20 หนังรักโรแมนติก (10 สุข + 10 เศร้า) เคล้าอารมณ์ในวันวาเลนไทน์
20 หนังรักโรแมนติก (10 สุข + 10 เศร้า) เคล้าอารมณ์ในวันวาเลนไทน์
วนกลับมาอีกปี 14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักแสนสุขของใครหลายคน และอาจเป็นวันแห่งความเศร้าแสนทุกข์ของใครอีกหลายคนเช่นกัน เพราะฉะนั้นในคลิปนี้ เราจะมาเรียนรู้ประสบพบเจอประสบการณ์ความรัก ที่ผมจะมาแนะนำใน 20 หนังรัก มีทั้ง 10 หนังสุข 10 หนังเศร้า เคล้าอารมณ์ในวันวาเลนไทน์ ที่ถ้าไม่อินเลิฟหวานจนเลี่ยน ก็ต้องเศร้านอนจมกองน้ำตากันไปข้างล่ะนะ
คำเตือน : อาจมีสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วน
10 หนังสุข หนังแฮปปี้
1. หนัง ภาพยนตร์ Pretty Woman ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) - ผู้หญิงบานฉ่ำ
นี่คือหนังแจ้งเกิด ผู้หญิงบานฉ่ำ Julia Roberts ผลงานการกำกับของ Gary Marshall ที่เธอได้ร่วมแสดงกับ Richard Gere ซึ่งในเรื่องนี้ส่งให้เธอได้เข้าชิงรางวัลออสการ์เลยทีเดียว
หนังฟีลกู๊ด ดูเพลิน ๆ บอกเล่าเรื่องราวของมหาเศรษฐีนักธุรกิจสุดหล่อ Edward Lewis ที่ได้ว่าจ้างสาวบริการ Vivian ด้วยเงินก้อนโต ให้ใช้เวลาอยู่กับเขาตลอดสัปดาห์ และจากการใช้เวลาร่วมกัน ก่อกำเนิดเป็นความสุข ความสัมพันธ์ และกลายเป็นความรัก
ในเรื่องนี้นอกจากความโคตรหล่อของ Richard Gere ทางด้าน Julia Roberts ตีบทแตกกระเจิง เล่นได้น่ารักและสวยจริงๆ หนังเรื่องนี้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 4 สาขา และคว้าได้ 1 สาขา จากการแสดงของ Julia Roberts นี่แหละ
2. หนัง ภาพยนตร์ Notting Hill ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) - รักบานฉ่ำที่น็อตติ้งฮิลล์
ผลงานการเขียนบทของ Richard Curtis กำกับโดย Roger Michell แสดงนำโดย Hugh Grant และ Julia Roberts กับหนังรอมคอมระดับตำนานติดแทบจะทุกลิสต์ที่มาการจัด การันตีความยอดเยี่ยมด้วยการเข้าชิงลูกโลกทองคำ 3 สาขา
เรื่องราวของชายเจ้าของร้านหนังสือที่ได้บังเอิญพบกับซุปตาร์ฮอลลีวูด และตกหลุมรักกัน แต่นอนนอนว่ามันคือเรื่องราวของดอกฟ้ากับหมาวัด ที่มักมีอุปสรรคเสมอ ทั้งคู่ต้องปรับตัวให้กันและกัน เพื่อพิสูจน์ความรักที่มี
นอกจากบทหนัง และการแสดงอันยอดเยี่ยมแล้ว เพลงในหนังเรื่องนี้ยังโคตรเพราะ มันคือเพลงสุดโปรดที่เรามักเปิดฟังอยู่เสมอด้วย กับเพลง When You Say Nothing At All - Ronan Keating
3. หนัง ภาพยนตร์ Four Wedding and a Funeral ค.ศ. 1994 (พ.ศ. 2537) - ไปงานแต่งงาน 4 ครั้ง หัวใจนั่งเฉยไม่ได้แล้ว
คราวนี้เป็นหนังแจ้งเกิดของ Hugh Grant จากการเขียนบทของ Richard Curtis ที่ภายหลังทั้งคู่ได้กลายมาเป็นคู่บุญร่วมงานกันเรื่อยมา ผลงานการกำกับของ Mike Newell ร่วมแสดงโดย Andie MacDowell
เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ได้พบหญิงสาวด้วยความบังเอิญในหลายงานแต่งที่เขาไป จนทั้งคู่เริ่มสนอกสนใจกัน และความรักเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
