หัวหน้าทีมดีไซน์ไมโครซอฟท์กล่าว Windows 11 จะเร็วขึ้นแน่นอน พร้อมพบการปร้บปรุงครั้งใหญ่ฤดูใบไม้ร่วงนี้
Windows 11 กับความอืด และบั๊กสารพัดต่าง ๆ มากมายนั้นเรียกได้ว่าผู้ใช้งานเริ่มจะชินชา และเอือมระอากันเป็นอย่างมาก ถึงแม้จากไมโครซอฟท์จะได้มีการสัญญามาหลายรอบหลายหนว่า จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่สัญญานั้นก็ยังมาไม่ถึงเสียที แต่คราวนี้สัญญานั้นอาจจะกำลังมาถึงแล้ว
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Windows Latest ได้กล่าวถึงการที่หัวหน้าทีมออกแบบ (Lead Designer) ได้ทำการกล่าวในประชุมกลุ่มแบบจำกัดขนาดเล็กของ Windows Insider ซึ่งเป็นโครงการที่รวมเหล่านักทดสอบ Windows ในระดับต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียวของทางไมโครซอฟท์ ว่า ทางทีมได้ทำการปรับปรุง Windows 11 เป็นอย่างมาก เหล่านักทดสอบรุ่นแรก (Early Tester) จะมีความรู้สึกในการใช้งานได้ว่า ระบบการตอบโต้ (Responsiveness) ของ Windows 11 ได้ถูกปรับปรุงจนไวขึ้นแล้ว นอกจากนั้นภายในงานประชุมยังได้มีการทำการเปิดใช้งานเครื่องมือจัดการไฟล์อย่าง File Explorer ขึ้นมาเพื่อแสดงความเร็วในการใช้งานอีกด้วย โดยภายในรายงานกล่าวว่า เร็วแบบเปิดใช้แล้วโผล่มาแทบจะทันทีเลยทีเดียว ซึ่งสรุปผลการประชุมในครั้งนี้ก็ได้ถูกส่งในรูปแบบอีเมลรายงานให้กับผู้ใช้งานที่อยู่ในกลุ่ม Windows Insider ที่ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบด้วย โดยบนอีเมลนั้นมีการระบุว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ แต่ไม่ได้มีการระบุว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใดแต่อย่างใด
- 6 ฟีเจอร์ของ Windows ที่หายไป ถูกแทนที่ด้วยของใหม่
- Windows Security กับ Microsoft Defender คืออะไร ? และ แตกต่างกันอย่างไร ?
- รวมบริการหลังการขาย Notebook หรือ การติดต่อศูนย์บริการ Notebook
- ซอฟต์แวร์ 5 ประเภท บนระบบปฏิบัติการ Windows ที่สร้างความเสียหายมากกว่าประโยชน์
- 6 เหตุผล ที่ทำให้ Windows Subsystem for Linux (WSL) มีความน่าสนใจ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเดียว ทางแหล่งข่าวระบุว่า ทางทีมออกแบบและพัฒนา Windows 11 มาเรื่อย ๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาความเร็วในการเปิดใช้งาน File Explorer และการจัด Context Menu ให้ไม่รกอย่างเดิม ทั้งผู้ใช้งานยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ว่าจะให้ภายในเมนูนั้นมีอะไรบ้าง แต่ฟีเจอร์พวกนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบ ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ภายในโครงการ Windows Insider เท่านั้นถึงมีจะมีสิทธิ์ดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองไปใช้งาน
แต่กระนั้นก็ได้มีบางฟีเจอร์ที่ถูกปล่อยให้ผู้ใช้งานได้ใช้บนเวอร์ชันจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างเช่น Taskbar ที่สามารถเคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ และ Start Menu ที่สามารถย่อขยายขนาดได้ ซึ่งการปล่อยให้ใช้งานนั้นจะไม่เป็นการปล่อยให้ทุกคนใช้งานทั้งหมดได้ในทีเดียว แต่จะเป็นการค่อย ๆ ปล่อย ขยายกลุ่มผู้ใช้งาน (Gradual Roll Out) ทำให้ผู้ใช้งานที่อยากใช้งานได้ไว ๆ จะต้องหาวิธีเพื่อบังคับให้ระบบปลดล็อกฟีเจอร์ดังกล่าวกันเอง
ถึงแม้ทางไมโครซอฟท์จะกล่าวว่าการปรับปรุงในครั้งนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับตัว Windows 11 ก็ตาม แต่ทางไมโครซอฟท์ก็ไม่ได้มีการเผยแพร่มาตรฐานเปรียบเทียบ (Benchmark) การทำงานระหว่างรุ่นก่อนปรับปรุง และ รุ่นหลังการปรับปรุงว่า แท้จริงแล้วมีความต่างกันในด้านใดบ้าง แต่ทางไมโครซอฟท์ก็ยังคงยืนยันว่า ทางบริษัทนั้นพร้อมรับความคิดเห็นและข้อติเตียนจากลูกค้าเสมอ ทั้งยังกล่าวว่า ทางบริษัทเข้าใจที่หลายครั้งหลังจากลูกค้าให้ความเห็นแล้วรู้สึกเหมือนเสียงของตนหายเข้าไปในหลุมดำเพราะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทางบริษัทยืนยันว่าเสียงเหล่านั้นจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงตัว Windows ในอนาคตอย่างแน่นอน




ความคิดเห็น (0)