Huawei Mate 30 Pro กล้องโหด สเปกแรง จอสวย จัดเต็มทุกด้าน แต่ดันขาด Google Services
เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้ไปงานเปิดตัว Huawei Mate 30 Pro พร้อมกับได้ลองสัมผัสตัวเครื่องจริง และทดลองใช้งานเล็กน้อย ก็เลยเก็บข้อมูลมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกัน จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลย
สเปก Huawei Mate 30 Pro
- ชิปเซ็ต: Kirin 990 (รุ่น 4G)
- แรม + รอม: 8GB + 256GB
- หน้าจอ: OLED ขนาด 6.53 นิ้ว รองรับ DCI-P3 และ HDR10
- ดีไซน์จอ Horizon Display โค้ง 88 องศา
- รองรับ Side-touch เพิ่ม-ลดเสียงที่ด้านข้างจอ
- กล้องหน้าคู่:
- 32MP (f2.0)
- กล้องจับระยะ 3D TOF
- กล้องหลัง 4 ตัว รองรับวิดีโอ 4K/60fps
- กล้องหลัก 40MP (f1.6)
- กล้องอัลตร้าไวด์ 40MP (f1.8)
- กล้องเทเลโฟโต้ 8MP (f2.4)
- กล้องจับระยะ 3D TOF
- เชื่อมต่อเครือข่าย: 5G / 4G + Wi-Fi 6
- ปลดล็อก: ลายนิ้วมือ (Fingerprint) และใบหน้า (Face ID)
- แบตเตอรี่: 4,500mAh
- รองรับชาร์จเร็ว
- 40W (สาย)
- 27W (ไร้สาย)
- สี: Black, Space Silver
- ไม่มีบริการ Google Services
แม้ไม่มี Google Services แต่ก็มี Huawei AppGallery มาทดแทน
นี่เป็นคำถามชวนสงสัย Huawei Mate 30 Pro ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Google Services จะใช้ได้ยังไง โหลดแอปฯ ยังไง ซึ่งทางผู้บริหารของทาง Huawei ขึ้นมาพูดถึงจุดนี้ด้วยว่ามีการเตรียมการเรียบร้อยแล้ว โดยติดต่อกับผู้พัฒนาเพื่อนำแอปฯ มาลง Huawei AppGallery ซึ่งปัจจุบันแอปฯ พื้นฐาน อย่าง แอปฯ ธนาคาร, ช้อปปิ้ง, ดูหนัง ฯลฯ ที่คนไทยใช้งานกัน ก็มีให้โหลดมาติดตั้งลงเครื่องได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีการเชิญชวนให้นักพัฒนาเข้ามาสร้างแอปฯ ในแพลตฟอร์มของ Huawei เพื่อทดแทนแอปฯ ของ Google และ Play Store ที่ขาดหายไปอีกด้วย
และจากที่ทดลองใช้ดูนิดหน่อยก็รู้สึกว่า แม้จะไม่มี Google Services ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อาจจะลำบากเพราะต้องไปหาใน Huawei AppGallery ที่มีบ้างไม่มีบ้าง และถ้าต้องใช้จริงๆ ก็ต้องไปหาไฟล์ APK มาลง ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยง
มีแนวโน้มว่าจะได้ใช้ Google Services ไหม ?
