สมาร์ทโฟน Sony Xperia X Performance กล้องเด่น เสียงล้ำ ที่สุดแห่งอารยธรรมจาก Sony
วันนี้ไทยแวร์จะมารีวิวสมาร์ทโฟนในตำนานอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งก็คือ Sony ที่ตอนนี้ส่ง Sony Xperia X Performance สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่จะมาทำให้ชาวอารยธรรมฟื้นคืนชีพอีกครั้ง โดย Sony Xperia X Performance มาพร้อมกับหน้าจอกระจกจอโค้งแบบ 2.5D ขนาดจอ 5 นิ้ว ความละเอียดแบบ Full-HD ชิปเซ็ตระดับ Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow จัดว่าแรงเลยทีเดียว แถมยังมีระบบกันน้ำ IP65/68 พร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint)
- 10 หนัง ภาพยนตร์ และซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากเกม (5 ยอดเยี่ยม + 5 ยอดแย่)
- Ghost of Tsushima เน้นกลิ่นอายฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่แค่ถ่ายรูปตามรายทางก็คุ้มแล้ว
- Sony a6400 กล้องระดับกลาง ที่มีระบบออโต้โฟกัสระดับเรือธง
- SONY WI-SP500 หูฟังไร้สายแบบ Open-type สำหรับผู้ที่นิยมการออกกำลังกาย ไม่กลัวเหงื่อ
- SONY WI-C300 หูฟังไร้สายรุ่นเล็กจากค่ายอารยธรรม ใช้ฟังเพลงก็ได้ คุยโทรศัพท์ก็ดี
สเปก (specification)
- หน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD กระจกโค้งแบบ 2.5D
- ขนาด 143.7 x 70.4 x 8.7 มม.
- น้ำหนัก 164.4 กรัม
- ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow
- ชิปเซ็ต Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz
- ชิปกราฟฟิก Adreno 530 GPU
- แรม 3GB
- ความจุเครื่อง 64GB
- รองรับ Memory Card สูงสุด 200GB
- แบตเตอรี่ 2700 mAh
- รองรับ 2 ซิม
- ระบบกันน้ำ กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP65/68
- กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล Auto-Focus
- กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล Hybrid Auto-Focus
- มีระบบสแกนลายนิ้วมือ
หน้าตา UI ของ Sony Xperia X Performance
ตัวหน้า Lock Screen พื้นฐานจะเป็นสีขาวคลีนๆ ดูสะอาดตา เพิ่มลูกเล่นตรงนาฬิกาบอกเวลา ที่เจาะตัวเลขให้เห็นตัวพื้นหลัง ส่วนหน้า Home ยังคงรูปแบบเดิม มีการปรับปรุงไอคอนบางส่วนให้เข้ากับธีมของรุ่น และลง Xperia UI ตัวล่าสุดมาให้ด้วย โดยรวมก็มีการปรับแต่งจาก Pure Android บ้างบางส่วน เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น แต่ในรุ่น X Performance ไอคอนแอปฯ จะไม่มีตัวเลขแจ้งเตือนขึ้นโชว์เหมือนรุ่นก่อนๆ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าใช้งานได้ดีขึ้น
ตัวเครื่อง Sony Xperia X Performance
ด้านหน้าของตัวเครื่อง บริเวณด้านบนจะมีกล้องหน้า ขวาสุดคือ Proximity Sensor เซ็นเซอร์จับระยะ ทำหน้าที่ปิดหน้าจอเมื่อใบหน้าแนบตัวเครื่อง และมีลำโพง Stereo คู่ จัดว่ากระหึ่มทีเดียว แถมลำโพงด้านบนจะมีไฟ LED อยู่ใต้ล่างด้วย และได้มีการย้ายตำแหน่งของ NFC มาอยู่บริเวณด้านข้างของกล้องหน้าแทน เนื่องจากวัสดุของตัวฝาหลังเป็นโลหะ อาจมีผลในเรื่องของการเชื่อมต่อ
ด้านซ้ายมีช่องไฮบริดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบนาโนซิม และ MicroSD สามารถเปิดฝาแล้วดึงออกมาได้เลย ไม่ต้องใช้เข็มจิ้ม โดยจะเลือกใช้งานแบบ 2 ซิม หรือ 1 ซิม 1 เมม ก็ได้
ด้านขวาจะมีปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง และปุ่มเปิด-ปิดนี้ยังใช้สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) ได้อีกด้วย ถัดมาจะเป็นปุ่ม Volume สำหรับเพิ่ม-ลดเสียงสนทนา หรือเสียงเพลง พร้อมกับใช้เป็นการแคปหน้าจอได้โดยการกดปุ่ม Volume ลบ (ฝั่งล่าง) ร่วมกับปุ่ม Power ถัดมาที่ล่างสุดเป็นปุ่ม Quick Launch ปุ่มลัดสำหรับถ่ายภาพนั่นเอง
ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน
ส่วนด้านล่างจะมีพอร์ต USB สำหรับเชื่อมต่อ และไมโครโฟนสำหรับสนทนา
ฝาหลังเปลี่ยนจากรุ่น Z ที่เป็นกระจก มาเป็นโลหะ มีความวาว เงา เมื่อสะท้อนกับแสงไฟ ซึ่งจะต่างจากรุ่นอื่นๆ มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช
Camera (กล้อง)
นี่คือจุดเด่นของรุ่น X Performance เลยก็ว่าได้ เพราะประสิทธิภาพของกล้องเรียกว่าจัดเต็ม กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล มีระบบ Auto-Focus และ Hybrid Auto-Focus อีกทั้งยังเพิ่มโหมดแมนนวลมาให้คุณได้ปรับแต่งตามใจ พร้อมกับระบบ Video stabilisation ป้องกันความสั่นไหวของภาพ เรียกว่าจัดเต็มมาเพื่อสำหรับผู้ที่ชอบการถ่ายภาพโดยเฉพาะ
- Tracking Focus ระบบติดตามวัตถุ ที่สามารถถ่ายวัตถุขณะเคลื่อนไหวได้ แต่บอกก่อนว่าต้องเป็นวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่มาก
- Quick Launch คุณสามารถเปิดกล้องได้ทันที โดยไม่ต้องเลื่อนหาแอปฯ กล้อง ให้เสียเวลา เพียงแค่คุณกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ขณะที่หน้าจอล็อก ก็สามารถเข้าสู่โหมดการถ่ายภาพได้เลยทันที มันสามารถจับโฟกัสได้ด้วยความเร็วเพียง 0.6 วินาทีส่วนการสลับไปมาระหว่างกล้องหน้า และกล้องหลังก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ปาดลงที่หน้าจอเท่านั้น
- Clear Image Zoom โดย Sony ได้ชูจุดเด่นฟังก์ชั่นการซูมนี้มาตั้งแต่รุ่น Z1 แล้ว แต่ในรุ่น Z1 ยังสามารถทำการซูมได้แค่เพียง 3 เท่า แต่ในรุ่น X Performance สามารถทำการซูมภาพได้มากถึง 5 เท่า โดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพเลยแม้แต่น้อย ปุ่มซูม (ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง) นั้นได้วางตำแหน่งให้อยู่ใกล้กับปุ่มชัตเตอร์ เพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวกนั้นเอง
นอกจากนี้ Sony Xperia X Performance ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Triluminos Display เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มสีสันบนหน้าจอให้มีความละเอียดมากขึ้น มีโหมดปรับปรุงคุณภาพของสีให้มีความชัด ได้สีสันสดใสตามต้องการ และฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอยังมีให้เลือกลูกเล่นใส่เอฟเฟกต์ต่างๆ ปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินมากกว่าการถ่ายวิดีโอเฉยๆ
รูปถ่ายจากกล้อง Sony Xperia X Performance
โหมดการตั้งค่า และฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Camera
ฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้อง Sony Xperia X Performance ก็มีให้เลือกใช้งานมากมายหลายโหมดทีเดียว โดยคุณสามารถเลือกที่จะใช้ระบบแมนนวล หรือระบบอัตโนมัติก็ได้ ทั้งยังสามารถเลือกปรับความละเอียด ความคมชัดของภาพเองได้ และยังสามารถกำหนดให้สามารถลั่นชัตเตอร์อัตโนมัติได้เมื่อมีรอยยิ้ม ในระบบแมนนวลนั้นคุณสามารถเลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น ภาพซอฟท์, บุคคลกลางคืน, วิว, อาหาร ตลอดจนสามารถกำหนคค่าความไวแสงเองได้ (ISO)
โหมดและฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Video
นอกจากนี้ ในฟังก์ชั่นการใช้งานการถ่ายวิดีโอ มีโหมดการถ่ายให้คุณเลือกตกแต่งวิดีโอของคุณ ให้สนุก แปลกตาไปจากการถ่ายธรรมดาๆ โดยคุณสามารถเลือกใส่เอฟเฟคเข้าไปได้ อาทิ เอฟเฟค AR ที่สามารถเอาไดโนเสาร์มาเดินเล่น และสามารถปรับแต่งเคลื่อนย้ายเอฟเฟคได้ตามใจชอบ หรือจะเป็นการถ่ายแบบ Timeshift ที่คุณสามารถกำหนดช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ให้เป็นการเล่นแบบสโลว์โมชั่นได้ ตลอดจนการสร้างสรรค์วิดีโอในมุมมองของคุณเอง หรือถ้าต้องการเอฟเฟคอื่นๆ เพิ่มเติม ก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้อีกด้วย
