ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ปกครองสอดส่องควบคุมบุตรหลานในการใช้งาน ChatGPT ได้แล้ว

ระบบ Parental Control จะช่วยให้การจำกัดเนื้อหา เวลาการเล่น แม้แต่เตือนผู้ปกครองถึงอันตรายที่อาจเกิดกับเด็กได้
OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ปกครองสอดส่องควบคุมบุตรหลานในการใช้งาน ChatGPT ได้แล้ว

  20 ตุลาคม 2568      1,538
3 (2 โหวต)   
ยกเลิก

การที่เทคโนโลยีในยุคนี้ ง่าย และเข้าถึงไวกว่ายุคก่อน ทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการใช้งานได้ทั้งตัวแอปพลิเคชัน, โซเชียลมีเดีย ไปจนถึงเทคโนโลยี AI ที่ทั้งส่งผลบวก และลบต่อเยาวชน นำมาซึ่งความกังวลใจของผู้ใหญ่ และผู้ปกครองของเยาวชนทั้งหลาย จนทำให้เจ้าของแพลตฟอร์มต้องออกมาเคลื่อนไหว สร้างเครื่องมือในการควบคุมการใช้งานสำหรับเยาวชน ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในระดับกฎหมายแบบโซเชียลมีเดีย

จากรายงานโดยเว็บไซต์ของสำนักข่าว Euro News ได้กล่าวถึงการที่ทาง OpenAI บริษัทผู้พัฒนาเครื่องมือ AI สำหรับการสร้างสื่อ หรือ Generative-AI ยอดนิยมอย่าง ChatGPT ได้ทำการออกฟีเจอร์ใหม่สำหรับ ChatGPT เพื่อให้ผู้ปกครองใช้การควบคุม กำกับ สอดส่องดูแลการใช้งานของบุตรหลานได้ หลังจากที่ทางบริษัทต้องตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ จากการที่มีวัยรุ่นตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังจากที่ทำการปรึกษาปัญหาชีวิตกับตัว AI นำมาสู่การออกเครื่องมือในการควบคุมดังกล่าวเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับเยาวชน รวมทั้งเสริมสร้างการใช้งานให้มีความเหมาะสมต่ออายุผู้ใช้งาน (Age-Appropriated) มากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยไป

ข่าวเกี่ยวกับ OpenAI อื่นๆ

ซึ่งจากการโพสต์ในบล็อกอย่างเป็นทางการของทาง OpenAI ได้กล่าวถึงฟีเจอร์ใหม่อย่าง Parental Control (เครื่องมือการจัดการสำหรับผู้ปกครอง) ซึ่งตัวเครื่องมือนี้จะอยู่ภายในส่วนของการตั้งค่า หรือ Setting ของบัญชีผู้ใช้งาน ChatGPT โดยผู้ปกครองที่จะใช้งานนั้นจะต้องใช้เครื่องมือนี้ส่งอีเมลเชิญ (Invite Email) ไปยังบุตรหลาน เพื่อทำการเชื่อมต่อบัญชี หรือ ในทางกลับกัน เยาวชนที่ใช้งานอยู่อาจเป็นฝ่ายกดส่งเพื่อเพิ่มผู้ปกครองเข้ามาก็ได้

หลังจากเพิ่มบัญชีเข้ามาแล้ว บัญชีของเยาวชน (Teen Account) จะถูกเพิ่มฟิลเตอร์เพื่อควบคุมคอนเทนต์ ซึ่งตัวฟิลเตอร์จะครอบคลุมการควบคุมคอนเทนต์ประเภทที่ไม่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ เช่น คอนเทนต์ด้านความรุนแรง, เรื่องเพศ, การท้าทายเพื่อสร้างผลงานให้ถูกกระจายแบบไวรัล (Viral) และไอเดียด้านความงามแบบสุดขั้ว ซึ่งล้วนอันตรายสำหรับผู้ที่ขาดวุฒิภาวะที่เหมาะสม และไม่เหมาะสมกับเยาวชน ซึ่งฟิลเตอร์นี้ผู้ปกครองจะสามารถปิดการใช้งานได้ตามสมควร และบัญชีที่เยาวชนใช้จะไม่สามารถปิดการใช้งานได้