นี่เป็นหนังพล็อตธรรมดาที่ไม่ธรรมดา บทพูดที่ดูธรรมดาแต่จริง ๆ แล้วกลับแฝงแง่คิดไว้มากมาย หนังรักโรแมนติก คอเมดี้ น่ารัก มีเสน่ห์ แจ้งเกิดให้ Hugh Grant จริงๆ เพราะเขาชนะการออดิชั่นกว่า 70 คน เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 สาขา คว้า 1 ลูกโลกทองคำจากการเข้าชิงทั้งหมด 4 สาขา
4. หนัง ภาพยนตร์ Love Actually ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546) - ทุกหัวใจมีรัก

ที่มาภาพ: imdb.com
หนังรักประจำเทศกาลต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงคริสมาสต์ เข้าชิง 2 รางวัลลูกโลกทองคำ กับผลงานของ Richard Curtis ร่วมแสดงโดยนักแสดงมากหน้าหลายตาทั้งคู่บุญอย่าง Hugh Grant, Colin Firth, Liam Neeson, Emma Thompson, Martin Freeman, Andrew Lincoln, Keira Knightley และอีกมากมาย
นี่เป็นหนังรักที่ถ่ายทอดมุมมองความรักในหลากหลายมุมมอง ผ่านหลากหลายตัวละคร ทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่น เด็ก และอีกมากมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่ว่าใครจะนิยามแบบไหน รักเมื่อเกิดขึ้นแล้วมันสวยงามเสมอ และ Love Actually is...Love นั่นแหละ
5. หนัง ภาพยนตร์ 50 First Dates ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) - 50 เดท จีบเธอไม่เคยจำ

ที่มาภาพ: imdb.com
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี นี่คือผลงานของ Peter Segal แสดงนำโดยดาวตลก Adam Sandler ประกบคู่กับ Drew Barrymore ที่ทางญี่ปุ่นได้หยิบนำไปรีเมกใหม่ในชื่อ 50 First Kisses
เรื่องราวของชายที่ตกหลุมรักผู้หญิงแสนน่ารักคนหนึ่ง เรื่องราวมันก็เหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีกับการจีบเธอ แต่มันไม่ง่ายแบบนั้น เพราะฝ่ายหญิงมีความทรงจำอยู่ได้เพียง 1 วันเท่านั้น พอเช้าวันรุ่งขึ้นความทรงจำเธอก็ถูก Reset ใหม่ทั้งหมด ทำให้ฝ่ายชายต้องจีบและเอาชนะใจเธอใหม่ทุกวัน
หากใครได้ดูหนังของ Adam Sandler บ่อย เรื่องนี้เขาก็ยังคงเป็น Sandler อย่างที่เรารู้จัก แถมพอแสดงกับ Drew Barrymore กลายเป็นความลงตัวแบบน่ารัก พลอตก็เยี่ยม ใครดูต้องอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่องแน่นอน
6. หนัง ภาพยนตร์ The Proposal ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) - ลุ้นรักวิวาห์ฟ้าแลบ
ผลงานการกำกับโดย Anne Fletcher นำแสดงโดย Sandra Bullock และนักแสดงสุดเกรียน Ryan Reynolds
นี่คือเรื่องราวความรักของเจ้านายและลูกน้อง เรื่องวุ่น ๆ มันเริ่มขึ้นเมื่อ หัวหน้ากองบก. หญิงสุดเฮี๊ยบ กำลังจะโดนส่งกลับแคนาดาเพราะกรีนการ์ดตนเองกำลังจะหมดแล้ว เธอจึงบังคับให้พนักงานหนุ่มแต่งงานกับเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายชายตอบตกลงแต่มีเงื่อนไขต้องเลื่อนตำแหน่งให้เขาและไปพบกับครอบครัวเขาบ้าง และคราวนี้ขั้วอำนาจก็เปลี่ยนไป แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
นี่เป็นหนังที่น่ารักมากจริง ๆ เต็มไปด้วยฉากฮา ๆ ดูซ้ำกี่รอบก็ยังสนุก การแสดงของ Sandra Bullock ส่งให้เธอได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำด้วย
