ข่าวไอที
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

NASA เผยงานวิจัย การอยู่ในอวกาศนานๆ จะส่งผลให้ DNA เปลี่ยนแปลงไปได้

การค้นพบนี้เป็นกรณีศึกษาจากการเปรียบเทียบ DNA ของพี่น้องนักบินอวกาศคู่แฝด ที่มีหนึ่งคนถูกส่งไปทำภารกิจในอวกาศ
NASA เผยงานวิจัย การอยู่ในอวกาศนานๆ จะส่งผลให้ DNA เปลี่ยนแปลงไปได้

  11 มีนาคม 2561      6,942
4 (1 โหวต)   
ยกเลิก

การเดินทางสู่อวกาศนับเป็นสิ่งที่อันตรายอยู่แล้วด้วยเหตุผลที่หลากหลาย อย่างเช่น ความเสี่ยงจากการปล่อยตัวจรวด และล่าสุดนี้ได้มีการศึกษาจาก NASA ที่พบว่า อวกาศนั้นมีศักยภาพในการปรับเปลี่ยน DNA ของบุคคล

โดยการศึกษาในครั้งนี้ใช้ นักบินอวกาศ Scott Kelly และพี่น้องฝาแฝดของเขา Mark เป็นเสมือนหนูทดลอง เพื่อดูว่าการไปใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศจะมีผลต่อสิ่งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สุดของชีวิตอย่างไร

Scott Kelly ได้ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลา 342 วัน นี่เป็นโอกาสอันดีที่ NASA ไม่เคยมีมาก่อน ในการจะศึกษาว่าการเดินทางสู่อวกาศในระยะยาวจะมีผลต่อร่างกายมนุษย์และยีนส์ที่เป็นสิ่งระบุตัวตนของคนเราอย่างไรบ้าง เนื่องจาก Scott มีพี่น้องฝาแฝดที่เป็นนักบินอวกาศที่เกษียณแล้ว และยังคงอาศัยอยู่บนโลก

NASA เผยงานวิจัย การอยู่ในอวกาศนานๆ จะส่งผลให้ DNA เปลี่ยนแปลงไปได้

Telomere กระเปาะหุ้มปลายโครโมโซม คือส่วนที่เป็นสีดำในภาพ

ขอบคุณภาพประกอบจาก suay4ever.files.wordpress.com

 

เมื่อ Scott กลับมาสู่โลกก็พบว่า DNA ของเขามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ Telomere ของเขามีความยาวมากขึ้นในอวกาศ และ Telomere เหล่านั้น ส่วนใหญ่จะกลับมาหดสั้นลงภายในสองวันนับจากที่เขากลับมาสู่โลก

***Telomere หรือ เทโลเมียร์ เป็นกระเปาะหุ้มปลายของโครโมโซม ซึ่งจะสั้นลงเรื่อยๆ ตามจำนวนการแบ่งตัวของเซลล์ในร่างกายเพื่อสร้างการเจริญเติบโต ทำให้โดยปกติแล้ว เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น Telomere จะหดสั้นลง ทำให้ระบบการทำงานในร่างกายเสื่อมถอย

หมายความว่า ยีนส์ส่วนใหญ่ของเขากลับมาสู่ภาวะปกติในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด โดยนักวิจัยกล่าวว่ามี Telomere 7% โดยประมาณที่ไม่กลับเป็นเหมือนเดิมเป็นเวลานับ 2 ปี หลังจากที่เขากลับสู่พื้นโลก

กรณีศึกษาดังกล่าวเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่จะนำไปสู่ภารกิจที่นักบินอวกาศจะต้องประจำการอยู่บนดาวอังคาร ซึ่งจะกินเวลาถึง 3 ปี และนับเป็นเส้นทางที่ยาวที่สุดที่มนุษย์ทุกคนจะอยู่ห่างจากโลก ร่างกายมนุษย์สามารถจัดการกับการเดินทางได้หรือไม่? คือคำถามที่่่่่ยังไม่มีใครตอบได้

ที่มา :
คำสำคัญ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำบทความขึ้นเว็บ Thaiware.com