Wirecast Pro โปรแกรมสตูดิโอสำหรับนักแคส ที่ต้องการผลิตงานระดับมืออาชีพ
รีวิว โปรแกรม Wirecast Pro
| จุดที่เราชอบ
| จุดที่เราไม่ชอบ
|
ในขณะที่สื่อโทรทัศน์กำลังอยู่ในช่วงขาลง สื่อวิดีโอออนไลน์กลับเบ่งบาน เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะมันเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า ไม่มีค่าออกอากาศที่สูงลิบมาปิดโอกาสของคนมีไอเดียแต่ไม่มีเงิน ให้ได้แสดงออก แถมหากทำออกมาดีมีคนชอบ โอกาสสร้างรายได้ก็ตามมา ทำให้มีคนสนใจทำคลิปวิดีโอ การทำรายการไลฟ์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งการทำไลฟ์ ทำรายการออนไลน์ ก็จะนิยมใช้โปรแกรมโปรดักชั่นส์เพื่อให้งานดูมีระดับ และออกแบบงานได้ตามความต้องการ ซึ่งโปรแกรมดังๆ ที่นิยมใช้กัน ก็อย่างเช่น Open Broadcaster Software Studio (OBS), XSplit หรือ Wirecast เป็นต้น แต่ในรีวิวนี้เราจะมาแนะนำ Wirecast Pro 8.0 ครับ
คุณสมบัติเด่นของโปรแกรม Wirecast Pro
- รองรับกล้องและ Inputs (USB, SDI, HDMI) อย่างไม่จำกัดจำนวนการเชื่อมต่อ
- สตรีมหลายช่องทางได้พร้อมกัน เช่น ไลฟ์ Facebook พร้อมกับ YouTube ในเวลาเดียวกัน
- Wirecast Rendezvous ดึงสัญญาณภาพและเสียงจากระยะไกลได้ เช่น จากสมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์อีกเครื่อง
- แทรกภาพ, เสียง และวิดีโอ เข้าไปในเนื้อหา
- ดึงภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์, โปรแกรม, เกมส์ หรือเว็บไซต์
- ทำงานร่วมกับ iOS ได้ผ่าน Wirecast GO ในการดึงวิดีโอจากไอโฟนมาไลฟ์แบบเรียลไทม์
- รองรับ ASIO (Audio Stream Input/Output)
- ดึงภาพจาก IP Camera และ Web stream ได้ (RTMP, MMS, HTTP และ RTSP)
- สร้างงานได้สูงสุดถึง 250 เลเยอร์
- ปรับแต่งเสียงได้อิสระ แยกได้สูงสุด 8 ชาแนล
- ปรับรูปแบบการ Transitions ได้ถึง 23 รูปแบบ
- แสดงข้อมูลความเห็นและดิสเพลย์จาก Social Media ได้
- นับยอดจำนวนคนดูแบบเรียลไทม์ (Facebook, YouTube, Twitch และ Hitbox)
- GPU-accelerated encoding เร่งความเร็วในการเข้ารหัสภาพ (ต้องใช้ Intel หรือ Nvidia GPU)
- มีเป้าหมายอัตโนมัติให้ Periscope/Twitter, Brightcove, Facebook, YouTube, DaCast,
Akamai, Wowza, Microsoft Azure และอื่นๆ - บันทึกไลฟ์ลงเครื่องได้ (MP4,MOV)
สเปกคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ
| ขั้นต่ำ
| แนะนำ
|
การใช้งานโปรแกรม Wirecast Pro 8.0
Wirecast Pro 8.0 เป็นโปรแกรมแบบเสียเงิน (ซื้อกับ THAIWARE คลิก) แต่เราสามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานก่อนได้ โดยเวอร์ชันทดสอบสามารถใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่นเหมือนเวอร์ชันเสียเงิน แต่ในวิดีโอจะมีลายน้ำติดมาด้วยนะครับ
UI (User Interface หน้าตาส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้) ของ Wirecast นั้นเข้าใจง่ายมาก ใครที่เคยใช้พวกโปรแกรม Broadcaster ตัวอื่นๆ มาก่อน อย่างเช่น OBS หรือ Xsplit สามารถเข้าใจวิธีทำงานได้ไม่ยาก เพราะมันก็จะคล้ายๆ กัน
Editor Note :
สำหรับคนที่ไม่เคยใช้โปรแกรมประเภทนี้มาก่อน เราจะอธิบายให้ฟังสั้นๆ คือ ด้านบนจะแสดงผลสิ่งที่คนดูเห็น ในภาพจะเห็นเป็นจอสีดำอยู่ เนื่องจากเรายังไม่ได้เพิ่มเนื้อหาอะไรเข้าไป ในการเพิ่มสื่อจะทำที่บริเวณด้านล่างของโปรแกรมที่เราเห็นเป็น Layer
ซึ่งการแยกเลเยอร์จะช่วยให้เราเลือกสลับสิ่งที่ต้องการเผยแพร่ได้ง่าย รวมถึงเลือกให้เปิดปิดเฉพาะเลเยอร์ได้ด้วย