7. หนัง ภาพยนตร์ Friends with Benefits ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) - เพื่อนกันมันส์กระจาย
นี่คือหนังรักสุข ๆ ที่เราชอบมากที่สุดแล้ว กับผลงานการกำกับของ Will Gluck นำแสดงโดย Justin Timberlake และ Mila Kunis
กับเรื่องราวของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เพิ่งเลิกกับแฟน ทั้งคู่ได้โคจรมาเจอกันด้วยเรื่องงาน จนนานวันเข้าก่อเป็นความสัมพันธ์ที่เรียกกันว่า Friends with Benefits มีอะไรกันแต่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน คุยกันสนุกสนานกันแต่ไม่ได้เป็นอะไรกัน และแน่นอนถ้าใครรู้สึกไปมากกว่าก็เจ็บกว่า และจะเป็นยังไงถ้าทั้งคู่รู้สึกเหมือนกัน นี่แหละหนังเรื่องนี้ ซึ่ง Benefits ที่ทั้งสองคนได้ ก็คือความรักเนี่ยแหละ
นี่เป็นหนังที่ครบรสมาก ตลก สนุก หวาน ซึ้ง ดราม่าหน่อย ๆ กำลังดี หลัก ๆ เลยด้วยเพราะเคมีของสองพระ-นาง Justin Timberlake กับ Mila Kunis ทำให้มีรสชาติมาก ๆ แถมยังมีการกัดจิกหนังรอมคอมได้อย่างน่ารักและตลกจริง ๆ หวานกำลังดี ดูแล้วแฮปปี้จริง ๆ
8. หนัง ภาพยนตร์ Crazy Stupid Love ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) - โง่ ... เซ่อ ... บ้า ... เพราะว่าความรัก
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ในความรัก มักมีความบ้า” ในเรื่องนี้ก็เป็นงั้นจริง ๆ ผลงานการกำกับของ Glenn Ficarra และ John Requa แสดงนำโดยดารามากมาย ตั้งแต่ Steve Carell, Ryan Gosling, Emma Watson, Julianne Moore และอีกมากมาย
หนังบอกเล่าความรักที่เกิดขึ้นในแต่ละตัวละคร ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันแบบวุ่นวายสุดๆ ตั้งแต่ Cal สามีที่กำลังจะหย่ากับภรรยาเพราะเธอนอกใจไปมีอะไรกับชายที่ออฟฟิศ Cal ได้บังเอิญเจอ Playboy อย่าง Jacob และได้เรียนรู้พยายามจะจีบหญิง แต่ Jacob ก็ตกหลุมรัก Hannah อย่างหัวปักหัวปำ ส่วนลูกของ Cal ก็รักพี่เลี้ยง แต่พี่เลี้ยงก็ดันชอบ Cal อีก โอ้เอาเป็นว่าสนุก
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหนังที่เล่าความรักในหลายคนหลายเหตุการณ์ คล้ายอย่าง Love Actually แต่ไม่ได้ซึ้งแบบนั้น Crazy Stupid Love เลือกเล่าเรื่องราวความรักออกมาได้อารมณ์ดีสุดๆ ครบรสมาก ดราม่านิด ๆ ฮาหน่อยๆ ที่สำคัญไม่คิดว่า Ryan Gosling จะเล่นได้ฮาแบบนี้ ฮาแบบทุกฉากที่ออกมา ไม่ได้ฮาอย่างเดียวนะ เขาได้เข้าชิงลูกโลกทองคำด้วยนะเอ้อ
9. หนัง ภาพยนตร์ Departures/Then Came You ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) - จะรักใครอย่าให้หัวใจต้องดีเลย์
ผลงานของ Peter Hutchings แสดงนำโดย Asa Butterfield และสาวผู้ปราบ Knight King จาก Game of Thrones อย่าง Maisie Williams
นี่คือเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีอาชีพเป็นเด็กยกกระเป๋าที่สนามบินที่มีอาการวิตกจริตคิดว่าตัวเองเป็นมะเร็ง แต่จริง ๆ ไม่ได้เป็น จนเขาได้มาพบกับหญิงสาวที่เป็นมะเร็งจริง ๆ และใกล้ตาย จึงทำให้ฝ่ายชายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ ด้วยการร่วมกันทำ ลิสต์ก่อนตาย ที่ทั้งสองร่วมทำด้วยกัน
