หุ่นยนต์ดูดฝุ่น AUTOBOT Smart Mark II ดูดฝุ่นอย่างฉลาด สะอาดทุกมุม
“การทำความสะอาดบ้าน” งานซ้ำจำเจที่ใครหลายคนเบื่อหนาย ไม่อยากทำ ผลัดวันประกันพรุ่งจนมันสกปรกจริงๆ ถึงจะยอมทำ และการทำแต่ละทีก็เหนื้อยเหนื่อย... ใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่และอยากหาทางแก้ไข "หุ่นยนต์ดูดฝุ่นน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลย" ช่วยทำความสะอาดบ้านให้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องมาทำเองทุกวัน แถมยังสะอาดอีกด้วย
ในวันนี้เราจะมาแนะนำหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอีกหนึ่งรุ่นจากค่าย AUTOBOT ในรุ่น Smart Mark II (สมาร์ท มาร์ค ทู) ที่มีจุดเด่นด้านการ “ดูดฝุ่นและถูพื้นในเวลาเดียวกัน" พร้อมกับ “ระบบเข็มทิศนำทาง Gyro ที่ใช้ทำ G-Mapping" ช่วยให้เดินดูดฝุ่นแบบไม่หลงทาง ไม่เดินซ้ำที่เดิม นอกจากนี้แล้วยัง "เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมการทำงาน" เช่น การตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้า และเปลี่ยนรูปแบบการทำความสะอาด และอีกหลายอย่าง แต่จะมีอะไรบ้าง มาดูในบทความนี้ได้เลย
- Roborock Q Revo หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวจบ จะจบจริงมั้ย ถ้าปล่อยให้ดูแลบ้านเอง ?
- Roborock S8 Pro Ultra หุ่นยนต์ดูดฝุ่นขัดพื้นตัวท็อป พร้อมแท่นชาร์จ RockDock™ Ultra ดูแลเครื่องให้หมด
- Dreame Bot L10s Ultra VS Roborock S7 MaxV Ultra หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น แท่นชาร์จ All-in-1 ซื้อตัวไหนดี ?
- Dreame Bot L10s Ultra หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น ที่สามารถเทขยะ ซักผ้าถูให้อัตโนมัติ ตัวจบสำหรับคนขี้เกียจ
- ROIDMI EVE Plus หุ่นยนต์ดูดฝุ่นสุดอัจฉริยะ จาก Xiaomi มีระบบฟอกอากาศ ขจัดกลิ่นขยะ และฆ่าเชื้อในตัว
วิดีโอรีวิวของ AUTOBOT Smart Mark II
"จุดเด่น และ จุดสังเกต"
เราจะเริ่มรีวิวกันที่จุดเด่นและจุดสังเกตกันก่อน แล้วค่อยไปดูรายละเอียดยิบย่อยอีกที
จุดเด่น
| จุดสังเกต
|
สเปกของ AUTOBOT Smart Mark II
-
ขนาดกว้าง x ยาว x หนา : 34.5 x 34.5 x 8 ซม.
-
น้ำหนักเครื่อง : 3 กิโลกรัม
-
แรงดูด : 1,200PA
-
การเดินทำความสะอาด : G-Mapping (ระบบเข็มทิศ)
-
ระดับเสียงรบกวนจากการทำงานของเครื่อง : 60 dB
-
ความจุถังเก็บฝุ่น : 450 มิลลิลิตร
-
ความจุถังน้ำ : 270 มิลลิลิตร
-
ประเภทไส้กรอง : HEPA
-
ตั้งเวลาทำความสะอาด : ทำได้
-
ความจุแบตเตอรี่ : 2,250mAh
-
ระยะเวลาชาร์จแบต : 90 นาที
-
สั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน : รองรับทั้ง iOS และ Android
รูปร่างหน้าตาของ AUTOBOT Smart Mark II
AUTOBOT Smart Mark II มาพร้อมกับสีขาวด้าน สลับกับสีดำ ด้านหน้ามีเซ็นเซอร์กันชน (ภายในแถบสีดำ) และบัมเปอร์ (Bumper) กันกระแทก
ด้านบนตัวเครื่องมี ปุ่มเปิด-ปิด ไฟแสดงสถานะการทำงาน โลโก้ และชื่อรุ่น
ด้านใต้เครื่อง AUTOBOT Smart Mark II แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนหน้าเป็นระบบดูดฝุ่น ประกอบไปด้วยแปรงกวาดฝุ่นซ้ายและขวา มีล้อเล็กๆ และแถบขั้วชาร์จแบตฯ อยู่ทางด้านหน้าสุด และเซ็นเซอร์กันตก 4 จุด
ตรงกลางเป็นช่องดูดฝุ่นพร้อมกับแปรงกวาดฝุ่น ที่ทำงานร่วมกับระบบลมดูดฝุ่นที่มีความแรง 1,200PA ที่ดูดฝุ่นชิ้นใหญ่ๆ อย่างทิชชู่
ตรงขอบรอบๆ มีเซ็นเซอร์จับความสูงของพื้นกระจายอยู่ 4 จุด ป้องกันการเดินตกพื้นต่างระดับ เช่น บันได เป็นต้น
ส่วนท้ายเป็นถังเก็บฝุ่น / ถังเก็บน้ำ และมอเตอร์ดูดฝุ่น ในส่วนนี้สามารถถอดออกมาเทฝุ่นทิ้งและเติมน้ำได้

