มาทำความรู้จัก Samsung Galaxy S9 เรือธงลำใหม่กันเถอะ
เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ สำหรับสมาร์ทโฟนที่หลายคนรอคอยอย่าง Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ที่มาพร้อมกับคอนเซปส์ "The Camera. Reimagined." (กล้องที่จะมาสร้างสรรค์จินตนาการขึ้นใหม่) การออกแบบตัวเครื่องในภาพรวม ภายนอกแทบจะเหมือนกับ Galaxy S8 แต่ว่าภายในนั้นได้รับการอัดสเปกมาใหม่ ใส่เทคโนโลยีมาเพียบ
- Samsung Galaxy Note10+ โมเดลจอใหญ่ กับ S Pen ลูกเล่นใหม่ดั่งไม้กายสิทธิ์
- Samsung Galaxy A30 | A50 กับทุกสเปกที่ต้องการ ในราคาเบาๆ
- Galaxy S10 | S10+ สมาร์ทโฟนเรือธง 3 กล้องหลังสุดเทพ กับค่าตัวครึ่งแสน
- Samsung Galaxy Note 9 กับ S Pen ใหม่ ที่เป็นได้มากกว่าปากกา
- Samsung Galaxy Note 8 สมาร์ทโฟนเรือธง เด่นด้วย S Pen และกล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล
ดีไซน์
Galaxy S9 และ S9+ มาพร้อมกับหน้าจอ QHD+ 5.8 นิ้ว และ QHD+ 6.2 นิ้ว ตามลำดับ ดีไซน์ของหน้าจอเป็นแบบ Infinity Display เหมือนกับใน Galaxy S8 ตัวหน้าจอรองรับเทคโนโลยี HDR10
ผิวสัมผัสเป็นกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลังเหมือนกับ Galxy S8 วัสดุแบบนี้ ทำให้เครื่องดูสวยหรูมากครับ แต่ก็มีข้อเสียด้านรอยนิ้วมือนี่แหละ ถ้าติดฟิล์มก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรือไม่ก็ต้องใส่เคสไว้นะครับ
อีกจุดหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนก็ คือ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือย้ายจากข้างกล้องมาไว้ด้านล่างแทนละ ซึ่งเราว่ากดง่ายกว่าเดิมเยอะเลย
ลำโพงของ S9 ได้ AKG ค่ายเครื่องเสียงชื่อดังมาทำการปรับแต่งให้ เป็นลำโพงแบบสเตอริโอ ที่ทาง Samsung ระบุว่าเสียงดังกว่าเดิมถึง 40% (เทียบกับ Galaxy S8) และยังมีระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ในตัวด้วย
สเปก
Samsung Galaxy S9 สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 27,900 บาท
- หน้าจอ : 5.8 นิ้ว, Super AMOLED ความละเอียด QHD (2,960 x 1,440) อัตราส่วน 18:5:9
- ชิปเซ็ต : Exynos 9810
- แรม : 4 GB
- หน่วยความจำ : 64 GB (ตัวเครื่อง)
- กล้องหน้า : 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.7
- กล้องหลัง : 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงคู่ F/1.5 และ F/2.5
- แบตเตอรี่ : 3,000 mAh
- ระบบปฏิบัติการ : Android 8.0 (Oreo)
- มีเทคโนโลยีกันน้ำ และฝุ่น IP68
Samsung Galaxy S9+ (Plus) สนนราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 31,900 บาท (64 GB) / 33,900 บาท (128GB) / 37,900 บาท (256 GB)
- หน้าจอ : 6.2 นิ้ว, Super AMOLED ความละเอียด QHD (2,960 x 1,440) อัตราส่วน 18:5:9
- ชิปเซ็ต : Exynos 9810
- แรม : 6 GB