ฟังจากตัวอย่างอาจจะเหมือนดราม่าน้ำตาตก แต่หนังโคตรอบอุ่น ยิ้มได้ทั้งเรื่อง มันไม่ได้ถ่ายทอดความหดหู่หรือทุกข์ทรมานกับการเป็นมะเร็ง แต่มันถ่ายทอดเรื่องการยอมรับมะเร็ง ที่ทั้งน่ารักและสดใส ยิ่งสมบูรณ์แบบด้วย 2 นักแสดงนำ โดยเฉพาะ Maisie Williams การแสดงของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์ น่ารักมากๆ คือไม่ใช่แค่พระเอกหรอกที่ตกหลุมรัก คนดูอย่างเราๆ ก็ตกหลุมรักเธอจากเรื่องนี้เหมือนกัน หลายคนอาจจะเดาชะตากรรมตัวเอกได้ แต่มันลงตัวและถือว่าเป็น Happy Ending จริง ๆ นะ
10. หนัง ภาพยนตร์ Destination Wedding ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) - ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน
นี่คือผลงานจากการเขียนบทและกำกับโดย Victor Levin นำแสดงโดยสองคู่พระ-นางยุค 90s กับ Winona Ryder และ Keanu Reeves มันคือหนังม้ามืดแห่งปี เป็นหนังไม่โรแมนติกที่โรแมนติก แต่อาจไม่ถูกใจหลายคน เพราะทั้งเรื่องเราจะเห็นแค่พระ-นางคุยกันใส่ไฟแลปทั้งเรื่อง! หากใครนึกไม่ออกจะมีความคล้าย Before Trilogy อันนั้นจะหวาน ๆ อันนี้จะอีกแนวเลย
นี่เป็นเรื่องราวความบังเอิญของ Frank และ Lindsay ที่ทั้งคู่ไปงานแต่งเดียวกัน และบังเอิญได้เจอกัน นั่งติดกันที่สนามบิน พักห้องใกล้กัน แถมทั้งสองคนยังเกี่ยวข้องกับเจ้าบ่าวด้วยกันทั้งคู่ และความบังเอิญเหล่านั้นจึงเกิดเป็นความบันเทิงที่ไม่โรแมนติกแต่โรแมนติกขึ้น จริง ๆ นะ 555
ไม่มีคำหวาน ไม่มีบทเลี่ยน ๆ ไม่มีอะไรเลย นอกจากการคุยกันของพระ-นาง แซว แขวะ จิก กัด ด่า เสียดสี พาดพิง เหมือนดูมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงมาด่ากัน แต่ไอ้บทพูดเหล่านี้แหละทำให้หนังโรแมนติกซะงั้นแถมยังน่ารักอีกต่างหาก ต้องชมคู่พระนางเลยว่าโคตรธรรมชาติ อยากถามจริง ๆ “จำบทกันได้ยังไง”
10 หนังเศร้า หนังน้ำตาตก
1. หนัง ภาพยนตร์ Titanic ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540)
หนังรักระดับตำนาน ติดทุกลิสต์ของหนังรัก ฝีมือการกำกับและเขียนบทของ James Cameron นำแสดงโดย Leonardo DiCaprio และ Kate Winslet สร้างมาจากเหตุการณ์จริงของเรือ Titanic โดยสารที่จมลงสู่ก้นของมหาสมุทรแอตแลนติก
เรื่องราวความรักอมตะของ Jack Dawson กับ Rose Dewitt ที่ทั้งคู่ได้ตกหลุมรักกันในขณะที่กำลังอยู่บนเรือ Titanic แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดเพราะเรือดันชนกับภูเขาน้ำแข็งทำให้เรือรั่วและกำลังจะจมในอีกเวลาไม่นาน ทั้งคู่จึงต้องหาทางเอาตัวรอด ก่อกำเนิดเป็นตำนานรักอมตะที่โลกไม่ลืม
คงไม่ต้องสารธารยายความยอดเยี่ยมของเรื่องนี้ให้มากความ คว้ารางวัลออสการ์ 11 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 14 สาขา และคว้ารางวัลลูกโลกทองคำอีก 4 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 8 สาขา
2. หนัง ภาพยนตร์ Eternal Sunshine of the Spotless Mind ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) - ลบเธอ ... ไม่ให้ลืม
