดง เราก็จะเห็นว่า โหมด User จะดูโด่ดเด่นมากกว่า ใครที่ชอบภาพหนังสีสดกว่าก็น่าจะเหมาะกับโหมดนี้
อีกโหมดหนึ่งที่อยากพูดถึงก็คือ โหมด Silence ที่แยกมาจากโหมดภาพปกติ ซึ่งสามารถปรับได้ตรงเมนู Display โดยโหมด Silence ถ้าพูดภาษาบ้าน ๆ ก็คือโหมดประหยัดพลังงานที่ภาพจะถูกดรอปแสงลงตามปกติ ซึ่งหากเทียบกับรุ่นอื่น ๆ เราจะพบว่าภาพดูอึมครึมและมืด ๆ บางคนอาจไม่ชอบ แต่สำหรับรุ่นนี้ผมถือว่าความแตกต่างกับโหมดอื่น ๆ แทบไม่กินกันเลย และคุณยังสามารถถนอมอายุการใช้งานหลอดไฟได้ด้วย
ส่วนการใช้งานอื่น ๆ คุณก็สามารถนำ BenQ W2700i มาเชื่อมต่อผ่านสาย HDMI กับเครื่องเล่นเกมอื่น ๆ เช่น Nintendo Swicth หรือ Playstation 4 หรือ PC ซึ่งก็จะรองรับความคมชัดถึง 4K แน่นอน แถมเรายังได้อารมณ์การเล่นเกมที่แปลกไปอีกแบบ ถ้าใครเป็นสายเกมมิ่งที่กลัวจอทำร้ายสายตา ก็แนะนำครับ
ลองใช้ Android TV บน โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
ในส่วนของ Android TV ถ้าใครมีสมาร์ททีวีที่บ้านใช้อยู่ก็จะคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะโดยรวม ๆ แล้วระบบก็จะเหมือนกันทุกอย่าง และสเปกของ Dongle ก็ค่อนข้างมีสเปกสูง เป็น Android 9.0 และรองรับอินเทอร์เน็ตได้ 2 ย่านความถี่ (2.4 GHz และ 5 GHz) ซึ่งการควบคุมต่าง ๆ ก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด สามารถใช้ Voice Search ได้ ไม่ต้องเหนื่อยพิมพ์เอง และยังรองรับภาษาไทยด้วย
สำหรับตัว Application ต่าง ๆ ก็มีให้ดาวน์โหลดได้ทั่วไป อย่าง YouTube, Amazon Prime, iflix หรือพวกสายหนังจีนอย่าง iQiYi, WeTV ก็มี ตามด้วย Line TV
ผมได้ลองหา Netflix กลับพบว่าไม่มีให้ดาวน์โหลดนะครับ พอจะติดตั้งแบบ APK ก็บอกว่าเครื่องไม่รองรับ สุดท้ายก็จนปัญญา นี่ก็เลยกลายเป็นข้อเสียของการใช้งานไปอีกเรื่องหนึ่งเลย (ไม่มี Netflix ได้อย่างไร !)
อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะเราสามารถดู Netflix ต่อกับคอมพิวเตอร์ แล้วใช้โปรเจคเตอร์เป็นจอแทนได้เหมือนกันนะครับ เป็นการแก้ปัญหาได้ถูกจุดสุด หรืออีกวิธีคือการดูผ่านเบราว์เซอร์ Google Chrome

โดยเปิด Netflix ก่อนเลย จากนั้น เลือก "Cast Desktop" → และกด Android TV Dongle QS01 → เลือกหน้าจอ Netflix.com → รับชมเนื้อหา Netflix บนโปรเจคเตอร์ แค่นี้ง่าย ๆ ครับ เราก็ดู Netflix ได้แล้วผ่าน Google Chrome
ซีรียร์เกาหลี Vincenzo ทนายมาเฟีย ที่ออนแอร์บน Netflix
ระบบเสียงของ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
สำหรับระบบเสียง โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i ก็มีลำโพงที่ฝังมาให้กับตัวเครื่อง (Built-in Speaker) ซึ่งก็เป็นเทคโนโลยี CinemaMaster Audio+2 ซึ่งทาง BenQ นิยามว่าให้เสียงคมชัดแบบเดียวกับฮอลลีวูดสตูดิโอได้เลย (เบสลึก เสียงสูงก็สุดประทับใจ)
และนอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีด้วยกันหลายโหมด ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Cinema, Music, Game, Sport และ User เราสามารถเลือกได้ตามประเภทของสื่อบันเทิง หรือถ้าใครมีชุดลำโพงยกเซ็ตอยู่ที่บ้านแล้วก็สามารถนำมาต่อกับเครื่องโปรเจคเตอร์ BenQ W2700i ได้เพื่อยกระดับความบันเทิงขึ้นไปอีกขั้น
สรุปเกี่ยวกับ โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i
ถ้าเทียบรุ่นอื่น ๆ สเปกใกล้เคียงกันในท้องตลาด โปรเจคเตอร์ BenQ W2700i ถือว่าค่อนข้างเป็นตัวเลือกที่ดีด้วยราคาที่ไม่สูงมาก เพียง 59,900 บาท แถมยังให้ภาพที่คมชัด ได้รับรองจากโรงงานว่าให้สีที่เที่ยงตรง ถ้ามองหาความบันเทิงแบบนี้อยู่ แนะนำครับ
อ่านข้อมูลโปรเจคเตอร์ BenQ W2700i เพิ่มเติมได้ที่





ความคิดเห็น (0)