วิธีถอดถังเก็บฝุ่น / ถังเก็บน้ำสะดวกสบายมากๆ อันนี้ตัวผู้เขียนชอบมากจริงๆ เพราะว่าแค่บีบตรงท้ายเครื่อง จากนั้นก็ดึงทั้งหมดออกมาได้เลย คล้ายยกับการเปิดลิ้นชักโต๊ะ แถมไม่ต้องหงายเครื่องขึ้นเหมือนรุ่นอื่นๆ อีกด้วย
ในส่วนของ "ถังเก็บฝุ่นและถังเก็บน้ำจะอยู่ในตัวเดียวกัน" โดยด้านบนจะเป็นถังเก็บน้ำ และด้านล่างเป็นถังเก็บฝุ่น มีข้อดีอย่างคือเวลาถอดมาเติมน้ำหรือเทฝุ่นก็ทำได้สะดวกสบาย

แต่มีข้อสังเกตเล็กน้อย เรื่องการกะน้ำเวลาเติม มันกะยากมากๆ เพราะว่าตัวถังเป็นแบบใสทำให้มองไม่ค่อยเห็นระดับน้ำ และเวลาเติมน้ำก็ต้องระวังๆ หน่อย ห้ามเปิดน้ำแรงๆ เพราะมันจะล้นไปโดนมอเตอร์ดูดฝุ่นที่อยู่ทางด้านหลัง

สำหรับการเทฝุ่นทิ้งจากตัวถังก็ไม่ลำบากแค่งัดตัวล็อกที่อยู่ด้านข้างและก็เปิดเทได้เลย
ด้านรูปร่างหน้าตาโดยสรุปคือ มันดูเรียบร้อย ดูธรรมดาๆ ไม่ได้หวือหวาหรือสวยงามมากนัก แต่มันก็มีจุดที่ผู้เขียนชอบก็คือตัวถังเก็บฝุ่นที่ดึงออกจากทางด้านท้ายได้เลย
ลักษณะการทำงาน
อย่างที่บอกไปข้างต้น AUTOBOT Smart Mark II สามารถทำความสะอาด 2 รูปแบบได้ในเวลาเดียวกัน ก็คือ ดูดฝุ่น และ ถูพื้น ด้านวิธีเปิดเครื่องก็ไม่ยากนัก แค่กดปุ่มเปิดเครื่องที่อยู่ด้านบน ตัวเครื่องก็จะเริ่มทำงานทันที
"การดูดฝุ่น"
รูปแบบการดูดฝุ่นของ AUTOBOT Smart Mark II เป็นระบบไฮบริด (Hybrid) ที่ใช้การกวาดและแรงลมในการดูด ขั้นตอนการทำงานจะเริ่มจากแปรงกวาดทั้งสองข้าง กวาดฝุ่นเข้ามารวมกันตรงกลาง และจะมีแปรงกวาดอีกตัวยกฝุ่นขึ้นจากพื้น แล้วค่อยดูดฝุ่นด้วยแรงลม 1,200PA มันมีกำลังมากพอที่จะ ดูดเส้นผม ขนสัตว์ ไยสังเคราะห์ ได้สบายๆ
เมื่อฝุ่นถูกดูด จะเข้าไปเก็บอยู่ในถังเก็บฝุ่นขนาด 450ml และฝุ่นผงชิ้นเล็กๆ จะถูกกรองอีกชั้นด้วยฟิลเตอร์ HEPA โดยสิ่งที่ออกมาทางท้ายเครื่องจะเป็นลมเปล่าๆ ที่ไร้ฝุ่น
การถอดแยกส่วนฟิลเตอร์ก็ทำได้ง่ายมาก แค่ดึงออกมาได้เลย ตัวฟิลเตอร์ก็ถอดออกมาเคาะฝุ่นทิ้งได้ แต่ห้ามเอาไปล้างน้ำ เพราะจะทำให้ฟิลเตอร์เสื่อม
"การถูเปียก"
นอกจากนี้แล้ว AUTOBOT Smart Mark II ยังถูเช็ดพื้นด้วยผ้าเปียก ที่อยู่ทางด้านหลังตัวเครื่อง การถูพื้นซ้ำจะช่วยเก็บฝุ่นได้ดีขึ้น เพราะฝุ่นที่เหลือจากการดูดจะเข้าไปติดอยู่ที่ผ้าถู ทำให้พื้นสะอาดมากกว่าการดูดเพียงอย่างเดียว สำหรับรูปแบบการถูเช็ดพื้นไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ใช้น้ำหนักของตัวเครื่องกดผ้าเช็ดพื้นหมาดๆ อยู่ตลอดเวลา จากนั้นตัวเครื่องก็เดินเช็ดไปเรื่อยๆ
โดยถังเก็บน้ำที่จุน้ำได้ 270ml จะค่อยๆ หยดน้ำลงผ้าเรื่อยๆ ทำให้ผ้าหมาดอยู่ตลอดเวลา วิธีเติมน้ำก็ไม่ยาก แค่ดึงจุกยางออกมาและก็เติมน้ำจากนั้นก็ปิดเข้าที่เดิม
รูปแบบการเดินทำความสะอาด
AUTOBOT Smart Mark II มีรูปแบบการทำความสะอาดอยู่แบบเดียว คือเดินหน้าและเลี้ยวตามเข็มนาฬิกา (เลี้ยวขวาอย่างเดียว) และด้วยเซ็นเซอร์ระบบเข็มทิศนำทาง Gyro และ G-Mapping ทำให้ตัวหุ่นเดินทำความสะอาดได้อย่างเรียบร้อย ไม่เดินสะเปะสะปะ ไม่เดินทำความสะอาดซ้ำซ้อน

