ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

พบเราเตอร์ชื่อดังหลายแบรนด์ ตกเป็นเป้าของมัลแวร์ล่องหน เจาะจุดอ่อนเข้าควบคุมระบบจากทางไกล

แฮกเกอร์ใช้การยิง HTTP Requests เพื่อปล่อยมัลแวร์โดยตรงผ่านทาง Web Interface ของเราเตอร์
พบเราเตอร์ชื่อดังหลายแบรนด์ ตกเป็นเป้าของมัลแวร์ล่องหน เจาะจุดอ่อนเข้าควบคุมระบบจากทางไกล

  13 กันยายน 2568      3,965
4.33 (3 โหวต)   
ยกเลิก

ผู้ใช้งานทั่วไปมักจะให้ความสนใจกับการรักษาความปลอดภัยในส่วนของระบบปฏิบัติการด้วยการใช้งานซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยหลากชนิดมากกว่าฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อกับเครือข่าย ที่ในความเป็นจริงแล้วมักตกเป็นเป้าของการโจมตีโดยแฮกเกอร์ไม่แพ้ตัวระบบปฏิบัติการ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ เช่น เราเตอร์ นั้นมีความใกล้ชิด และเรียกได้ว่าเป็นด่านหน้าในการติดต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงการตรวจพบแคมเปญแพร่กระจายมัลแวร์นกต่อ (Loader) แบบล่องหนเพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ประเภทเปลี่ยนเครื่องของเหยื่อเป็นบอทร่วมโจมตีระบบที่ใหญ่กว่า หรือ Botnet ที่มีชื่อว่า “Gayfemboy” ผ่านการยิงเจาะ (Injection) หน้าจอการตั้งค่าแบบ Web Service ของอุปกรณ์ด้านเครือข่ายมากมายหลายตัว รวมถึงเราเตอร์แบรนด์ดังหลายแบรนด์ เช่น DrayTek, TP-Link, Raisecom, และ Cisco โดยปัจจุบันมัลแวร์ดังกล่าวกำลังระบาดอยู่ในหลายประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา, บราซิล, เม็กซิโก, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สวิสเซอร์เแลนด์, อิสราเอล และเวียดนาม ซึ่งการโจมตีนั้นจะมุ่งเน้นการโจมตีไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมหลากรูปแบบตั้งแต่ภาคการผลิต ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมด้านสื่อ

ข่าวเกี่ยวกับ Malware อื่นๆ

ในขั้นตอนการโจมตีนั้น แฮกเกอร์จะทำการส่ง HTTP Requests ไปยังอุปกรณ์เป้าหมายซึ่งจะนำไปสู่การดาวน์โหลด และรันสคริปท์ที่ทำหน้าที่เป็น Loader ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับอุปกรณ์แต่ละรูปแบบในแต่ละแบรนด์อย่างเงียบเชียบ ซึ่งหลังจากสคริปท์ดังกล่าวนั้นถูกรันขึ้นมา ก็จะนำไปสู่การดาวน์โหลดมัลแวร์ตัวหลัก (Payload) ลงมาติดตั้ง หลังจากที่มัลแวร์สามารถเข้าถึงระบบของเหยื่อได้แล้ว ตัวมัลแวร์จะทำการอัปเกรดสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบในระดับผู้ดูแลขั้นสูงสุด หรือ Root เพื่อให้สามารถทำการสำรวจลาดเลา (Reconnaissance) และ เคลื่อนย้ายในแนวขวางเพื่อแพร่กระจายมัลแวร์บนระบบเครือข่ายภายใน (Lateral Movement) นอกจากนั้นด้วยสิทธิ์สูงสุดในการเข้าถึงอุปกรณ์ ทำให้แฮกเกอร์สามารถควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างเบ็ดเสร็จอีกด้วย