การทำงานของ Wirecast ใครเคยใช้ Studio mode บน OBS ก่อน ก็จะเข้าใจไม่ยากครับ เลือก Shot ที่ด้านล่าง แล้วกดปุ่ม Go (ปุ่มลูกศร) ภาพที่สตรีมออกไปถึงจะเปลี่ยน (เกิดการ Transition) *การเลือก Shot ด้านล่าง ภาพที่เผยแพร่ออกไปจะยังไม่เปลี่ยนค่า จนกว่าเราจะกด Go" ซึ่งช่วยให้การจัดการกับเบื้องหลังของงานดูเนี้ยบ มีความเป็นมืออาชีพครับ
รูปแบบในการ Transition มีให้เลือกหลายรูปแบบ และปรับความเร็วในการแสดงผลได้ถึง 5 ระดับ เลยล่ะ ละเอียดมาก
การดึง Shot มีตัวเลือกให้ค่อนข้างเยอะ เช่น สามารถดึงจากเว็บไซต์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องแคปเจอร์จากเบราว์เซอร์ ที่น่าสนใจคือ Desktop Presenter ที่ให้อีกคนรีโมทเข้ามาคุมจากระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ตได้
ที่เจ๋ง คือ ใน Shot เราสามารถเลือกให้ดึงภาพจากแหล่ง A และเลือกเสียงจากแหล่ง B ได้ด้วย สะดวกมากๆ
มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้ด้วย ช่วยให้การ Layout ดูมืออาชีพ และง่ายดาย ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบเลยล่ะ
ใน 1 Shot ยังมีเลเยอร์ย่อยอีกด้วย ซึ่งคล้ายกับคุณสมบัติ Scene ใน OBS หรือ Xsplit นั่นเอง ทำให้การจัดการกับงานทำได้ละเอียดมาก

แต่ละเลเยอร์ใน Shot เราสามารถปรับแต่งค่าแยกได้อิสระ อย่างละเอียดมากๆ ทั้งขนาด ค่าความโปร่งใส ความดังเสียง ถือว่าปรับได้ค่อนข้างละเอียดกว่าโปรแกรมอื่นที่เราเคยใช้มา
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ไม่พูดก็น่าเสียดาย นั่นก็คือ การแสดงผลข้อมูลจาก Twitter ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเลือกได้ด้วยว่าจะดึงข้อมูลจากหน้า Home Time, User Timeline, Favorite หรือ Search
การ Output ไปยังมีเดียออนไลน์ ทำได้หลายช่องทาง มีพรีเซตสำเร็จรูปของโซเชียลต่างๆ ไว้ให้มากพอควร อันไหนไม่มีก็เพิ่มเองได้ ในภาพจะเห็นว่าไม่มี Facebook Live แต่เราลองแอดด้วยปุ่มทางซ้ายล่างของภาพ ก็มีให้เลือก Facebook Live นะ แน่นอนว่าเราสามารถบันทึกรายการที่เราสร้างแบบออฟไลน์ไว้ได้ด้วยเช่นกัน
ความเห็นจากไทยแวร์
Wirecast เป็นโปรแกรม Broadcasting ที่มีเครื่องมือให้เราใช้เยอะมาก เป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพใช้งานเลยล่ะ อาจจะดูใช้งานยุ่งยากในเบื้องต้น เนื่องจากมีเครื่องมือค่อนข้างเยอะ แต่ก็เรียนรู้ได้ไม่ยาก สำหรับคนที่ต้องการโปรแกรมที่จัดการงานได้อย่างละเอียดแล้วล่ะก็ Wirecast น่าจะตอบโจทย์อย่างแน่นอน


























ความคิดเห็น (0)