Dead by Daylight Mobile เปิดให้ทดสอบแล้ว! จะคุ้มค่าสมการรอคอยของแฟนๆ มั้ยมาดูกัน
เปิดให้ทดสอบกันเป็นกลุ่มประเทศแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วในแถบยุโรป ซึ่งประเทศที่เปิดให้ทดสอบในขณะนี้ได้แก่ ฟินแลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ และสวีเดน รวมทั้งหมด 4 ประเทศด้วยกัน ทั้งในระบบ iOS และ Android สำหรับใครที่อยากลองเล่นกันดูบ้างก็สามารถสมัครไอดีโซนประเทศดังกล่าวแล้วไปลองเล่นกันดูได้
และในวันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของเกม Dead by Daylight Mobile กันว่า หลังจากที่ปล่อยให้ผู้เล่นรอคอยกันมาร่วม 3 ปีด้วยกัน นับตั้งแต่เปิดวางขายเวอร์ชัน PC ใน Steam ไป จะคุ้มค่ากับการรอคอยอันแสนยาวนานนี้หรือไม่ ลองมาอ่านกันดูพร้อมกับวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียไปด้วยกันค่ะ
บรรยากาศการเล่นเป็นยังไงบ้างไปดูในไลฟ์ของเราได้เลย
ข้อดี
1. มี Bloodmarket (ตลาดไอเท็ม) ให้ซื้อของใช้ได้เลย
ปกติแล้วในเวอร์ชันคอม เราจะต้องเอา Bloodpoint ที่ได้ไปอัป Bloodline เพื่อให้ได้มาซึ่ง Perks, Add-ons และ Offerings แต่ในเวอร์ชันมือถือ เราสามารถนำแต้ม Bloodpoint ที่ได้มาเอาไปเลือกซื้อของใน Bloodmarket ได้เลย โดยของที่มีขายอยู่ในหน้านี้จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ มีเวลานับถอยหลังให้ดูด้วยว่าจะรีเซ็ตเมื่อไหร่
รูปไอเท็มที่ขาย มีทั้งของ Killer และ Survivor
2. คอสตูมและของแคชมีราคาสมเหตุสมผล
เป็นเรื่องปกติมากๆ ในปัจจุบันที่เกม Free-to-Play จะมี In-app Purchase หรือการขายของในเกมเป็นเงินจริงให้ได้ซื้อกัน ซึ่งเมื่อเราเทียบราคาแล้ว ของแคชบางอย่างเช่น ชุดแต่งกายตัวละครแบบเป็นเซ็ต ก็มีราคาอยู่ราวๆ 300 บาทนิดๆ เท่านั้น (อาจถูกลงอีกถ้าซื้อแคชทีละจำนวนมากแล้วค่อยไปซื้อของในเกม) อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือเกมนี้ไม่ใช่ Pay-to-Win ตั้งแต่ในคอมแล้ว เพราะฉะนั้นก็วางใจเรื่องการที่จะต้องใช้เงินเปย์เพื่อเอาชนะผู้เล่นคนอื่นๆ ไปได้
เสื้อผ้าเริ่มต้นก็มีให้นะ แต่ต้องไปเลือกแบบแยกส่วนแล้วเลื่อนไปหลังๆ หน่อย
3. มีตัวละครและฆาตกรให้เล่นแทบจะเท่ากับเวอร์ชัน PC
ปัจจุบันในเวอร์ชัน PC นั้นมี Killer ทั้งหมด 16 ตัว Survivor 17 ตัว แต่ในเวอร์ชันมือถือนั้นมี Killer 12 ตัว Survivor 14 ตัว ซึ่งถือว่าไม่ห่างกันมากนัก (อย่าลืมว่าตอนพัฒนามือถือมันอยู่ที่เดิม แต่ตอนทำลงคอมมันต้องอัปเดตเรื่อยๆ)
ข้อเสีย
1. กราฟฟิกแตกยับ ไม่ละเอียดเหมือนในคอม
ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า เกมบางเกมนั้น ต่อให้ภาพเหลี่ยมแต่ก็ยังมีความเนียนของกราฟฟิกในเกมอยู่ แต่กับเกมนี้ "แตกคือแตก" จริงจัง สังเกตจากสกรีนช็อตของเราได้เลยหรือจะไปดูจากคลิปด้านบนก็ได้ แถมยังไม่สามารถปรับความละเอียดใดๆ ได้อีกด้วย ลองชั่งใจเอาเองว่า คุณจะรับกราฟฟิกในระดับนี้กับการเล่นในทุกๆ วันได้มั้ย ถ้ารับได้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร
ตัวอย่างภาพในเกมและเมนูตั้งค่าที่ไม่มีเรื่องกราฟฟิกให้เลือกปรับ
