ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

แฮกเกอร์อิหร่าน นำเอา ChatGPT มาใช้เพื่อวางแผนการก่อการร้ายไซเบอร์

ทางการ UAE เผยว่าผู้ก่อการร้ายไซเบอร์จากอิหร่านใช้ ChatGPT ช่วบปฏิบัติการตั้งแต่ ตรวจช่องโว่ยันเขียนมัลแวร์
แฮกเกอร์อิหร่าน นำเอา ChatGPT มาใช้เพื่อวางแผนการก่อการร้ายไซเบอร์

  26 เมษายน 2569      1,299
3.33 (3 โหวต)   
ยกเลิก

สงครามที่กำลังร้อนแรงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นสงครามอิหร่าน ที่ระอุทั้งด้านการสงคราม, การทูต และแม้แต่สงครามไซเบอร์ ที่ผู้ที่ถูกโจมตีนั้นไม่ใช่แค่เพียงคู่สงครามเท่านั้น แต่ยังเป็นประเทศรอบข้าง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ก็มารับเคราะห์ไปด้วย ซึ่งในการโจมตีนี้ กลับมีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่

จากรายงานโดยเว็บไซต์ SCWorld ได้กล่าวถึงการที่ทางดอกเดอร์ Mohammed Al Kuwaiti ประธานสภาความมั่นคงไซเบอร์แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Cyber Security Council) ได้ออกมาเปิดเผยสถานการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศในช่วงสงครามอิหร่านนี้ว่า ทาง UAE ได้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ด้วยฝีมือของแฮกเกอร์จากประเทศอิหร่านมากถึง 5 แสน - 7 แสน ครั้งต่อวัน โดยจากการสืบสวน สอบสวน ก็ได้พบว่า กลุ่มแฮกเกอร์นั้นได้มีการนำเอาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ยอดนิยมอย่าง ChatGPT เข้ามาช่วยในปฏิบัติการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจลาดเลาของระบบ (Reconnaissance), การตรวจหาช่องโหว่ความปลอดภัยของระบบ (Vulnerability Detection), การทำแคมเปญหลอกลวงแบบ Phishing หรือแม้แต่การสร้างมัลแวร์

ข่าวเกี่ยวกับ สงคราม อื่นๆ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ดอกเตอร์ Kuwaiti ได้ทำการถอดบทเรียนว่า AI นั้นได้กลายมาเป็นแกนหลัก (Core) ของการทำสงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) ในยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว เพราะการใช้ AI นั้นช่วยให้สามารถปฏิบัติการได้รวดเร็วกว่าเดิม, หลอกได้เนียนกว่าเดิม และลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานไปได้เยอะมาก โดยครอบคลุมถึงการปลอมหน้า (Deepfake) และการปล่อยข้อมูลปลอมต่าง ๆ (Disinformation) แต่ก็ทางองค์กรก็ต้องการให้ทุกคนในประเทศวางใจ เพราะทางองค์กรได้มีการทำการต่อสู้กับภัยไซเบอร์อย่างแข็งขันด้วยการตรวจสอบป้องกันภัยอย่างต่อเนื่อง แต่ได้มีการนำเอาโมเดลการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบไม่ไว้ใจใคร หรือ Zero-Trust Security Model เข้ามาใช้งานเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้น ศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Operations Centre) ร่วมด้วย ระบบการข่าวกรองต้านภัยไซเบอร์ระดับสูง และ การซ้อมรับมือภัยไซเบอร์จำลองทั่วประเทศที่มีการซ้อมกันอย่างเป็นประจำ

กระนั้น ทางดอกเตอร์ Kuwaiti ก็ได้มีการกล่าวว่า ความตื่นตัวของประชาชนนั้นสำคัญที่สุด ขอให้ประชาชนทุกคนเป็นแนวหน้าของการป้องกันภัย โดยเริ่มจากการปกป้องตนเองอย่างแข็งขัน เช่น การนำเอาระบบยืนยันตัวตนหลายชั้น (Multi-Factors Authentication หรือ MFA) เข้ามาใช้งาน, ไม่ใช่งาน Wifi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย, ไม่คลิ๊กลิงก์ที่ได้รับจากคนแปลกหน้า และขอให้ทุกคนพิจารณาคอนเทนต์ต่าง ๆ ก่อนเชื่อทุกครั้ง

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com