ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

ไมโครซอฟท์โว Windows 11 25H2 มีความแข็งแกร่งสูง จากอัปเดตความปลอดภัยในจุดสำคัญ

อัปเดตใหม่จะมีการปกป้อง CLFS ด้วยวิธี HMAC ทำให้การเข้าถึง Log File ต้องมีการใช้โค้ดยืนยันความถูกต้องเท่านั้น
ไมโครซอฟท์โว Windows 11 25H2 มีความแข็งแกร่งสูง จากอัปเดตความปลอดภัยในจุดสำคัญ

  7 กุมภาพันธ์ 2569      1,572
3.43 (7 โหวต)   
ยกเลิก

Windows 11 นั้นมักจะเป็นจุดโอ้อวดของทางผู้พัฒนาอย่างไมโครซอฟท์เสมอ ถึงฟีเจอร์อันหลากหลาย และประสิทธิภาพในการทำงานอันดีเยี่ยม (ที่ผู้ใช้งานหลายรายมองว่า ไม่จริง) และในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความน่าภูมิใจที่ทางไมโครซอฟท์ต้องการนำเสนอ

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Neowin ได้กล่าวถึงการที่ทางไมโครซอฟท์ได้ออกมากล่าวอธิบายถึงความปลอดภัยที่ผู้ใช้งาน Windows 11 25H2 จะได้รับมากขึ้นหลังจากที่มีการปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยออกมามากมายหลายครั้งในช่วงปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอัปเดตในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่มีการอัปเดตไดร์เวอร์ (Driver) ของระบบการเก็บบันทึกข้อมูลการทำงาน หรือ Common Log File System (CLFS) ด้วยการเพิ่มระบบป้องกันแบบ Hash-based Message Authentication Code (HMAC) เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีทำการเข้าเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Tamper) ในส่วนนี้

ข่าวเกี่ยวกับ Microsoft อื่นๆ

โดยทางไมโครซอฟท์ได้อธิบายว่า กลไกดังกล่าวนั้นจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการตรวจสอบกุญแจลับ (Secret Key) และการตรวจสอบค่าแฮช (Hash) ซึ่งเป็นการประมวลข้อมูลจนได้ชุดข้อมูลที่ถือได้ว่าเป็นลายนิ้วมือดิจิทัล ของชุดข้อมูลนั้น ๆ ซึ่งกล่าวง่าย ๆ คือ ถ้าการตรวจสอบเปรียบเทียบกุญแจลับกับค่าดังกล่าวออกมาตรงกัน ก็จะแปลได้ว่า ข้อมูลชุดที่ถูกตรวจสอบนั้นไม่มีการถูกดัดแปลง โดยตัวกุญแจดังกล่าวนั้นจะถูกเก็บไว้กับบัญชีผู้ใช้งานในระดับ Administrators และ SYSTEM เท่านั้น ซึ่งตัวระบบถ้าตรวจสอบพบความพยายามในการดัดแปลงข้อมูลในส่วนดังกล่าว ก็จะทำการปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์บันทึก หรือ Log File ในทันที

ซึ่งการเสริมการป้องกันดังกล่าวนั้น มาจากการที่ในอดีตที่ผ่านมานั้น ไฟล์ CLFS ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงตัวระบบ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่อยู่บนเครื่องในระดับสูงนั้น มักจะถูกแฮกเกอร์ หรือ มัลแวร์ ใช้จุดอ่อนตรงนี้ในการเข้าถึงระบบด้วยสิทธิ์การใช้งานในระดับสูง จนนำมาสู่ความเสียหายของระบบ แต่การเสริมสร้างความปลอดภัยนี้ก็ต้องการพื้นที่ในการเก็บโค้ดยืนยันตัวตน (Authentication Code) เพิ่มเติมขึ้นมาเช่นเดียวกัน โดยแหล่งข่าวระบุว่า ขนาดไฟล์ต่าง ๆ ต้องการพื้นที่เก็บโค้ด ดังนี้

  • 512KB ต้องการพื้นที่เพิ่มเติม ~8192 bytes สำหรับการเก็บโค้ดยืนยันตัวตน
  • 1024KB ต้องการพื้นที่เพิ่มเติม ~12288 bytes สำหรับการเก็บโค้ดยืนยันตัวตน
  • 10MB ต้องการพื้นที่เพิ่มเติม ~90112 bytes สำหรับการเก็บโค้ดยืนยันตัวตน
  • 100MB ต้องการพื้นที่เพิ่มเติม ~57344 bytes สำหรับการเก็บโค้ดยืนยันตัวตน
  • 4GB ต้องการพื้นที่เพิ่มเติม ~2101248 bytes สำหรับการเก็บโค้ดยืนยันตัวตน

ในการนี้ หลังจากการอัปเดตดังกล่าว ทางไมโครซอฟท์ได้มีการเปิดช่วงเวลาเรียนรู้เป็นเวลา 90 วัน สำหรับแผนกไอที และเหล่าผู้ดูแลระบบให้คุ้นเคยกับการใช้งานระบบโค้ดยืนยันตัวตนในการเข้าถึง Log File ให้มีความคุ้นเคยก่อนการใช้งานจริงอีกด้วย

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com