การเดินทำความสะอาดจะเริ่มเป็นเส้นตรงและเลี้ยวไปทางขวาตลอด และเมื่อตัวหุ่นยนเดินจนครบแล้วหรือแบตฯ ใกล้หมดมันก็จะทำการสแกนหาแท่นชาร์จและเดินกลับมาแบบอัตโนมัติ
เป็นปกติที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะเดินชนเข้ากับขาโต๊ะหรือขอบมุมต่างๆ หลายคนเป็นกังวลว่ามันจะทำให้เฟอร์นิเจอร์เป็นรอย แต่สำหรับเจ้าตัวนี้ไม่ต้องกลัวเพราะว่ามันมีบัมเปอร์ (Bumper) นิ่มๆ ที่ช่วยรับแรงกระแทก

และสำหรับพื้นที่ต่างระดับ อย่าง ขอบบันได ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่ามันจะเดินตกลงไปแต่อย่างใด นั่นเพราะมันมีเซ็นเซอร์กันตกจำนวน 4 จุดที่กระจายอยู่รอบๆ ตัวเครื่อง ทำให้มันสามารถเดินถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าในกรณีที่มีพรมเช็ดเท้าแล้วส่วนปลายยืนออกไป อาจะทำให้ตัวหุ่นเข้าใจผิดว่าเป็นส่วนของพื้นจนเดินตกไปก็เป็นได้ เพื่อป้องกันกรณีนี้ ควรวางพรมเช็ดเท้าให้ห่างจากพื้นที่ต่างระดับมากที่สุด
| |
|
พูดถึงเรื่องพรมเช็ดเท้า สำหรับเจ้าตัวนี้ก็มีจุดสังเกตอยู่อีกข้อคือ หากใส่ผ้าถูพื้นเข้าไป ตัวหุ่นจะเดินผ่านพรมเช็ดเท้าไม่ได้ ดังตัวอย่างที่เห็นด้านบน นั่นก็เพราะว่าผ้าถูมันถูกกดติดพื้นทำให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้นเวลาผ่านพรม ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนของหุ่นยนต์ไม่พอที่จะเดินผ่าน แนะนำให้เก็บขึ้นก่อนทำความสะอาดหรือวางไว้ในจุดที่หุ่นไม่ได้เดินผ่าน
ระยะเวลาในการทำงาน
ตัวหุ่นยนต์ AUTOBOT Smart Mark II มีแบตฯ ขนาด 2,250 mAh ที่ทางแบรนด์บอกว่าใช้งานได้ 100 ตร.ม. และใช้งานต่อเนื่อง 90-120 นาที แต่จากที่ได้ทดลองใช้ทำความสะอาดห้องขนาด 6x4 เมตร หรือ 24 ตร.ม ซึ่งกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากแบตฯ เต็มๆ ลดลงเหลืออยู่แค่ครึ่งเดียว ก็ถือว่าทำงานได้ตามสเปกที่บอกเลย และยังมีฟีเจอร์เดินกลับแท่นชาร์จเองด้วยเวลาแบตใกล้หมด ทำให้หมดกังวลได้เลยว่ามันจะไปนอนค้างอยู่ที่ไหน
การสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน
AUTOBOT Smart Mark II สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ได้อย่างสะดวกสบาย โดยตัวแอปฯ มีชื่อว่า Smart Life มีให้โหลดทั้ง iOS และ Android

