Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงจอไร้ติ่ง กล้องป๊อปอัพ ความสามารถรอบด้าน
เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ Vivo V15 Pro (ที่มาพร้อม Vivo V15) สมาร์ทโฟนเรือธงของแบรนด์ Vivo ในปีนี้ ที่เป็นรุ่นต่อมาจาก Vivo V11 ซึ่งในรุ่นนี้ มีความพิเศษตรงที่ การนำดีไซน์กล้องหน้าแบบป๊อปอัพจาก Vivo NEX มาใช้ ทำให้การออกแบบหน้าจอของ Vivo V15 Pro ไม่มีรอยบากให้เห็นเหมือนกับสมาร์ทโฟนอื่นๆ ในตลาดตอนนี้ ที่ต้องมีรอยบากบนหน้าจอเพื่อติดตั้งกล้องหน้า โดยทาง Vivo เรียกดีไซน์หน้าจอใหม่นี้ว่า Ultra FullView Display ซึ่ง Vivo V15 Pro นี้ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปชมพรีวิวกันได้เลย
- Vivo V17 กล้องหน้าโหด 32MP กล้องหลังแจ่ม 48+8+2+2MP แบตฯ อึด 4,500 mAh
- Vivo NEX 3 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด จอขอบบางไร้ปุ่ม
- สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ Vivo V17 Pro ที่มีแบมแบมและมาร์ค GOT7 เป็นพรีเซนเตอร์!
- เปรียบเทียบ Vivo V11 และ V11i เลือกรุ่นไหนดี?
- Vivo V7+ เซลฟี่สมาร์ทโฟน กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล จอภาพไร้ขอบ ในราคาแค่ 11,990 บาท
สเปกเบื้องต้นของ Vivo V15 Pro
- หน้าจอ
- ดีไซน์หน้าจอ Ultra FullView Display
- อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9
- ขนาด 6.39 นิ้ว
- ชนิดจอ Super AMOLED
- ขอบจอโค้ง 2.5D
- ฮาร์ดแวร์
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675 AIE Octa-core
- หน่วยความจำสำรอง (RAM) 6GB
- หน่วยความจำเครื่อง (ROM) 128GB
- รองรับ microSD Card สูงสุดที่ 256GB
- แบตเตอรี่ 3,700 mAh (รองรับชาร์จด่วน Dual-Engine Fast Charging)
- ระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอ 5th Generation In-Display Fingerprint Scanning
- ระบบปฏิบัติการ
- Funtouch OS 9.0
- Android Pie 9.0
- กล้อง
- กล้องหน้าป๊อปอัพ 32 ล้านพิกเซล
- กล้องหลัง 3 เลนส์
- ระยะปกติ 48 ล้านพิกเซล
- มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล
- กล้อง Depth Camera 5 ล้านพิกเซล
- ตัวเครื่อง
- ขนาด 157.25 x 74.71 x 8.21 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 185 กรัม
| ข้อดี
| ข้อสังเกต
|
หน้าจอ Ultra FullView Display
สำหรับใครที่รู้สึกไม่ถูกชะตากับรอยบากบนหน้าจอที่เกิดขึ้นใน 1-2 ปีนี้ Vivo V15 Pro ได้กำจัดทิ้งแล้ว ด้วยการเปลี่ยนไปใช้กล้องแบบป๊อปอัพ ทำให้ไม่ต้องมีรอยบากไว้ติดตั้งกล้อง แสดงผลต่างๆ ได้เต็มหน้าจอมากขึ้นด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9
กล้องหน้าป๊อปอัพ 32 ล้านพิกเซล
Vivo V15 Pro ใช้กล้องหน้าป๊อปอัพที่เพิ่มความละเอียดเป็น 32 ล้านพิกเซล โดยตัวกล้องจะเลื่อนขึ้นมาให้ใช้งานอัตโนมัติ เมื่อเราเปิดใช้งานแอปฯ กล้องหน้า หรือปลดล๊อคหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า ซึ่งทาง Vivo เคลมไว้ว่ากล้องป๊อปอัพนี้ สามารถใช้งานได้ถึง 300,000 ครั้ง ถ้าใช้งานตกวันละ 100 ครั้ง กล้องก็มีอายุการใช้งานถึง 8 ปีเลยทีเดียว
เทคโนโลยีสแกนนิ้วบนหน้าจอ
เทคโนโลยีสแกนนิ้วบนหน้าจอ ใช้กระจกเลนส์ถึึง 3 ชั้น และเป็นเทคโนโลยี In-Display Fingerprint Scanning รุ่นที่ 5 ล่าสุด ส่งผลให้การสแกนนิ้ว ทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ
เทคโนโลยี AI กับการใช้งานกล้อง
นอกจากกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลแล้ว Vivo V15 Pro ยังมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 เลนส์ที่มีทั้งเลนส์มุมกว้าง และเลนส์ความละเอียดที่สูงถึง 48 ล้านพิกเซลให้ใช้งาน แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการถ่ายภาพได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ซึ่ง AI กับการถ่ายภาพที่น่าสนใจ มีดังนี้
- AI Face Beauty
เป็นโหมดบิวตี้ที่มีความแตกต่างจากมือถืออื่นๆ ในท้องตลาด เพราะว่า โหมดบิวตี้ของทาง Vivo สามารถแยกเพศชาย หญิง ของผู้ถ่ายและจัดการความบิวตี้ให้เหมาะสมกับเพศได้ - AI Portrait Framing
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คนที่จัดองค์ประกอบภาพไม่เก่ง สามารถถ่ายรูปให้ได้องค์ประกอบสวยๆ ได้ด้วยระบบ AI ที่วิเคราะห์ฉากที่เราถ่าย และจัดองค์ประกอบการถ่ายภาพบุคคลให้
- AI Super Night Mode
โหมดถ่ายภาพกลางคืนที่ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ดีขึ้น เก็บภาพหลายๆ ชอตมารวมกัน ให้ได้ภาพกลางคืนที่สว่างคมชัด โดยไม่ต้องง้อขาตั้งกล้อง
- AI Body Shaping
โหมด AI ที่ฮือฮาที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ที่นอกจากเราจะสามารถปรับโครงหน้าของนางแบบได้แล้ว ในรุ่นนี้ สามารถปรับแต่งหุ่นของแบบได้ตั้งแต่ก่อนถ่ายรูปเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าจะถ่ายแล้วอ้วนอีกต่อไป
- AI Album Framing
อีกหนึ่ง AI ที่ช่วยในการจัดองค์ประกอบภาพของรูปบนเครื่องให้สวยงามสมบูรณ์แบบมากขึ้น
Game Mode 5.0 และ Dual Turbo
สำหรับสายเกมเมอร์ Vivo V15 Pro นอกจากจะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 675 AIE แล้ว ยังมี Game Mode เวอร์ชันใหม่ ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรของมือถือ รวมทั้ง UI ต่างๆ ให้สามารถเล่นเกมส์ได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีใหม่ Dual Turbo ที่ทำให้เกมส์รันได้อย่างไหลลื่นมากขึ้น ที่ทาง Vivo บอกว่าลดปัญหาภาพกระตุกได้มากถึง 300% ด้วยกัน
ความแตกต่างระหว่าง Vivo V15 Pro กับ Vivo V15
สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือก Vivo V15 Pro หรือ Vivo V15 ดี เราขอสรุปสิ่งที่ Vivo V15 มีความแตกต่างอะไรบ้างจากรุ่น V15 Pro ดังนี้
- ใช้เทคโนโลยีสแกนนิ้วกับเซ็นเซอร์ด้านหลังตัวเครื่องแทน ไม่มีสแกนนิ้วบนหน้าจอให้ใช้
- ใช้ชิปเซ็ต MTK P70 แทน Qualcomm Snapdragon ซึ่ง Snapdragon มีความโดดเด่นด้านกราฟฟิกมากกว่า
- กล้องหลังความละเอียดสูงสุด 24 ล้านพิกเซล ต่างจากรุ่น Pro ที่ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่จุมากกว่าที่ 4,000 mAh Vivo V15 มีแบตฯ มากกว่ารุ่น V15 Pro อยู่ถึง 300 mAh
- รุ่นสีแดงใช้ชื่อว่า Glamour Red มีสีเข้มกว่า Coral Red ของรุ่น Pro
- ราคาถูกกว่า 4,000 บาท โดย V15 ขายที่ราคา 10,990 บาท ส่วน V15 Pro ขายที่ราคา 14,990 บาท
- Vivo V15 ขายทีหลัง ต้องอดใจรอท้ายเดือนมีนาคมถึงจะเริ่มจับจองเป็นเจ้าของได้
และทั้งหมดนี้ก็คือพรีวิวของ Vivo V15 Pro ที่เราได้ไปสัมผัสมาในงานเปิดตัวนะครับ สำหรับใครที่สนใจจะเป็นเจ้าของ Vivo V15 Pro ก็สามารถทำการพรีออเดอร์กับร้านค้าชั้นนำต่างๆ ได้ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2562 โดย Vivo V15 Pro จะจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 9 มีนาคม 2562 ส่วนใครที่สนใจรุ่น V15 ก็สามารถพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 16 - 27 มีนาคม 2562 และ Vivo V15 จะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 28 มีนาคม 2562 นี้





ความคิดเห็น (0)