9 Applications ตัดต่อวิดีโอน่าใช้ ต้อนรับปี 2019
ใกล้ถึงปีใหม่แล้ว ใครหลายคนคงวางแผนหรือกำลังเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้กันอยู่ใช่ไหมเอ่ย และเวลาที่เจอวิวสวยๆ หรือช่วงเวลาดีๆ คงจะไม่พลาดหยิบสมาร์ทโฟนคู่ใจขึ้นมาถ่ายแล้วอัพขึ้นโซเชียลมีเดียชิลๆ แต่ถ้าอยากให้วิดีโอดูเก๋ๆ ก็คงจะต้องใช้การตัดต่อเพิ่มเอฟเฟค หรือเสียงดนตรีเข้าไป เพื่อให้วิดีโอดูมีความน่าสนใจมากขึ้น บางคนก็คงมีแอปฯ ตัดต่ออยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้แอปฯ อะไรดี
เห็นแบบนี้ เราก็เลยจะมา "แนะนำ 9 แอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอน่าใช้ สำหรับมือถือ Android และ iOS" ที่จะเปลี่ยนวิดีโอธรรมดาๆ ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น แต่จะมีแอปฯ อะไรบ้างนั้น ลองมาดูกันเลย
- Tauri คืออะไร ? รู้จักเฟรมเวิร์กพัฒนา App ที่เบา รวดเร็ว และปลอดภัย
- Electron Framework คืออะไร ? รู้จักเฟรมเวิร์กที่สร้าง แอปเดสก์ท็อปด้วยเทคโนโลยีเว็บ
- วิธีจับภาพหน้าจอเว็บเพจ แบบทั้งหน้ายาว ๆ บนสมาร์ทโฟน iOS และ Android
- โปรโตคอล QUIC คืออะไร ? รู้จักการรับส่งข้อมูลแบบใหม่ และต่างจากเดิมอย่างไร ?
- Portable Application คืออะไร ? รู้จักแอปพลิเคชันแบบพกพา ที่จะไปกับคุณได้ทุกที่
1. iMovie (iOS)
แอปฯ ตัดต่อวิดีโอ iMovie มาพร้อมกับระบบ iOS ที่ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว มีฟีเจอร์แน่นๆ ทั้งตัวตัด-ต่อ, ปรับความเร็ว-ช้า, ปรับเสียง, ใส่สีเพิ่มฟิลเตอร์, ใส่ตัวอักษร, ใส่เอฟเฟค และใส่เสียงดนตรีประกอบได้ โดยการสร้างมีอยู่ 2 รูปแบบ คือแบบมูฟวี่ (Movie) สำหรับงานวิดีโอแบบยาวๆ และแบบเทรลเลอร์ (Trailer) สำหรับวิดีโอสั้นๆ ตัวแอปฯ ใช้งานฟรีและวิดีโอที่ได้ไม่ติดลายน้ำอีกด้วย
จุดเด่น : ใช้ง่าย, เครื่องมือพื้นฐานครบ, ใช้งานฟรี
2. Quik by GoPro (Android / iOS)
Quik แอปฯ ตัดต่อวิดีโอบนมือถือ จากค่ายกล้องแอคชั่นแคม GoPro ที่ชูจุดเด่นเรื่องวิธีใช้งานง่าย พร้อมกับมีฟีเจอร์หลากหลายที่คอยอำนวยความสะดวกในการสร้างคอนเทนต์วิดีโอ มีเครื่องมือตั้งแต่ ตัดต่อ ใส่สี เพิ่มฟิลเตอร์ เพิ่มเอฟเฟค ใส่ตัวอักษร รวมถึงการสร้างวิดีโอไฮไลท์ (Highlight) ที่เราสามารถเลือกเฉพาะบางช่วงจากวิดีโอยาวๆ แล้วให้ระบบตัดต่อจนเหลือสั้นๆ ได้แบบง่ายๆ นอกจากนี้ยังเลือกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่ลายน้ำ ในตอนท้ายของวิดีโออีกด้วย