นอกจากในส่วนของการปรับแต่งฟิลเตอร์แล้ว ผู้ปกครองยังมีอำนาจในการควบคุมการใช้งานของบุตรหลานมากไปกว่านั้น เช่น การปรับแต่งในส่วนของการจำกัดเวลาการใช้งานของบุตรหลาน ด้วยการกำหนด Quiet Mode ซึ่งบุตรหลานที่แอบมาใช้งานบัญชีในเวลาที่กำหนดไว้จะไม่สามารถโต้ตอบกับ ChatGPT ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ปกครองยังสามารถปรับแต่งในส่วนต่าง ๆ ได้ ดังนี้

  • เปิด หรือปิด หน่วยความจำ (Memory) เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการเซฟบทสนทนา และพูดคุยต่อได้ในอนาคต
  • เปิด หรือ ปิด ฟีเจอร์การสร้างภาพ และปรับแต่งภาพบน ChatGPT
  • เปิด หรือ ปิด โหมดการใช้เสียงสั่งงาน
  • ถอนตัว (Opt-Out) จากการอนุญาตให้ใช้งานแชทเพื่อฝึก AI

ระบบการควบคุมของผู้ปกครองยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่แน่นหนามากขึ้นไปอีก ด้วยระบบการแจ้งเตือน เมื่อตัว AI พบว่าบุตรหลานกำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดสูง (Distress) ที่อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายได้ เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าแทรกแซงสถานการณ์ได้ทัน ซึ่งการแจ้งเตือนนั้นจะเป็นการส่งข้อความผ่านทางอีเมล, โทรศัพท์ หรือส่งแจ้งเตือนบนหน้าจอ (Push Notification) ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ถึงผู้ปกครองจะมีสิทธิ์ในการควบคุมการใช้งานอย่างมาก แต่ทาง OpenAI เองก็มองเห็นถึงความสำคัญของการใช้งานอย่างเป็นส่วนตัว (Privacy) ของเยาวชน ดังนั้นระบบนี้จะทำการส่งข้อมูลส่วนตัวของบุตรหลาน เยาวชน ให้กับผู้ปกครองตามเท่านี้จำเป็นเท่านั้น เพื่อรับประกันความปลอดภัย และควบคุมการใช้งานให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยที่ไม่ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของเยาวชนมากเกินไป

ทาง OpenAI ยังกล่าวอีกว่า ถึงแม้ระบบควบคุมจะถูกสร้างมาอย่างดีเพื่อให้ผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย แต่ทุกระบบก็ไม่มีความสมบูรณ์แบบเต็ม 100 ดังนั้น อาจเกิดเหตุการณ์ผู้ใช้งานสามารถหลบเลี่ยงการควบคุม (Bypass) หรือตัวระบบอาจมีการทำงานอย่างผิดพลาด เช่น ส่งแจ้งเตือนให้กับผู้ปกครองทั้งที่ไม่มีประเด็นอันตรายที่แท้จริงเกิดขึ้น แต่ทางบริษัทก็ยังคิดว่า เป็นการที่ดีกว่าที่ผู้ปกครองจะได้รับรู้แทนที่ระบบจะเงียบ และไม่แจ้งเตือน ในช่วงเวลาที่ควรจะแจ้งเตือน นอกจากนั้นทางบริษัทยังได้กำชับว่า นอกจากการใช้งานเครื่องมือดังกล่าวแล้ว ผู้ปกครองควรสละเวลาเพื่อพูดคุยกับบุตรหลานเพื่อสอนสั่งในด้านการใช้งาน AI อย่างเหมาะสม และดีต่อสุขภาพ (Healthy AI Use) อีกด้วย

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com