ภายในตัวแอปฯ ต้องสมัครสมาชิก แล้วเชื่อมหุ่นยนต์เข้ากับ Wi-Fi ถึงจะเริ่มสั่งงานผ่านมือถือได้ โดยในหน้าหลักไม่มีอะไรซับซ้อน มีปุ่มควบคุมและปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ เวลาจะสั่งทำงานก็กดปุ่ม Smart / Wallfollow / Spiral ได้เลย หรือถ้าต้องพักก็กดปุ่ม Pause (ตรงกลาง) ซึ่งข้างๆ จะล้อมรอบไปด้วยแผงควบคุมที่ใช้บังคับมือได้ เราสามารถบังคับหุ่นให้เดินไปยังจุดที่ต้องการได้ หรือถ้าเบื่อๆ ก็เอามานั่งบังคับเล่นเหมือนรถบังคับได้นะ (ล้อเล่นนะครับ)

และถ้าต้องการให้หุ่นเดินกลับไปชาร์จแบตฯ ก็ง่ายมาก เพียงแค่กดปุ่ม Chargego แล้วตัวหุ่นจะหยุดทำงานพร้อมกับสแกนหาตัวแท่นชาร์จ จากนั้นก็จะเดินดิ่งเข้าไปเลย โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งเลย

นอกจากการเดินดูดฝุ่นแบบธรรมดาตามเข็มนาฬิกาแล้ว เรายังสั่งให้ดูดฝุ่นด้วยการเดินรูปแบบพิเศษอย่างการเดินเป็นวงกลมก้นหอย (Spiral) ได้อีก หรือจะให้เดินดูดฝุ่นเฉพาะขอบห้องก็ได้โดยใช้ "Wallfollow" รวมถึงการบังคับมือแบบ Manual ด้วย ถือว่าเดินทำความสะอาดได้ครบเครื่องพอตัวเลย

สำหรับสั่งเริ่มทำความสะอาดก็ไม่ต้องถ่อสังขารเดินไปกดเปิดเองให้เสียเวลา นั่นก็เพราะ "มันตั้งเวลาทำงานล่วงหน้าได้" จะตั้งให้ทำทุกกี่โมง ทำเฉพาะวันไหนก็ไม่มีปัญหา เรียกได้ว่าตั้งค่าตอนแรกทีเดียวแล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมันอีกเลย ปล่อยให้มันทำงายอัตโนมัติเอง จะมีอย่างเดียวที่ต้องทำคือเอาถังเก็บฝุ่นไปเททิ้งและเติมน้ำเท่านั้น
บทสรุป AUTOBOT Smart Mark II
สำหรับคนที่ไม่ค่อยทำความสะอาดบ้าน และต้องการหาตัวช่วยมาทำแทน AUTOBOT Smart Mark II ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว ไว้ใจให้ทำความสะอาดแทนเราได้ในระดับหนึ่งเลย เรียกง่ายๆ ว่าปล่อยให้มันเดินทำความสะอาดเอง ถึงเวลา 2-3 วันค่อยเอาถังเก็บฝุ่นไปเททิ้ง หรือถ้าบ้านใครฝุ่นเยอะก็เททุกๆ วันก็ได้เพื่อให้ตัวหุ่นดูดฝุ่นได้ดีมากขึ้น สำหรับการใช้งานก็ง่ายมากๆ สั่งงานและควบคุมทุกๆ อย่างได้ผ่านมือถือสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลตเลย จะสั่งจากที่ไหนก็ได้ สะดวกสบายสุดๆ








ความคิดเห็น (0)