หนังพล็อตล้ำ คว้ารางวัลออสการ์ 1 สาขา จากการเข้าชิง 2 สาขา และเข้าชิงลูกโลกทองคำอีก 4 สาขา ฝีมือการกำกับและร่วมเขียนบทของ Michael Gondry แสดงนำโดย Kate Winslet และ Jim Carrey ที่ลบภาพดาราตลกไปเลย
หนังบอกเล่าเรื่องราวของ Joel คนหนึ่งที่ได้พบรักกับ Clementine จนได้เริ่มออกเดทกัน ก่อเป็นความสัมพันธ์ดีๆ แต่ในทุกความสัมพันธ์ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่เริ่มมีปัญหากัน จน Clementine ตัดสินใจใช้บริการ “ลบความจำ” เรื่องราวของ Joel แต่ Joel กลับไม่รู้เลย เขาต้องเจ็บปวดกับการที่คนที่เขารักทำเหมือนไม่เคยรู้จักเขามาก่อน Joel จึงตัดสินใจใช้บริการ “ลบความทรงจำ” เพื่อลบเรื่องราวของ Clementine ออกไปบ้าง จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีก แต่ในระหว่างขั้นตอนการลบความทรงจำนั้น Joel ก็เห็นเหตุการณ์ดี ๆ ที่มีร่วมกันเช่นกัน
แต่ทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันใหม่อีกครั้ง เกิดเป็นลูปอันน่าเศร้าอย่างแน่นอนเพราะทั้งคู่ไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา มันเริ่มจาก 0 ใหม่ เพราะการลบความทรงจำมันคือการลบบทเรียนเช่นกัน นี่เป็นหนังที่สอนเรื่องราวความรักได้ดีจริง ๆ เรื่องดี ๆ ควรเก็บไว้ ส่วนเรื่องน่าเศร้า ควรเก็บไว้เป็นบทเรียนเตือนใจตัวเอง
เหมือนดั่งที่อิงค์ วรันธรได้กล่าวไว้ว่า การลบ...ไม่ได้ช่วยให้ลืม จริง ๆ
3. หนัง ภาพยนตร์ (500) Days of Summer ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) - ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ
นี่คือหนังเรื่องนึงที่หยิบมาดูในช่วงเวลาที่แตกต่างกันก็มีมุมมองที่ต่างออกไปในแต่ละครั้ง เข้าชิง 2 รางวัลลูกโลกทองคำ ผลงานการกำกับของ Marc Webb แสดงนำโดย Joseph Gordon-Levitt และ Zooey Deschanel
หนังบอกเล่าเรื่องราวความช้ำรักของ Tom ที่ได้ตกหลุมรักหญิงสาวนามว่า Summer ความสัมพันธ์ครั้งนี้มีระยะเวลา 500 วัน Tom รัก Summer หมดหัวใจ แต่ Summer มอง Tom แค่เพื่อน
… ความเจ๋งของหนังเรื่องนี้คือการเล่าแบบไม่ลำดับเวลา สลับไปสลับมา ที่เอาจริง ๆ ตัดสินไม่ได้ว่าใครผิด เข้าใจทั้งในมุมมองของ Summer และเข้าใจกับความทุกข์ระทมของ Tom เช่นกัน
4. หนัง ภาพยนตร์ Blue Valentine ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553)
น้อยนักที่จะมีหนังบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์หลังจากสมหวังตกลงปลงใจแต่งงานกัน และเรื่องนี้เลือกเล่าแบบนั้น เข้าชิง 1 ออสการ์และ 2 ลูกโลกทองคำ ผลงานการกำกับและร่วมเขียนบทของ Derek Cianfrance นำแสดงโดย Ryan Gosling และ Michelle Williams
หนังบอกเล่าเรื่องราวความรักในสองช่วงเวลาให้เห็นทั้งสองด้าน ทั้งหลังชีวิตแต่งงานของชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ไม่ได้หอมหวาน งดงาม และเล่าในช่วงก่อนแต่งที่เต็มไปด้วยความสุข ทั้งเรื่องเราจะได้เห็นการสลับเหตุการณ์ก่อนและหลังแต่งอยู่ตลอด คอนทราสกันอย่างชัดเจน