Mate 30 Pro จะได้ใช้ Google Services แน่ๆ แต่แค่ว่ายังไม่แน่นอนว่าเมื่อไร เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าทางอเมริกาจะปลดแบนตอนไหน ซึ่งถ้ามีการปลดแบนทาง Huawei ก็เตรียมพร้อมปล่อยอัปเดตให้ภายในทันที
Kirin 990 ชิปเซ็ตตัวแรง ทำงานพร้อม AI และรองรับ 5G
ด้าน "ประสิทธิภาพ" ของเจ้า Huawei Mate 30 Pro ส่วนนี้ก็เป็นไปตามคาดคือ ประสิทธิภาพอยู่ในระดับเรือธงที่ไม่เป็นสองรองใครเลย ผลทดสอบต่างๆ ก็แสดงให้เห็นว่าชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Kirin 990 ที่ใส่เข้าไปนั้น "แรงมาก" ใช้ AI ที่ทรงพลัง แถมยังรองรับ 4G และ 5G อีกด้วย อ่านรายละเอียเพิ่มได้ที่นี่ แต่ทว่าน่าเสียดายรุ่นที่ขายในไทยเป็นรุ่น 4G อย่างเดียว ผู้เขียนแอบผิดหวังอยู่ไม่น้อยเลย ถึงตอนนี้บ้านเรา 5G ยังไม่พร้อมใช้งาน แต่ยังไงก็ตามซื้อมือถือราคาหลายหมื่นทั้งทีก็ต้องคิดถึงอนาคตไว้ก่อน
ดีไซน์กล้องหลังแบบใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากกล้อง Leica
ดีไซน์ตัวเครื่องของ Huawei Mate 30 Pro ทางค่ายบอกว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องถ่ายรูปในตำนานอย่าง Leica ทำให้กล้องหลังมีดีไซน์แบบ Halo Ring ที่เป็นวงแหวนรอบตัวกล้อง ส่วนด้านบนก็มีความโค้งมนแบบ Pure and Sleek รวมถึงเพิ่มปุ่มชัตเตอร์สีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของ Leica
ส่วนตัวผู้เขียนเองรู้สึกว่าดีไซน์แบบนี้ก็สวยเลย โดยเฉพาะกล้องหลัง เวลามองแล้วรู้สึกว่ากล้องมันป๊อปออกมาจากตัวเครื่อง มีความรู้สึกคล้ายเลนส์กล้องนิดหน่อย ส่วนด้านบนก็รู้สึกธรรมดาๆ ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น ปุ่มชัดเตอร์ก็เช่นกันรู้สึกเฉยๆ เอาเข้าจริงคิดว่าเป็นปุ่มปลดล็อกเครื่องด้วยซ้ำไป
เซ็นเซอร์โหด 40MP ทั้งกล้องปกติและกล้องมุมกว้าง
กล้องหลังของ Huawei Mate 30 Pro เรียกได้ว่าจัดเต็มแบบสุดๆ มีกล้องหลังมาให้ถึง 4 ตัวด้วยกันประกอบด้วย กล้องหลัก 40MP + OIS กันสั่นแบบเดียวกับ P30 Pro, กล้องมุมกว้างอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 40MP ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ RGGB, กล้องเทเลโฟโต้ 8MP พร้อมระบบกันสั่น ซูมได้ x5 ที่ไม่ใช่แบบ Periscope และกล้องเซ็นเซอร์ 3D TOF สำหรับจับระยะวัตถุ (Depth) เพื่อทำหน้าชัดหลังละลาย
ถ่ายกลางคืนสวย สโลวโมชั่นแจ่ม
สองจุดเด่นของ Huawei Mate 30 Pro ตัวผู้เขียนเองก็ได้ไปลองมา บอกเลยว่าแจ่มเลย ด้วยความที่กล้องหลัก 40MP เป็นตัวเดียวกับ P30 Pro เรื่องการถ่ายกลางคืนคงไม่ต้องพูดถึงดูจากรูปด้านบนได้เลย รูปนี้ถ่ายในห้องที่มืดมากๆ แต่น่าแปลกใจการจัดการแสงและนอยซ์ถือว่าอยู่ในระดับดีมาก อาจดีที่สุดในบรรดามือถือสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้

ส่วนการสโลว์โมชั่น Huawei Mate 30 Pro ก็ทำได้สูงสุดถึง 7,680 fps ที่ทำได้มากขนาดนี้มีการใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยด้วย