โดยผู้เขียนใช้ iPhone 6s ในการทดลองเล่น
2. เวอร์ชันมือถือไม่มีโหมดเล่นกับเพื่อน (Local)
หากใครที่คิดจะตั้งห้องเล่นสังสรรค์กันเองกับเพื่อนๆ นอกสถานที่แล้วล่ะก็ ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะตัวเกมเวอร์ชันมือถือนั้นไม่มีโหมดให้ตั้งห้องเองแต่อย่างใด มีแต่การกดเริ่มเกมเพื่อหาห้องเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Killer หรือฝั่ง Survivor ก็ตาม ต้องไปลุ้นกันเอาเองว่ากดไปแล้วจะเจอกันหรือเปล่า
พอกดเริ่มเกม เวลาจะเริ่มเดินและมีเวลาหาห้องโดยประมาณบอกไว้ด้านล่าง
3. ดูคำอธิบาย Perks ในเกมไม่ได้
เมื่อเราได้ Perks ใหม่ๆ มา (ต่อไปจะเรียกทับศัพท์ว่า เปิร์ค) เราอาจจะมีหลงลืมไปว่า อันนี้มันทำอะไรได้ ใส่มาแล้วได้อะไร ต้องเอาไปใช้คู่กับอันไหน ก็เลยจะวกกลับมาดูคำอธิบายเปิร์คนั้นๆ ในหน้าใส่เปิร์ค แต่กลายเป็นว่า เราไม่สามารถหาคำอธิบายเปิร์คได้เลย (มีให้อ่านรอบเดียวแค่ตอนเลเวลอัพได้มา) ดังนั้น ถ้าใครไม่แม่นเปิร์คอาจจะต้องคอยเปิดหน้าเว็บอธิบายเปิร์ค สแตนด์บายรอไว้ในการเล่นแต่ละแมทช์ด้วย (ถ้าใครขยันเปลี่ยนบ่อยๆ ล่ะก็นะ)
4. ไม่มีภาษาไทยให้เล่น
เนื่องจากใน Steam นั้นยังมีเวอร์ชันภาษาไทยให้เราได้อ่านคำอธิบายต่างๆ ภายในเกมรู้เรื่องกันบ้าง (ถึงแม้จะอ่านขัดๆ อยู่หลายจุด) แต่ในเวอร์ชันมือถือนั้นไม่มีภาษาไทยให้เลือกเปลี่ยนกันแต่อย่างใด ฉะนั้น คงต้องอาศัยความจำและสกิลการแปลภาษากันหน่อยนะจ๊ะ
5. แสงในเกมไม่พอ
จริงอยู่ว่าเป็นเกมแนวสยองขวัญ และในเวอร์ชันคอมก็ไม่ได้สว่างอะไรขนาดนั้น แต่ผู้เขียนก็มีความรู้สึกว่าในตอนเล่นนั้นแสงมันไม่พอจริงๆ คือมันแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าคนล่าอยู่ตรงไหนของแมพ (ทีเวลาแคปออกมาล่ะสว่างเชียว) แถมถ้าไม่ได้ใส่หูฟังแล้วยังเล่นในโทรศัพท์จอเล็กด้วยล่ะก็ มีปัญหากับการสังเกตอย่างแน่นอน (แต่อาจจะขึ้นอยู่กับรุ่นของโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ก็ได้นะ)
วิเคราะห์โดยสรุป
ถ้าใครคาดหวังว่าจะเล่นในมือถือแทนในคอมเพราะมันคล่องตัวกว่า มันอาจจะแทนได้ในแง่ของฟีลลิ่ง แต่มันจะควบคุมไม่ถนัดเหมือนคอมอย่างแน่นอน เวลาย่องใช้วิธีค่อยๆ เลื่อนนิ้วเดินในเกมเอา หรือไม่ก็กดปุ่มนั่งเพื่อให้มันค่อยๆ เคลื่อนที่ไป ซึ่งแตกต่างจากในคอมที่ ปุ่ม WASD ใช้ย่องอยู่แล้ว และกด Shift เพื่อวิ่งซึ่งสะดวกกว่ามาก อีกทั้งระยะเวลาในการรอคอยนั้นนานถึงสามปี แต่กลับได้ภาพที่มีคุณภาพค่อนข้างแย่ถึงแย่มาก จึงถือว่าสอบตกในส่วนของกราฟฟิกอย่างรุนแรง ไม่สมกับที่แฟนๆ คาดหวังและรอคอยเลย
ความเห็นส่วนตัวจากผู้เขียน
จากการที่ได้ทดลองเล่นมาเป็นเวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ค้นพบว่า การบังคับเกมในมุมมองบุคคลที่หนึ่งบนมือถือนั้นถือว่ายากเอาการ ไม่คล่องตัวเหมือนเวลาที่เล่นบนคอมเอาซะเลยตามที่ได้บ่นไปด้านบน แถมส่วนตัวยังมีปัญหาในการจดจำรายละเอียดเปิร์คและไอเท็มต่างๆ ในเกมอีกด้วยต่างหาก เลยทำให้รู้สึกว่ามันเล่นไม่สนุกเท่าไหร่ ขำๆ พอได้ แต่จริงจังคงไม่...
























ความคิดเห็น (3)