นี่คือหนังที่สอนเราว่ารักมันไม่ได้มีด้านเดียว เกิดขึ้นอย่างงดงามและอาจจบลงด้วยความทุกข์ทม แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคู่ที่ต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ และแน่นอนอีกเช่นกันหนังเรื่องนี้คือบทเรียนให้เราได้เรียนรู้ ซีนสุดท้ายเล่นเอาน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวจริง ๆ
5. หนัง ภาพยนตร์ La La Land ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) - นครดารา
ยอดหนังเรียกน้ำตาคว้ารางวัลออสการ์ 6 สาขา เข้าชิงทั้งหมด 14 สาขา และเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 7 สาขาซึ่งหนังเรื่องคว้าไปได้ทั้ง 7 สาขาเลยทีเดียว ผลงานจากการกำกับและเขียนบทโดย Damien Chazelle แสดงนำโดย Ryan Gosling และ Emma Stone
เรื่องราวของหนุ่มนักดนตรีกับสาวผู้ฝันอยากเป็นนักแสดง ได้มาพบเจอกันรักกันและไล่ล่าความฝันกันในนครแห่งดารา Los Angeles แต่มันไม่ใช่เรื่องราวความรักที่หอมหวาน เพราะความจริงมันไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะบางครั้งการไขว่คว้าความฝันเราต้องสละอะไรบางอย่างไป...และนั่นอาจหมายถึงการสละดวงดาวอันล้ำค่าไป
6. หนัง ภาพยนตร์ Her ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) - รักดังฟังชัด
หนังโคตรเศร้า เหงา เคว้ง ๆ ผลงานการกำกับและเขียนบทของ Spike Jonze นำแสดงโดย Joaquin Phoenix, Amy Adams และ Scarlett Johansson
หนังบอกเล่าเรื่องราวในอนาคตอันใกล้ เมื่อโลกเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการแทบทุกอย่างของมนุษย์ แม้กระทั่งความรัก Theodore เพิ่งหย่ากับภรรยาและกำลังอมทุกข์ ได้ซื้อระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อมาช่วยชีวิตเขา Samantha จนมันก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างคนกับ OS
ทั้งการถ่ายทำอันงดงาม และเนื้อเรื่องสุดละเมียดละไม มันช่างกร้าวใจเสียเหลือเกิน คว้ารางวัลออสการ์ 1 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 5 สาขา และคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ 1 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 3 สาขา
7. หนัง ภาพยนตร์ Brokeback Mountain ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) - หุบเขาเร้นรัก
ผลงานจากยอดผู้กำกับ Ang Lee ผ่านยอดนักแสดงอย่าง Jake Gyllenhaal และ Heath Ledger ผู้ล่วงลับ นี่คือหนังที่ส่งให้ทั้งคู่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งแรกในชีวิต และหนังเรื่องนี้คว้ารางวัลออสการ์ 3 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 8 สาขา และยังคว้าลูกโลกทองคำอีก 4 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 7 สาขา
หลายคนคงเคยได้เกียรติศัพท์ร่ำรือถึงเรื่องราวความยอดเยี่ยมกับรักของ 2 ชายบนหุบเขา Brokeback กันมาบ้างแล้ว หนังบอกเล่าเรื่องราวของชาย 2 คนที่ได้ขึ้นไปทำงานบนเขา Brokeback และช่วงเวลาที่พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันมันก็ก่อกำเนิดเป็นความสัมพันธ์ ความผูกพัน และความรักขึ้นมา