- Low Light Selfie (การเซลฟี่ในที่แสงน้อย) Sony Xperia X Performance ส่งโหมดนี้มาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบ และรักการเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจโดยเฉพาะ บางสถานการณ์คุณอาจจะต้องการแสงเพื่อการถ่ายภาพให้ออกมาดูดี หรืออยากจะเซลฟี่กับก๊วนเพื่อนในร้านนั่งกินดื่มชิวๆ ที่ทราบดีว่าแสงมันช่างน้อยเสียเหลือเกิน ครั้นจะเปิดแฟลชแสงที่เข้าหน้าก็จะแรงเกินไป หน้าออกมาขาวโอเวอร์ไม่สวย โดยในโหมด Low Light Selfie นั้นเป็นการปรับ ISO เพื่อชดเชยแสง ซึ่งสามารถปรับ ISO ให้สูงขึ้นได้ถึง 6400 ตรงนี้ช่วยได้มากทีเดียว แต่ถ้าหากปรับมากไป อาจจะมีน๊อยซ์รบกวน
ภาพถ่ายตัวอย่างการใช้โหมด Low Light Selfie
Entertainment (ความบันเทิง)
- ภาพยนตร์: การรับชมภาพยนตร์ที่ความละเอียดแบบ Full HD ถือว่าค่อนข้างทำได้ดี ให้ภาพคมชัด พร้อมลำโพงระบบสเตอริโอ ซ้าย-ขวา
- เกมส์: สามารถเล่นเกมส์กราฟฟิกหนักได้แบบสบายๆ ให้กราฟฟิกภาพที่สวยงาม ไม่กระตุกเวลาเล่น
- เพลง: ด้านพลังเสียงของ Sony Xperia X Performance จัดว่าสุดยอดอยู่แล้ว เพราะมีฟังก์ชั่น DSEE HX (Digital Sound Enhancement Engine) ที่พัฒนาโดย Sony ที่สามารถดึงความละเอียดของไฟล์เสียงที่มีคุณภาพต่ำ ให้สามารถเล่นไฟล์ในระดับ Hi-Res 24Bit ได้ คือเพิ่มความคมชัดของไฟล์เพลงนั่นเอง เสียงที่ได้จึงกระหึ่ม คมชัดทุกอณู และฟังก์ชั่นลูกเล่นที่ขาดไม่ได้เลยคือ ClearAudio+ อันนี้เป็นฟังก์ชั่นที่ติดเครื่อง เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Sony ก็ว่าได้ ฟังก์ชั่น ClearAudio+ จะทำการกำหนดรูปแบบการเล่น (Equalizer) ให้เหมาะกับแนวเพลงโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่ารูปแบบของเสียงแบบ 3 มิติ หรือจะเป็นแนวคอนเสิร์ตก็ได้ อารมณ์เพลงที่ได้ก็จะแตกต่าง และยังสามารถกำหนดรูปแบบอีควอไลเซอร์เองได้ นอกเหนือจากนั้น ยังมีแอปพลิเคชัน TrackID ที่เป็นฟีเจอร์ติดเครื่องมา ช่วยให้คุณค้นหาเพลงที่คุณกำลังได้ยินอยู่ในขณะนั้นได้ทันที
ผลการทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง
ผลคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพ Benchmark ต่างๆ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ ทั้งในเรื่องของสี หรือไม่ว่าจะเป็นระบบทัชสรีนบนหน้าจอ มีความเร็วทีเดียว แต่ติดปัญหาเรื่องเครื่องร้อนเร็วไปหน่อย หากใช้เครื่องไปเป็นเวลานานๆ เครื่องก็จะมีการเตือนบอกว่าเครื่องร้อนเกินไป ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ฟังก์ชั่นของการถ่ายรูป หรือแม้แต่การเล่นเกมส์ ดูหนังได้ นอกนั้นก็ถือว่าค่อนข้างทำได้ดี
แบตเตอรี่
Sony Xperia X Performance มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2700 mAh การใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างอึด ใช้ได้นาน มีโหมด STAMINA ช่วยยืดเวลาการใช้งานให้ได้ยาวนานขึ้น และโหมดระดับ Ultra STAMINA ที่จะปิดแอปฯ ให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ก็จะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานออกไปได้อีก หากเกิดกรณีฉุกเฉินอยู่นอกสถานที่ หรือไม่สะดวกต่อการชาร์จแบตฯ ในขณะนั้น จากภาพจะเห็นได้ว่าแบตฯ เหลือประมาณ 40 % แต่ยังคงสามารถใช้งานได้นานถึง 19 ชั่วโมงเลยทีเดียว
คลิปรีวิว Sony Xperia X Performance
| ข้อดี
| ข้อเสีย
|
นี่ก็เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง Sony Xperia X Performance เป็นยังไงถูกใจเพื่อนๆ กันบ้างหรือเปล่าครับ วันนี้ไทยแวร์รีวิวคงต้องขอลาไปก่อน สามารถติดตามรีวิวอื่นๆ ได้ที่นี่ สวัสดีครับ






















































ความคิดเห็น (0)