ข่าวไอที
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

Facebook ประกาศแบนโฆษณาขายหน้ากากอนามัย

หลังจากที่ Amazon และ eBay ได้แบนสินค้าเกี่ยวกับ COVID-19 ไปแล้ว ทาง Facebook เองก็ออกมาแบนด้วยเช่นกัน
Facebook ประกาศแบนโฆษณาขายหน้ากากอนามัย

  9 มีนาคม 2563      4,759
0 (0 โหวต)   
ยกเลิก

ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยที่มีการกักตุนสินค้าอย่างหน้ากากอนามัยเพื่อนำมาจำหน่ายในราคาที่แพงขึ้น แต่ หลายประเทศทั่วโลก ที่ประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดอย่างหนักของ COVID-19 ก็มีผู้ที่กักตุนสินค้าเพื่อโก่งราคาด้วยเช่นกัน

ซึ่งทางเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าชื่อดังอย่าง Amazon และeBay ในสหรัฐอเมริกาเองก็ได้มีการจัดการกับปัญหาการโก่งราคานี้ด้วยการ "แบนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโคโรนาไวรัส” จำพวกทิชชู่เปียกสูตรฆ่าเชื้อโรค, แอลกอฮอล์เจลล้างมือ และหน้ากากอนามัยประเภทต่างๆ ที่มีการตั้งราคาไว้สูงจนเกินไป ซึ่งหลังจากที่ทางเว็บไซต์ประกาศแบนสินค้าที่โก่งราคาเหล่านี้ก็นับว่าแบนสินค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไปเลยก็ว่าได้ (เพราะในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากพ่อค้าคนกลาง, ร้านค้าออฟฟิเชียล หรือสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตเองก็มีราคาสูงเกินกว่าปกติด้วยกันทั้งสิ้น)

ล่าสุดบริษัท Facebook เองได้ออกมาประกาศว่าจะ แบนการโฆษณาการขายสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยเป็นเวลาชั่วคราว ด้วยเช่นกัน โดยทาง Facebook ก็คาดหวังว่าการประกาศแบนโฆษณาในครั้งนี้น่าจะช่วยลดปัญหาการกักตุนสินค้าเพื่อนำเอามาขายแบบโก่งราคาได้ และช่วยลดความแตกตื่นและความกังวลของผู้คนไปได้ส่วนหนึ่ง

โดย Rob Leathern หัวหน้าฝ่ายการจัดการธุรกิจผลิตภัณฑ์และการโฆษณาของ Facebook ได้ทวีตแจ้งเอาไว้ว่า

พวกเราจะแบนโฆษณาและการขายสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยเราได้ติดตามสถานการณ์ของ COVID-19 อย่างใกล้ชิดและจะทำการอัปเดตนโยบายใหม่หากพบเห็นว่ามีผู้ที่ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงนี้ และทางเราจะเริ่มปรับใช้มาตรการดังกล่าวในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ตาม ทาง Facebook ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน แต่คาดว่า อาจแบนไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะสงบลง

และทาง Instagram ที่เป็นบริษัทในเครือเดียวกับ Facebook เองก็ได้ ปรับหน้าการแสดงผลการค้นหาเรื่อง COVID-19 ใน Instagram ด้วย โดยเมื่อใส่คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 จะแสดงผลข้อมูลจากทาง WHO, CDC และสถานพยาบาลใกล้เคียง

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com