ข่าวไอที
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

เตรียมรับมือช่วงพีคฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงตอนปลายปี 62 ถึงต้นปี 63

เหตุใดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ถึงได้พีคในช่วงเวลาเดียวกันของทุกๆ ปี ในบทความนี้มีคำตอบ
เตรียมรับมือช่วงพีคฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงตอนปลายปี 62 ถึงต้นปี 63

  20 กันยายน 2562      5,236
5 (1 โหวต)   
ยกเลิก

มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ วิกฤติปริมาณฝุ่น PM 2.5 จะรุนแรงที่สุดในช่วงปลายปี ถึงต้นปี คือตั้งแต่เดือน ธ.ค. - เม.ย. ของทุกๆ ปี ซึ่งพิษร้ายของฝุ่นละอองที่มีความละเอียดมากๆ อย่าง PM 2.5 (เล็กกว่าเส้นผมถึง 30 เท่า) ที่ถือเป็นมลพิษของโลกยุคใหม่นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เหล่านี้ อาทิ

  • โรคระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปอดเกิดการอักเสบ ระคายเคือง 
  • โรคเยื่อบุตาอักเสบ เมื่อฝุ่นละอองเข้าสู่เยื่อบุตา อาจทำให้เกิดการอักเสบ ดาแดง แสบตา คันตา
  • โรคผิวหนัง อนุภาคของละอองฝุ่น PM 2.5 ที่เล็กมาก สามารถผ่านเข้าไปยังเซลล์ผิวหนังได้ เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะฝุ่นที่เราสูดหายใจเข้าไปจะทำให้เลือดข้นขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น

เตรียมรับมือช่วงพีคฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงตอนปลายปี 62 ถึงต้นปี 63

และตามข้อมูลของ กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พบว่าปริมาณฝุ่นผง PM 2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่ระดับ 50 มคก./ลบ.ม. (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในช่วงปลายปี คือเดือนธันวาคม ยาวไปถึงเดือนเมษายนของทุกปีๆ ซึ่งสาเหตุที่ ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจุดพีคของ PM 2.5 ก็มีอยู่ 2 สาเหตุด้วยกันคือ

  • สภาวะทางอุตุนิยมวิทยา : คือในช่วงปลายฤดูหนาว (ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) ของทุกปี บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยเป็นระลอก ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็น แต่ก็มีบางช่วงที่มวลความกดอากาศสูงอ่อนกำลังลง ส่งผลให้ลมสงบ ฝุ่นละอองไม่เกิดการถ่ายเท ประกอบกับมีการผกผันกลับของอุณหภูมิในระดับล่าง ส่งผลให้เพดานการลอยตัวของฝุ่นลงมาอยู่ในระดับต่ำ การไหลเวียนของอากาศไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง หมอก และควัน
  • แหล่งกําเนิด : ฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันและเชื้อเพลิง โดยสาเหตุหลักคือการใช้รถยนต์ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2562 พบว่าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนรถจดทะเบียนสะสมรวมกันมากถึง 11.6 ล้านคัน นอกจากนี้ฝุ่นละออง PM 2.5 ยังมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า รวมถึงการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะการเผาวัสดุการเกษตรที่มักเกิดขึ้นในช่วงต้นของทุกปี

สามารถคลิกเพื่อดูภาพขยาย

พร้อมหรือยัง? รับช่วงพีคฝุ่นละออง PM 2.5 ตอนปลายปี 62 ถึงต้นปี 63

กราฟแสดงปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในแต่ละช่วงเวลาของปี

ที่มา : กรมควบคุมมลพิษ

จากกราฟจะเห็นว่ามีการสรุปข้อมูลย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2559 - เดือน เม.ย. ปี 2562 แสดงให้เห็นแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของปริมาณฝุ่น PM 2.5 อย่างชัดเจนในช่วงปลายปี ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พ.ย. และไปฟีคมากช่วงกลางๆ เดือน ธ.ค. และสภาวะความรุนแรงเกินค่ามาตรฐานที่ 50 มคก./ลบ.ม. (เป็นระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงราวๆ ต้นเดือน เม.ย. ก่อนที่จะซาลงไป ต้องบอกว่าช่วงเวลาที่เป็นจุดพีคของฝุ่น PM 2.5 นั้นควรสวมหน้ากากกันฝุ่น ลดระยะเวลาออกกำลังกาย หรือการทำงานหนักกลางแจ้ง

ด้วยความรุนแรงของวิกฤติปริมาณฝุ่น PM 2.5 ทำให้ผู้คนหันมา ซื้อเครื่องฟอกอากาศ มาใช้ภายในครัวเรือนมากขึ้น จึงทำให้  เครื่องฟอกอากาศ กลายมาเป็นอุปกรณ์แกดเจ็ตด้านสุขภาพ (Health Gadget) ที่จัดว่ามีความสำคัญมากๆ ในขณะนี้ ด้วยความที่คุณสมบัติหลักของเจ้าเครื่องฟอกอากาศคือ การลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในสถานที่พักอาศัย หรือแม้แต่ในอาคารสำนักงานได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยที่เครื่องฟอกอากาศก็มีให้เลือกซื้อหลายรุ่นหลายระดับราคา ตั้งแต่ระดับราคาหลักพันต้นๆ ไปจนถึงระดับ 2 หมื่นบาท ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องประสิทธิภาพ ขนาดพื้นที่การใช้งาน (รองรับการใช้งานในห้องที่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน) รวมถึงมีความแตกต่างในเรื่องของฟีเจอร์ อาทิ การมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณฝุ่น PM 2.5 หรือการปล่อยประจุลบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดักจับเชื้อโรค และฝุ่นละอองขนาดเล็ก แต่ถ้าออกอยู่นอกบ้าน อยู่นอกออฟฟิศ ก็ต้องไม่ลืมที่จะใส่หน้ากากกันฝุ่นในช่วงที่ PM 2.5 หนาแน่นด้วย


ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com