- หน่วยความจำ : 64 GB / 128 GB / 256 GB (ตัวเครื่อง)
- กล้องหน้า : 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/1.7
- กล้องหลัง : Dual Camera 12+12 ล้านพิกเซล กล้องหลักรูรับแสงคู่ F/1.5 และ F/2.5 ส่วนกล้องรองรูรับแสง F/2.4
- แบตเตอรี่ : 3,500 mAh
- ระบบปฏิบัติการ : Android 8.0 (Oreo)
- มีเทคโนโลยีกันน้ำ และฝุ่น IP68
Galaxy S9 ใช้ซีพียูตัวล่าสุดอย่าง Snapdragon 845 แต่สำหรับรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะใช้ Exynos 9810 นะครับ ซึ่งนอกเหนือไปจากความเร็วที่แรงกว่า S8 แล้ว ตัวชิปประมวลผลรูปถ่าย และตัวชิปกราฟฟิก ก็ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย
ตำแหน่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือย้ายจากด้านข้างมาอยู่ทางด้านล่างของกล้อง ส่วนสีมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black (สีดำ), Lilac Purple (สีม่วง) และ Coral Blue (สีฟ้า)
ตัว Galaxy S9 จะมาพร้อมกับแรมขนาด 4GB ส่วน S9+ จะมาพร้อมกับแรมถึง 6GB หน่วยความจำภายในเครื่องมีให้เลือก 64GB/128GB และ 256GB สามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้มากสูงสุดอีก 400GB
สำหรับการเชื่อมต่ออื่นๆ ก็มีครบทั้ง NFC, LTE และ Bluetooth 5.0 ใช้พอร์ต USB-C ในการเชื่อมต่อ และชาร์จแบตเตอรี่ ที่น่าสนใจคือ ทาง Samsung ยังให้ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาเหมือนเดิมด้วยนะครับ ไม่ได้ตัดออกเหมือนกับค่ายอื่นๆ ที่เริ่มตัดทิ้งกันไปแล้ว
ในส่วนของแบตเตอรี่ Galaxy S9 ให้มา 3,000mAh ส่วน S9+ ให้มา 3,500mAh ทั้งคู่มีความจุเท่าเดิมเหมือนกับ Galaxy S8 และ S8+
Exynos 9810 หรือ Snapdragon 845
สำหรับคนที่สงสัยว่า Exynos 9810 กับ Snapdragon 845 ชิปรุ่นไหนแรงกว่ากัน ของอ้างอิงผล Benchmark ของ GeekBench 4 พบว่า Exynos 9810 มีความเร็วต่อคอร์ที่สูงกว่า Snapdragon 845 นะครับ

แต่ความเร็วในการเปิดหน้าเว็บ, แต่งรูป และเล่นเกมส์ ดูเหมือนว่า ทาง Snapdragon 845 จะเร็วกว่านะ อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานจริง ไม่น่าจะแตกต่างกันมากอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะซื้อรุ่นไหนมาก็ตาม








ระบบรักษาความปลอดภัย Biometric authentication
Galaxy S9 ยังคงให้ระบบสแกนลายนิ้วมือมาเหมือนเดิม แต่ในส่วนของระบบสแกนลายม่านตาก็มีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นด้วย สามารถสแกนในที่มืดได้แล้ว
กล้อง
กล้องของ Galaxy S9/S9+ เป็นส่วนที่ได้รับการปรับปรุงมากที่สุด มีสเปกดังนี้
Galaxy S9
- กล้องหลังเลนส์เดี่ยว 12 MP (f/1.5-2.4, 26mm, 1/2.5", 1.4 µm, Dual Pixel PDAF), phase detection autofocus, OIS, LED flash บันทึกวิดีโอได้แบบ 2160p@60fps, 1080p@60fps, 720p@960fps, HDR, dual-video rec.