- จุดเด่น : ใช้ง่าย, ฟีเจอร์ตัดต่อพื้นฐานครบ, ตัดวิดีโอแบบ Highlight ได้, เลือกใส่หรือไม่ใส่ลายน้ำได้
3. FilmoraGo (Android / iOS)
FilmoraGo แอปฯ ตัดต่อที่มีฟีเจอร์หลากหลาย มีเครื่องไม้เครื่องมือให้ใช้เพียงพอกับงานตัดต่อวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็น ระบบตัดต่อ ปรับแต่งสี ปรับความสว่าง ใส่เอฟเฟค ใส่ตัวอักษร ใส่เสียงเพลง รวมถึงสามารถแก้ไขไฟล์เสียงได้ในตัว และมีธีมสำเร็จรูป (Theme) ให้เลือกเอาไปปรับแต่งเพิ่มเติม นอกจากนี้แล้วยังสร้างวิดีโอจากรูปถ่ายหลายๆ รูปได้อีกด้วยนะ
- จุดเด่น : ฟีเจอร์ครบ, ตัดต่อวิดีโอและแก้ไขเสียงได้ในตัว, แชร์วิดีโอลงโซเชียลมีเดียได้ทันที, ใช้งานฟรี (มีลายน้ำ)
4.InShot (Android / iOS)
InShot แอปฯ 2-in-1 ที่ตัดต่อวิดีโอ และเรียงรูปภาพได้ในตัวเดียว จุดเด่นคือฟีเจอร์พื้นฐานครบ หน้าตาเรียบๆ ดูเข้าใจง่าย วิธีใช้ไม่ซับซ้อน รองรับการทำคอนเทนต์วิดีโอลง Youtube, IG และ tik-tok ถือเป็นแอปฯ ตัดต่อฟรีที่ดีตัวหนึ่งเลย แต่เวลาเซฟวิดีโอจะติดลายน้ำ และมีโฆษณาโผล่มาเป็นระยะๆ อาจจะมีกวนใจบ้าง
- จุดเด่น : ตัดต่อวิดีโอลง Youtube, IG และ tik-tok ได้, ใช้เรียงรูปภาพได้, ใช้งานฟรี (มีลายน้ำ)
5. VivaVideo (Android / iOS)
VivaVideo แอปฯ ตัดต่อที่มีหน้าเมนูเป็นภาษาไทย ดูใช้ง่าย ใส่เอฟเฟคและฟิลเตอร์ได้หลากหลาย ทั้งหิมะตก ฝนตก ฟ้าผ่า ฯลฯ และมีธีม (Theme) ให้เลือกใช้ค่อนข้างเยอะเลย ส่วนฟีเจอร์พื้นฐานก็เพียงพอต่อการใช้สร้างวิดีโอ นอกจากนี้ยังใช้สร้างวิดีโอสไลด์โชว์ (Slideshow) ได้อีกด้วย แต่สำหรับเวอร์ชันฟรี เวลาเซฟวิดีโอจะติดลายน้ำ และความละเอียดเลือกได้แค่ 480/720p เท่านั้น แถมมีโฆษณาโผล่มาให้เห็นเป็นระยะๆ
- จุดเด่น : รองรับเมนูภาษาไทย, ใช้ตัดต่อวิดีโอสั้นและยาวได้, ใช้สร้างวิดีโอสไลด์โชว์ได้, มีเอฟเฟคและฟิลเตอร์เยอะ, ใช้งานฟรี (มีลายน้ำ)
6. Adobe Premiere Rush CC (iOS)
Adobe Premiere Rush CC แอปฯ ตัดต่อวิดีโอตัวใหม่ของ Adobe ที่มีจุดเด่นเรื่องการใช้งานที่ง่ายมากๆ มีฟีเจอร์ตัดต่อแก้ไขวิดีโอครบเครื่อง ทั้งปรับแสง แต่งสี ใส่ฟิลเตอร์ รวมถึงเอฟเฟค และยังซิงค์ (Sync) วิดีโอและโปรเจกต์ไว้บนคลาวด์ (Cloud) เพื่อทำต่อบนคอมฯ สะดวกสบาย