จอดีไซน์ Horizon Display ขอบจอโค้ง 88 องศา
หน้าจอของ Huawei Mate 30 Pro เป็นรุ่นแรกที่ใช้ดีไซน์แบบใหม่ Horizon Display ขอบข้างโค้งทำมุมถึง 88 องศา ซึ่งขอบจอยังใช้เป็นฟีเจอร์ Side-Touch ที่ทัชเพื่อสั่งงานได้ เช่น เพิ่มเสียงลดเสียง หรือใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์ถ่ายรูป
ด้านสเปกหน้าจอก็โหดตามระเบียบ ใช้จอ 6.53 นิ้วที่เป็น Flex OLED หรือหน้าจอที่งอได้ ความละเอียด FHD+ แสดงสีตามมาตรฐาน DCI-P3 HDR พร้อมฟีเจอร์ Cinematic Colour นอกจากนี้แล้ว Huawei Mate 30 Pro ก็ยังคงมีติ่ง (Notch) อยู่เพื่อใส่กล้องหน้า 3 ตัวเข้าไปที่ประกอบไปด้วย กล้อง Depth Sensor, กล้อง Gesture Sensor และสุดท้ายกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่

สำหรับกล้อง Gesture Sensor เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้การโบกมือเพื่อควบคุมการทำงานของมือถือได้ เช่น เลื่อนลงด้วยการกวักมือ หรือแคปหน้าจอด้วยการกำมือ เป็นต้น
Fast Charge ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
Huawei Mate 30 Pro ถือว่าเป็นมือถือที่ชาร์จได้รวดเร็วทั้งแบบผ่านสาย 40W และแบบไร้สาย (Wireless Charge) 27W อีกด้วย แต่ก็มีเงื่อนไขที่รู้กันคืออุปกรณ์ที่นำมาต่อต้องรองรับระบบชาร์จเร็ว
ราคาถูกกว่ารุ่นเดิมหลายพันบาท
ราคาเปิดตัวของ Huawei Mate 30 Pro ก็เปิดตัวอยู่ที่ 28,990 บาท โดยเป็นรุ่น 4G มาพร้อมแรม 8GB และหน่วยความจำ 256GB ที่ใส่การ์ดเพิ่มได้ ส่วนประกันก็เป็น 2 ปีแถมประกันจอแตกอีก 90 วัน ว่ากันตามตรงราคานี้ถูกกว่ารุ่น Mate 20 Pro หลายพันบาทเลย ทำให้มันค่อนข้างน่าสนใจเลยหากเทียบกับเรือธงของค่ายอื่น แต่ติดอยู่เรื่องเดียวคือไม่มี Google Services
ความเห็นจากผู้เขียน
ว่ากันตามตรง Huawei Mate 30 Pro ที่ไร้ Google Services ก็เหมือนกับห้องพักที่ไม่มีเตียง เข้าพักได้แต่นอนไม่สะดวกสบาย ถึงจะมี Huawei AppGallery มาให้ แต่มันก็ยังไม่สมบูรณ์เท่ากับ Play Store และยังมีประเด็นอีกด้วยว่า แอปฯ ที่อยู่ในนั้นใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เปิดหลุดบ่อย จุดนี้ทำให้ใครที่จะซื้อก็ต้องคิดให้หนักๆ เลยทีเดียว
แต่ถ้าตัดประเด็นนี้ออกไปถือว่า Huawei Mate 30 Pro เป็นมือถือที่แทบจะไร้ที่ติเครื่องหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งดีไซน์ตัวเครื่อง หน้าจอสวยๆ กล้องหลังโหด กล้องหน้าพร้อมเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว และยังรองรับระบบชาร์จเร็วทั้งมีสายและไร้สาย และค่าตัวที่ค่อนข้างถูกอีกด้วย ถูกว่าคู่แข่งพอสมควร ถือน่าสนใจเลยทีเดียว
และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลที่เก็บมาจากในงาน พร้อมกับความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ





ความคิดเห็น (0)