มันคือรักต้องห้าม ที่สังคมไม่ยอมรับ ถึงแม้ทั้งคู่จะต้องกลับไปใช้ชีวิต มีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่ความรู้สึก ห้วงเวลาอันงดงาม ความรักของทั้งคู่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำบนหุบเขา Brokeback
8. หนัง ภาพยนตร์ Call Me By Your Name ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560)
หนังดราม่า โรแมนติก และ Coming of age ดัดแปลงเรื่องราวมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ André Aciman ผลงานการกำกับของ Luca Guadagnino แสดงนำโดย Armie Hammer และ Timothée Chalamet การันตีความยอดเยี่ยมด้วยการคว้ารางวัลออสการ์ 1 สาขา จากการเข้าชิงทั้งหมด 4 สาขา และเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 3 สาขา
บอกเล่าเรื่องราวความรักในฤดูร้อน ของ Elio ชายหนุ่มวัย 17 ปี ที่พ่อของเขาได้เชิญ Oliver ชายหนุ่มวัย 24 ให้มาช่วยงานทางด้านโบราณคดี จึงทำให้ทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกัน และเกิดเป็นความสัมพันธ์ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
หนังยอดเยี่ยมจริงๆ การแสดงของทั้ง Armie Hammer และ Timothée Chalamet ดีมาก มากแบบไร้ที่ติ ดูจริงในทุกห้วงอารมณ์ราวกับไม่ได้แสดง Elio ซีนหลัง ๆ บีบหัวใจเหลือเกิน
9. หนัง ภาพยนตร์ Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) - พรุ่งนี้ผมจะเดทกับเธอคนเมื่อวาน
ผลงานการกำกับของ Takahiro Miki ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ Takafumi Nanatsuki แสดงนำโดย Sôta Fukushi และ Nana Komatsu
นี่เป็นหนังดราม่าโรแมนติกที่มีความแฟนตาซี บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งได้พบรักกับหญิงสาวและได้มาเป็นแฟนกัน แต่พอเวลาผ่านไป ฝ่ายชายก็พบความจริงว่า ฝ่ายหญิงมาจากโลกคู่ขนานที่พวกเขาจะเจอกันทุก ๆ 5 ปี ครั้งละ 1 เดือนเท่านั้น และเวลาของทั้งคู่จะสวนทางกัน การเจอกันครั้งแรกของฝ่ายชายที่เจอฝ่ายหญิง นั่นหมายถึงการเจอกันครั้งสุดท้ายของเธอ
ตอนแรกเหมือนหนังรักธรรมดาทั่วไป พอเรื่องราวถูกเปิดเผยน้ำตาเริ่มมา...และยิ่งสลับไปเล่าผ่านมุมมองผู้หญิงแล้วยิ่งขยี้เข้าไปใหญ่ พอลองคิดย้อนนึกตาม ซีนเจอกันครั้งแรกของฝ่ายชายบอกว่า พรุ่งนี้เจอกันนะ โคตรเจ็บปวด....
10. หนัง ภาพยนตร์ 5 Centimeters Per Second ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) - ยามซากุระร่วงโรย
นี่คือหนังแอนิเมชันเรื่องเดียวในลิสต์นี้ ผลงานการกำกับและเขียนบทของ Makoto Shinkai เรื่องราวน่าเศร้า ชวนน่าอึดอัดใจและค้างคาใจสุด ๆ บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เด็กของหนุ่มน้อย ทากะกิ ที่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับ อะกะริ ทั้งคู่ได้สัญญาว่าจะดูซากุระด้วยกันตลอดไป แต่เมื่อเติบโตขึ้นทั้งคู่ก็ได้อยู่ห่างกันไกลออกไป ถึงแม้จะมาเจอกันแต่ก็ค้างคากันด้วยจดหมายที่ไม่ได้มอบให้กัน ยิ่งตอนจบ...เล่นเอาคนดูอย่างเราโหวงเลยทีเดียว อ๋อ...เพลงประกอบเรื่องนี้เพราะจริง ๆ
