ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

ไมโครซอฟท์เตรียมปรับ Windows 11 ให้ File Explorer ใช้แรมในการทำงานลดลง

อัปเดตใหม่จะลดการทำ Indexing ที่ซ้ำซ้อนขณะค้นหารูป หรือไฟล์จำนวนมาก ทำให้ลดการกินแรม และลดความหน่วงของเครื่อง
ไมโครซอฟท์เตรียมปรับ Windows 11 ให้ File Explorer ใช้แรมในการทำงานลดลง

  17 มกราคม 2569      1,503
2.78 (9 โหวต)   
ยกเลิก

Windows 11 นั้นในปัจจุบันนี้แทบจะกลายเป็นสนามอารมณ์ หรือตัวตลกของผู้ใช้งาน กับผู้ที่ต่อต้านไปแล้ว เพราะมักจะมีบั๊กแปลก ๆ หรือ การทำงานที่ดูไม่สมเหตุสมผลออกมาให้เห็นแทบจะทุกวัน แต่สำหรับการพัฒนาอัปเดตครั้งนี้น่าจะเป็นเรื่องดี

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Windows Latest ได้กล่าวถึงการที่ทางไมโครซอฟท์กำลังทำการทดสสอบระบบตัวค้นหาไฟล์อย่าง File Explorer ฉบับปรับปรุงใหม่บนรุ่นทดลองของ Windows 11 ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวนั้นจะเป็นการปรับแต่ง (Optimization) ในส่วนของการค้นหา หรือ Search ที่แต่เดิมแล้วถ้าผู้ใช้งานมีการค้นหาไฟล์รูปภาพมาก ๆ ผ่านทางส่วนนี้จะทำให้เกิดการหน่วงของเครื่องเนื่องจากตัว File Explorer จะใช้หน่วยความจำแรม (RAM) มาก แต่ด้วยการปรับแต่งใหม่นี้จะทำให้ตัว File Explorer ใช้งานแรมน้อยลงแม้จะมีการค้นหาไฟล์รูปแบบที่หนักหน่วงพอ ๆ กัน เนื่องจากมีการปรับแต่งให้ตัดส่วนการทำงานด้านการจัดระเบียบไฟล์ที่ซ้ำซ้อนกัน (Duplication) ออกไป ซึ่งการทดลองครั้งนี้จะเกิดขึ้นบนรุ่นทดลองสำหรับผู้เข้าร่วมในโครงการ Windows Insider เท่านั้น โดย File Explorer รุ่นใหม่นี้จะใช้งานได้บน Windows รุ่น Build 26220.7523 ขึ้นไป

ข่าวเกี่ยวกับ Microsoft อื่นๆ

ไมโครซอฟท์เตรียมปรับ Windows 11 ให้ File Explorer ใช้แรมในการทำงานลดลง
ภาพจาก : https://www.windowslatest.com/2025/12/25/microsoft-says-windows-11-file-explorer-will-soon-use-less-ram-when-you-search-files/

นอกจากการปรับแต่งดังกล่าวแล้ว ยังมีรายงานจากเหล่าผู้ทดลองใช้งานอีกว่า ตัว File Explorer ยังมีการปรับแต่งให้มีการใช้งานสะดวกยิ่งขึ้นด้วยการย้ายเครื่องมือ เช่น “Compress to” “Copy as path” “Rotate right” “Rotate left” และ “Set as desktop background” ออกมาเป็นเมนูย่อยแยกออกมา (Sub-Menu) ที่มีชื่อว่า “Manage file” หรือ บางเครื่องอาจใช้ชื่อว่า “Other actions”  แทน แต่ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองเท่านั้น จะมีให้ใช้งานจริงมากน้อยเพียงใดนั้น คงต้องติดตามในการอัปเดตครั้งหน้า ๆ ในปีนี้ต่อไป

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com