- กล้องหน้า 8 MP, f/1.7, autofocus, 1440p, dual video call, Auto HDR
Galaxy S9+
- กล้องหลังเลนส์คู่ 12 MP (f/1.5-2.4, 26mm, 1/2.55", 1.4 µm, Dual Pixel PDAF) และ 12MP (f/2.4, 52mm, 1/3.6", 1 µm, AF), OIS, phase detection autofocus, 2x optical zoom, LED flash บันทึกวิดีโอได้แบบ 2160p@60fps, 1080p@60fps, 720p@960fps, HDR, dual-video rec.
- กล้องหน้า 8 MP, f/1.7, autofocus, 1440p, dual video call, Auto HDR
ที่แตกต่างกันก็คือ กล้องหลังของ S9+ จะมีเพิ่มเลนส์เทเลเข้ามา และสามารถ Optical zoom ได้ 2x ด้วย
ตัวอย่างการถ่ายภาพแบบ Super Slow-Mo 960fps
ลูกเล่นของกล้องก็มีหลายอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามานะ อย่างเช่น สามารถแปลภาษา และบอกได้ทันทีว่าสิ่งที่อยู่ในภาพ คือ อะไร หากเป็นสถานที่ก็ระบุได้ว่า มันคือที่ไหน สะดวกมากๆ
อีกลูกเล่นหนึ่งที่เป็นของเล่นใหม่ นั่นก็คือ สติกเกอร์ AR Emoji ด้วยความสามารถของกล้องหน้ารุ่นใหม่ ทำให้สามารถจับความเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น จนสร้างเป็นสติ๊กเกอร์ AR ได้
ความลับในการทำงานของมันอยู่ที่เซ็นเซอร์ของกล้องหน้าตัวใหม่ ที่สามารถวิเคราะห์ใบหน้าได้แล้ว ซึ่งคาดว่ามีการทำงานร่วมกับ Iris Scanner ที่มีอยู่เดิม
อุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมกับ Galaxy S9/S9+
Galaxy S9/S9+ มีเคสแบบทางการให้เลือกหลายแบบทีเดียว มีทั้งเคสแบบ LED View Cover ที่สามารถปกป้องหน้าจอ แต่ยังแสดงผลข้อมูลทะลุฝาพับมาได้ หรืออย่างเคสที่มาขาตั้งกางออกมาเพื่อวางตัวเครื่องแนวตั้งได้ เหมาะแก่การฟังเพลง ดูยูทูป เป็นต้น
เคสนี่ เราได้ไปสัมผัสของจริงมาแล้ว ต้องบอกว่างานเนี๊ยบมาก น่าใช้สุดๆ วัสดุเค้าดูดี เหมาะสมกับ Galaxy S9 มากๆ
แล้วก็ยังมีอุปกรณ์เสริมตัวใหม่ ที่เรียกว่า DeXPad ที่น่าจะมาแทนที่ DeX Station โดยมีการออกแบบใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น และในขณะที่ใช้ เจ้า Samsung Galaxy S9 จะเปลี่ยนตัวเองให้ทำหน้าที่เป็นเสมือน TouchPad ได้ด้วย
ราคา และวันวางจำหน่าย
- Samsung Galaxy S9 ราคา 27,900 บาท
- Samsung Galaxy S9+ ราคา 31,000 บาท (64 GB) / 33,900 บาท (128 GB) / 37,900 บาท (256 GB)
เปิดรับพรีออเดอร์ วันที่ 27 ก.พ. - 5 มี.ค. 2561 ได้ที่ Samsung (ทุกสาขา), dtac, True, Ais และ Lazada
รับเครื่องวันที่ 9-11 มีนาคม 2561 และสำหรับรุ่น 256GB รับเครื่องวันที่ 29-31 มีนาคม 2561
แน่นอนว่า มีเครื่องราคาพิเศษด้วย สำหรับคนที่ซื้อเครื่องแบบติดสัญญา จัดโปรโมชั่นกันทุกค่ายครับ ไม่ว่าจะเป็น AIS, dtac หรือ TrueMove H

































ความคิดเห็น (0)