ถึงแม้จะครบ 20 เรื่องแล้ว แต่อยากจะแถมไตรภาค Before Trilogy ชอบทั้ง 3 ภาคเลย แต่ละภาคออกฉายห่างกัน 9 ปีตามระยะเวลาที่เกิดขึ้นในหนังเลยทีเดียว ว่ากันว่าถ้าเราดูหนังเรื่องนี้ทิ้งห่างแต่ละภาค 9 ปีตามที่หนังฉายจะอินที่สุดด้วย เพราะห้วงเวลาในหนังจะทำงานกับเราสุด ๆ
ทั้ง 3 ภาคเป็นผลงานการเขียนบทและกำกับของ Richard Linklater แสดงนำโดย Ethan Hawke และ Julie Delpy
11. หนัง ภาพยนตร์ Before Sunrise ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538)
บอกเล่าถึงการพบเจอกันของ Jesse และ Céline ทั้งคู่พบกันด้วยความบังเอิญบนรถไฟไปเวียนนา ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอมากทำให้ทั้งคู่ได้ลงที่เวียนนาร่วมกัน แต่ทั้งสองมีเวลาร่วมกันแค่ 1 คืนก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนที่จะต้องแยกย้ายกันไปและสัญญาว่าจะมาพบกันในเวลา 6 เดือนอีกครั้ง
12. หนัง ภาพยนตร์ Before Sunset ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547)

ที่มาภาพ: imdb.com
ถึงแม้ในภาคแรกจะจากกันและผิดสัญญากันแต่ในภาคนี้ทั้งคู่ก็ได้กลับมาเจอกันโดยใช้เวลา 9 ปี เมื่อ Jesse เดินทางมาโปรโมทหนังสือที่ปารีส และได้พบเจอกับ Céline ทำให้ Jesse ตัดสินใจจะใช้ช่วงเวลาที่เหลือก่อนกลับบ้านเกิดเพื่อตกหลุมรักเธออีกครั้ง คราวนี้พวกเขามีเวลา 1 วันก่อนพระอาทิตย์ตก
13. หนัง ภาพยนตร์ Before Midnight ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556)
นี่คือบทสรุปเรื่องราวความสัมพันธ์ของ Jesse และ Céline หากใน Surise คือแสงทองของวันใหม่เปี่ยมไปด้วยความหวัง Suset คือช่วงเวลาอันงดงามของความหวังที่สำฤทธิผลสว่างไสวสุด ๆ Midnight คือความจริงอันมืดมิด ในภาคนี้ยังคงดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนาเช่นเดิม ทั้งคู่โตขึ้นมากและมีลูกด้วยกัน แต่มันก็ตามมาด้วยปัญหาอีกมากมายจนนำไปสู่การทะเลาะกันขั้นรุนแรง จริง ๆ หนังเลือกที่จะจบด้วยฉากในห้องก็ได้ แต่มันจะเป็นการใจร้ายกับคนดูเกินไป หนังยังใจดีนะที่ให้จบแบบนี้...
ทั้ง 3 ภาคมีจุดเด่นอยู่ที่เคมีที่เข้ากันของสองพระนาง Ethan Hawke และ Julie Delpy มันคือหนังที่ดำเนินเรื่องและเต็มไปด้วยบทสนทนาของ 2 ตัวละคร ที่ดูเรียลและธรรมชาติสุด ๆ กับบทสนทนาที่โตขึ้นตามตัวละคร ผ่านบรรยากาศที่กรุงเวียนนา ปารีส และกรีซ หนังทำให้เราตกหลุมรักตัวละครทั้งสองไปอย่างไม่รู้ตัว และมันยังทำให้เราเติบโตไปพร้อม ๆ พวกเขาด้วย
แต่ละคนก็คงจะเคยประสบพบเจอมีประสบการณ์ความรักที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงชีวิต สุขบ้าง เศร้าบ้าง เหงาบ้าง อิ่มเอมใจบ้าง แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามในทุกความรักเราคงได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง และผมเชื่อว่าการดูหนังรักเรื่องเดิม แต่ช่วงเวลาแตกต่างกัน มันอาจจะทำให้ความคิด การอินและมุมมองต่อหนังเรื่องนั้น ๆ เปลี่ยนไปก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ยังแน่นอนคือเราได้เรียนรู้ พร้อมได้รับประสบการณ์ในแง่มุมของความรักอยู่เช่นเดิม นี่แหละความอัศจรรย์ของหนังรัก
Happy Valentine ครับทุกคน ...





ความคิดเห็น (1)