- จุดเด่น : ใช้งานง่ายเหมาะกับมือใหม่, ตัดต่อวิดีโอได้รวดเร็ว, มีฟีเจอร์ครบเครื่อง, ซิงค์วิดีโอไปตัดต่อบนคอมฯ ได้, ใช้งานฟรี
7. Adobe Premiere Clip (Android / iOS)
Adobe Premiere Clip เป็นแอปฯ เวอร์ชันก่อนหน้าที่จะปล่อย Premiere Rush CC ออกมา เรื่องความสามารถของ Premiere Clip คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นแอปฯ ตัดต่อระดับมืออาชีพที่มีฟีเจอร์ให้ใช้งานครบ จุดเด่นคือระบบซิงค์ (Sync) วิดีโอและโปรเจกต์ กับ Adobe Creative Cloud เพื่อตัดต่อบนคอมฯ ได้แบบง่ายๆ
- จุดเด่น : มีเครื่องมือตัดต่อระดับมืออาชีพ, ปรับแต่งค่าต่างๆ ของวิดีโอได้หลากหลาย, ซิงค์วิดีโอไปตัดต่อบนคอมฯ ได้, ปรับแต่งเสียงได้ในตัว, ใช้งานฟรี
8. KineMaster (Android / iOS)
KineMaster แอปฯ ตัดต่อวิดีโอที่มีฟีเจอร์แน่นๆ ที่ไม่แพ้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนคอมฯ จุดเด่นคือตัดต่อวิดีโอและแก้ไขได้สะดวกสบาย ด้วยระบบแยกเลเยอร์ (Layer) เป็นชั้นๆ ช่วยให้เวลาไม่ชอบตรงไหนก็เลือกแก้ไขเฉพาะเลเยอร์ได้ทันที โดยไม่กระทบกับส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ยังอัดเสียงในตัวและใส่เข้าไปในรายการตัดต่อได้ทันทีเลย
- จุดเด่น : ฟีเจอร์ครบไม่แพ้โปรแกรมตัดต่อบนคอมฯ, ตัดต่อ+แก้ไขสะดวก, หน้าตาใช้งานง่าย, อัดเสียงได้ในตัว, ใช้ฟรี (มีลายน้ำ)
9. VideoShow Video Editor (Android / iOS)
VideoShow Video Editor แอปฯ ตัดต่อวิดีโอที่ชูจุดเด่นเรื่องฟีเจอร์ใช้งานที่หลากหลาย ครอบคลุมเรื่องการตัดต่อวิดีโอ รวมไปถึงการตกแต่งรูปภาพ แน่นอนว่าการใช้งานก็ค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว มีเทมเพลตให้เลือกใช้เยอะ ทั้งฟรีและเสียเงิน อย่างไรก็ดีเจ้าแอปฯ ตัดต่อวิดีโอตัวนี้ มีโฆษณาค่อนข้างเยอะ และวิดีโอที่ได้ก็ติดลายน้ำ แต่ถ้าใครอยากได้วิดีโอแบบไม่มีลายน้ำ ก็ทำได้โดยดาวน์โหลดแอปฯ ที่ตัวโปรแกรมแนะนำมา
- จุดเด่น : ตัดต่อและแต่งรูปได้ในตัว, ใช้งานง่าย, มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือก, ใช้งานฟรี (มีลายน้ำ)
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับแอปฯ ตัดต่อวิดีโอที่ทางเราเอามาแนะนำในปี 2019 นี้ หวังว่ามันจะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกคนนะครับ







ความคิดเห็น (1)