iPhone 7 Plus เครื่องศูนย์ไทย ดีไซน์เหมือนเดิม เพิ่มเติมเทคโนโลยี และการจากไปของช่องหูฟัง
ใครที่กำลังสนใจ iPhone 7 อยู่ ตอนนี้ในไทยก็มีการวางขายอย่างเป็นทางการแล้วรวมถึงทางหน้าเว็บ Apple Online Store ด้วย และตอนนี้ทางไทยแวร์เองก็ได้รับเครื่อง iPhone 7 Plus เครื่องศูนย์ไทยมาแล้ว โดยรุ่นที่วางขายในประเทศไทยจะเป็น Model 1784 นะครับ ใครที่ลังเลอยู่ว่าจะเปลี่ยนมาใช้ดีไหม อ่านรีวิวนี้จบ น่าจะได้รับคำตอบอย่างแน่นอน
- โปรแกรม iMazing โปรแกรมจัดการ iPhone iPad สำรองข้อมูล ย้ายข้อมูล เช็คสุขภาพแบตเตอรี่
- iOS 14 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 14 ได้ที่นี่
- iOS 13 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 13 ได้ที่นี่
- iOS 12 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 12 ได้ที่นี่
- iOS 11 มีอะไรใหม่บ้าง ? อุปกรณ์รุ่นไหนที่รองรับ และ มีกี่เวอร์ชัน ? รู้จักกับ iOS 11 ได้ที่นี่
คุณสมบัติที่น่าสนใจของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
- กันน้ำได้แล้ว มาตรฐาน IP67 สามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที
- กล้องรูรับแสงกว้างขึ้น f/1.8, มี Optical Zoom 2x และมีกล้องคู่ (เฉพาะ iPhone 7 Plus) ที่ทำให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมาก
- ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ
- ปุ่ม Home แบบใหม่ เป็นแบบสัมผัส พร้อม Taptic engine
- ซีพียู A10 ที่ทำให้ iPhone 7 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความเร็วสูงที่สุดในท้องตลาดปัจจุบัน
- หน้าจอ Retina HD แสดงขอบเขตสีได้สมจริงกว่าเดิม มาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในวงการภาพยนตร์
สเปกอย่างละเอียดของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
แกะกล่อง iPhone 7 Plus
ครั้งนี้ Apple มีการเปลี่ยนวัสดุภายในเล็กน้อย ที่กล่องใส่หูฟัง ที่เป็นกระดาษล้วนๆ ไม่มีฝาพลาสติกครอบมาแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการของ Apple ที่ต้องการใช้วัสดุแบบอนุรักษ์ธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
และเนื่องจาก iPhone 7 ได้ตัดเอาช่องเสียบหูฟังออกไปแล้ว ตัวหู Earpod ที่แถมมาในกล่องจึงเป็นแบบหัว Lightning และมีสายอะแดปเตอร์สำหรับแปลงหูฟังธรรมดาให้เป็นหัว Lightning ติดมาด้วยในกล่อง
เรื่องน่าเศร้าอีกอย่าง คือ Apple ยังคงไม่แถมอะแดปเตอร์แบบจ่ายไฟ 2.1A ให้ ยังคงเป็นแบบมาตรฐาน 1A อยู่
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- iPhone 1 เครื่อง
- อะแดปเตอร์ จ่ายไฟ 1A
- สาย Lightning 1 เส้น
- หูฟัง Earpod แบบหัว Lightning 1 เส้น
- เข็มจิ้มถาดซิม
- คู่มือฉบับย่อ
- สติ๊กเกอร์รูป Apple
- อะแดปเตอร์ Lightning to 3.5 มม.
ดีไซน์ของ iPhone 7 Plus
เป็นเรื่องที่เราค่อนข้างผิดหวังที่ iPhone 7 นั้นใช้ดีไซน์เดียวกับ iPhone 6/6s คือถ้าไม่นับลายเส้นเสาอากาศด้านหลังที่เปลี่ยนไป กับรูหูฟังที่หายไป เราคงแยกมันด้วยตาเปล่ายากสักหน่อย เหมือนกันจนเคสบางรุ่นสามารถใส่ร่วมกันได้ด้วยซ้ำ แต่ถึงภายนอกจะคล้ายเดิม แต่ภายในก็เปลี่ยนไปมากนะครับ
ลำโพงเป็นแบบสเตอริโอแล้ว อยู่ที่ด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง ปุ่ม Home กลายเป็นปุ่มแบบสัมผัส ใช้เทคโนโลยี Taptic Engine ในการทำงาน ใช้ครั้งแรก จะรู้สึกแปลกๆ แต่พอชินแล้วก็สะดวกดีครับ
หน้าจอสีสันสดใสกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ภาพจะดูมีความอิ่มสีมากขึ้นอย่างชัดเจน
กล้องหลังของ iPhone 7 Plus จะเป็นเลนส์คู่ โดยตัวหนึ่งเป็นเลนส์มุมกว้างระยะ 28 มม. f/1.8 พร้อมระบบกันสั่น OIS และอีกเลนส์จะเป็นเทเลโฟโต้ ระยะ f/2.8 มีลูกเล่นซูมออปติคอล 2 เท่า ไฟ LED 4 ดวง แบบ Dual tone