ในส่วนของมูลเชิงเทคนิคของมัลแวร์ “Gayfemboy” ก็เรียกได้ว่ามีหลายอย่างที่น่าสนใจ ทั้งการใช้งาน URI Path ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อใช้ในการยิงเจาะคำสั่ง (Command Injection) ลงไปบน Web Interface ของเราเตอร์โดยตรง เช่น การแอบสอดแทรกคำสั่ง Shell ไว้บนพารามิเตอร์ (Parameter) Country ซึ่งส่งผลให้เกิดการดาวน์โหลดและติดตั้ง Payload โดยสคริปท์มัลแวร์ที่ใช้งานนั้นถึงแม้จะแตกต่างไปตามรุ่น และยี่ห้อของอุปกรณ์ แต่ก็มักจะทำงานไปตามขั้นตอนรูปแบบเดียวกันคือ

  • ดัดแปลงโฟลเดอร์ที่สามารถเขียนได้ (Writable Directory)
  • ดาวน์โหลดตัวมัลแวร์ Loader ลงมา
  • มอบสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบให้มัลแวร์
  • สร้างรหัสยืนยันตัวเครื่องที่ติดมัลแวร์ (Identifer)
  • ลบร่องรอยการติดตั้งมัลแวร์

นอกจากนั้น ยังมีการสอดส่องติดตามโฟลเดอร์ /proc/[PID]/exe ตลอดเวลาเพื่อคอยกำจัดมัลแวร์ตัวอื่นที่เข้ามาแข่งขันในการฝังตัวเองลงบนอุปกรณ์ เพื่อที่ตัวมัลแวร์ “Gayfemboy” จะสามารถมีสิทธิ์ในการใช้งานอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างเด็ดขาด 

สำหรับส่วนโครงสร้างพื้นฐานของการทำงานของตัวมัลแวร์นั้น ทางทีมวิจัยพบว่าการโจมตีนั้นถูกจับได้ว่ามีที่มาจากหมายเลข IP ที่ 87.121.84.34 ขณะที่ตัวมัลแวร์นั้นถูกดาวน์โหลดมาจากหมายเลข IP ที่ 220.158.234.135 ซึ่งอาจเป็นหมายเลข IP ของเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) โดยชื่อไฟล์มัลแวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมามักจะดูธรรมดา ๆ ไม่มีพิษมีภ้ยหรือผิดสังเกต ซึ่งชื่อไฟล์นั้นจะแตกต่างกันไปตามสถาปัตยกรรมของอุปกรณ์ปลายทาง เช่น  “aalel” สำหรับ AArch และ “xale” สำหรับ x86-64 ที่มีการใช้งาน UPX Packer พร้อม Header แบบพิเศษ (Magic Header) เพื่อป้องกันการถูกคลายไฟล์อย่างอัตโนมัติ และ รับประกันการคงอยู่บนระบบ (Persistent) ในส่วนของการดาวน์โหลดไฟล์และรับส่งคำสั่งนั้น ทางทีมวิจัยจาก Fortinet บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับองค์กร รายงานว่า มัลแวร์มีการใช้งานโปรโตคอลการสื่อสารทั้งแบบ HTTP และ TFTP ตามแต่ว่าอุปกรณ์ปลายทางจะรองรับบ้างการสื่อสารแบบใด เพื่อรับประกันความสำเร็จในการทำงานของการทำงานของมัลแวร์ถึงแม้จะมีข้อจำกัดในการติดต่อแบบขาออก (Outbound Connections)

ทางแหล่งข่าวได้แนะนำวิธีการป้องกันการถูกโจมตีด้วยวิธีการดังกล่าวว่า สามารถป้องกันได้เพียงแค่อัปเดตเฟิร์มแวร์เราเตอร์บ่อย ๆ และทำการแบ่งระบบเครือข่ายภายในให้เป็นหลายส่วน (Network Segmentation) เพื่อจำกัดความเสียหายและช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถจัดการกับมัลแวร์ได้ง่ายขึ้นในกรณีที่ติดมัลแวร์

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com