ไม่ได้โม้ ? งานวิจัยตรวจพบ พนักงานกว่า 1 ใน 3 ของบริษัทต่าง ๆ ชอบโม้ความเก่งในการใช้ AI เกินจริงไปมาก
ในการทำงานเป็นพนักงานบริษัทในปัจจุบันนั้น การมีความสามารถ หรือ สกิล (Skill) ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) นั้นเรียกได้ว่าเป็นสกิลที่มีมูลค่าสูง กระทั่งขาดไม่ได้ในหลากบริษัท และแน่นอนในการหางานหรือเอาตัวรอดตามบริษัท แม้กระทั่งการสร้างภาพลักษณ์ในสังคมคนทำงานเพื่อหางาน ย่อมต้องมีการ “ตอแหล” เป็นธรรมดา และข่าวนี้คงพิสูจน์หรืออาจให้หลายคนตั้งคำถามว่า พนักงานที่เก่ง AI นั้นเก่งจริงหรือไม่ ?
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Channel Dive ได้กล่าวถึงงานศึกษาโดย WalkMe บริษัทนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทเช่าใช้งาน (SaaS หรือ Software-as-a-Service) ที่ได้มีการสำรวจความมั่นใจในการใช้งาน AI (AI Confidence Survey) กับพนักงานในบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 2,000 ราย ซึ่งผลสำรวจนั้นมีความน่าสนใจหลายอย่าง เช่น
- กว่า 1 ใน 3 ของพนักงานที่เข้าตอบแบบสอบถามทั้งหมดนั้นสารภาพว่าได้มีการพยายามสร้างภาพให้ดูใช้งาน AI ได้เก่งกว่าความสามารถจริง ๆ ที่มี
- ถึง 9 ใน 10 ของพนักงานที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ยังมีความมั่นใจในการใช้งานเครื่องมือ AI เป็นอย่างมาก
- ในส่วนของพนักงานกลุ่ม Gen Z นั้น มีความมั่นใจในการใช้งานเครื่องมือ AI เฉกเช่นเดียวกันกับกลุ่มใหญ่ คือมากถึง 9 ใน 10
- มากกว่า 50% ของ Gen Z ได้สารภาพว่ามีความพยายามทำตัวให้ดูว่าเก่งในการใช้งาน AI เกินกว่าความสามารถที่มีอยู่จริง เทียบกับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) ที่มีการยอมรับในจุดนี้เพียงแค่ 13% เท่านั้น
ทางทีมวิจัยได้กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึง กับดักแห่งความมั่นใจ (Confidence Trap) ที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน AI ภายในองค์กรธุรกิจที่พนักงานมีความมั่นใจในการใช้งานสูงเกินความสามารถ จนนำไปสู่การใช้งานที่มีผลที่ต่ำในการขับเคลื่อนธุรกิจในภาพรวม เนื่องจากพนักงานนั้นมักจะเอาไปใช้ในการทำงานตกแต่ง (Cosmetic) เช่น ตกแต่งรายงาน กับ สไลด์นำเสนอ มากกว่าจะนำมาใช้ในส่วนของการสร้างกำไร หรือ ทำงานที่สำคัญยิ่งยวด (Critical) ภายในบริษัท
นอกจากนั้นทางทีมวิจัยยังกล่าวว่า การใช้งาน AI ภายในบริษัทนั้นมีปัญหาร้ายแรงอีกหลายประการ เช่น การเชื่อมั่นในคำตอบของ AI อย่างไม่ยั้งคิดและนำคำตอบมาใช้ทันที ทั้งพนักงานยังขาดความสามารถในการสังเกตอาการหลอนของ AI (AI Hallucination) แล้วนำเอาคำตอบผิด ๆ ไปใช้ พร้อมทั้งแนะนำให้บริษัทปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน AI เป็นการใช้งานเป็นเครื่องมือกระตุ้นการคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) แทนที่การคอยเติมความรู้สึกไม่มั่นคงในการทำงานให้พนักงานเพื่อกระตุ้นให้รีบเร่งใช้งาน AI จนนำไปสู่ปัญหาดังกล่าว




ความคิดเห็น (0)