ด้านล่างของตัวเครื่อง รูเสียบหูฟังหายไปแล้ว แต่ว่าเครื่องไม่ได้บางลงนะครับ ยังมีความบางเท่าเดิม แต่ที่ได้ตอบแทนจากการเสียสละรูหูฟังไป คือ พื้นที่สำหรับใส่วงจรให้ปุ่ม Home แบบสัมผัสนั่นเอง
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง iPhone 7 Plus
ทั้งนี้เฟิร์มแวร์ของกล้อง iPhone 7 นั้นยังไม่สมบูรณ์นะครับ ยังขาด Portrait Mode ที่ทำให้เราถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ โดยต้องรออัปเดตอีกครั้ง ในเร็วๆ นี้
ภาพจากกล้องหลัง
ภาพจากกล้องหน้า
เมื่อเทียบความคมชัดกับภาพที่ถ่ายกับกล้อง iPhone 6 จะเห็นได้ชัดว่ามีกล้อง iPhone 7 ดีกว่าค่อนข้างเยอะเลยล่ะ, ถ่ายมาโครได้ใกล้กว่าเดิม และจัดการกับ Noise ในภาพได้ดีกว่าเดิมมากด้วย
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)
iOS 10
ระบบปฏิบัติการของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะเป็น iOS 10 ตั้งแต่แกะกล่อง และแน่นอนว่าด้วยซีพียู A10 ที่แรงสุดในตอนนี้ ทำให้การใช้งาน iOS 10 นั้นลื่นมากครับ เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นผ่านๆ มา แต่โดยความรู้สึกของผมแล้ว หากเทียบกับ iPhone 6s ก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก (แยกแทบไม่ออก) แต่ถ้าเทียบกับ iPhone 6 ล่ะก็ ถือว่าเร็วมากขึ้นพอสมควร
ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของ iOS 10
- แอปฯ มาตรฐานบน iOS สามารถลบได้แล้ว (แต่บางตัวไม่สามารถลบได้) รายชื่อแอปฯ ที่สามารถลบได้
- มี Spotlight widgets ให้เลือกใช้ดังนี้ Calendar: Up Next, Phone: Favorites, Mail: Mail, Maps: Maps Destinations, Maps: Maps Nearby, Maps: Maps Transit, Music, Notes, Photos Memories, Tips.
- แท็บ Categories บน App Store ถูกนำกลับมาให้ใช้งานอีกครั้ง
- New Face Gallery ถูกเพิ่มเข้าไปในแอปฯ Apple Watch
- หากเราลบแอปฯ FaceTime ไปแล้ว เรายังคงสามารถโทร FaceTime ได้ผ่านการสั่งงานด้วย Siri และยังคงสามารถรับสาย FaceTime ได้อยู่เหมือนเดิม
- AirPlay บน Control Center จะแยกระหว่าง Audio และ Video
- การ Setup ต่างๆ รองรับการแสดงผลแบบ Landscape
- แอปฯ Music รองรับการใช้งานแบบ Split View
- Siri App Suggestions มีเป็นตัวเลือกใน Spotlight Widget และ Apple News ถูกมาแทนที่ Spotlight Proactive News
- แอปฯ Healthหน้าตา UI/UX ถูกออกแบบใหม่
- สามารถใช้ 3D touch ปรับความสว่างของแสงไฟฉายได้ ด้วยการแตะค้างที่ไอคอน
- หากเราค้นหาแอปฯ ผ่าน Spotlight แล้วแอปฯ นั้นไม่ถูกติดตั้งบนเครื่องแล้ว มันจะแจ้งเตือนให้เราดาวน์โหลดจาก App Store ได้อัตโนมัติ
- Mail สามารถตรวจสอบได้ว่ามีอยู่ใน Mailing lists และมีเพิ่มปุ่ม Unsubscribe อีเมลที่เราไม่ต้องการ
- หน้า Favorites list สามารถเพิ่มรายชื่อได้ทั้งเบอร์และข้อความ
- Notes collaboration สามารถเชิญคนเข้ามาเพิ่มและแก้ไขข้อความได้
- Live Photo สามารถแก้ไขได้แล้ว
- Split View สามารถใช้งานกับ Safari บน iPad
- Safari สามารถทำ Unlimited tabs ได้แล้ว
- สร้างอีเมลแบบ Side-by-side บน iPad ได้
- มีระบบแจ้งเตือนเวลาที่ควรเข้านอน
- แจ้งเตือนหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติดบน Maps
- แสดงข้อมูลมลภาวะเป็นพิษของอากาศบนแผนที่ประเทศจีน
ความเห็นจาก Thaiware
| ข้อดี
| ข้อเสีย
|
ในแง่ของประสบการณ์การใช้งานแล้ว เรายอมรับเลยว่า iPhone 7 นั้น ทำได้ดี ความไว ความเสถียร สูงมาก ระบบปฏิบัติการ iOS 10 มีความฉลาดและยังใช้งานง่ายเหมือนเคย แต่จุดที่เรารู้สึกไม่ชอบเลย คือ การออกแบบตัวเครื่องที่เหมือนกับ iPhone 6/6s มากเหลือเกิน ทำให้เรารู้สึกว่ามันน่าเบื่อเกินไปหน่อย

















































ความคิดเห็น (0)