ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

ตรวจพบมัลแวร์ Flesh Stealer มุ่งเน้นขโมยรหัสผ่านบนเว็บเบราว์เซอร์หลายตัว แอปแชทอย่าง Telegram ก็โดนด้วย

มัลแวร์ดังกล่าวเมื่อถูกติดตั้ง จะทำการค้นหารหัสผ่านที่บันทึกบน Browser เพื่อขโมยส่งให้แฮกเกอร์ทันที
ตรวจพบมัลแวร์ Flesh Stealer มุ่งเน้นขโมยรหัสผ่านบนเว็บเบราว์เซอร์หลายตัว แอปแชทอย่าง Telegram ก็โดนด้วย

  18 กุมภาพันธ์ 2568      3,411
5 (2 โหวต)   
ยกเลิก

ในระยะหลัง ๆ มัลแวร์เริ่มที่จะหันเหจากการขโมยข้อมูลบนเครื่องของเหยื่อเพียงอย่างเดียว มาเจาะในส่วนของเว็บเบราว์เซอร์มากยิ่งขึ้น และมัลแวร์ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่จะนำพาความเสี่ยงในการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ของผู้อ่านทุกท่าน

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้รายงานถึงการตรวจพบแคมเปญการขโมยข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะรหัสผ่านต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกไว้บนเว็บเบราว์เซอร์ครั้งใหม่ ซึ่งการตรวจพบดังกล่าวนั้นเป็นผลงานของทีมวิจัยจาก CyFirma โดยทางทีมวิจัยระบุว่า มัลแวร์ตัวดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า Flesh Stealer เป็นมัลแวร์ที่มีฟีเจอร์มากมายทั้งในด้านการขโมยข้อมูลจากเว็บเบราว์เซอร์ รวมไปถึงการหลบเลี่ยงการตรวจจับ และการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมัลแวร์ตัวนี้จากการตรวจสอบแล้ว ตัวมัลแวร์ถูกเขียนขึ้นบนภาษา C# ในรูปแบบของไฟล์ .NET Executable โดยเริ่มมีการตรวจพบครั้งแรกในช่วงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) ซึ่งปัจจุบันกำลังระบาดหนักในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ทำให้ทางทีมวิจัยคาดว่า แฮกเกอร์นักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ตัวนี้อาจเป็นชาวรัสเซีย หรือผู้ใช้งานภาษารัสเซีย

ข่าวเกี่ยวกับ Malware อื่นๆ

สำหรับรายละเอียดเชิงศักยภาพในการทำงานของมัลแวร์นั้น ทางทีมวิจัยได้เปิดเผยไว้ดังนี้

ฟีเจอร์ในหาข้อมูลบนเบราว์เซอร์ และแอปพลิเคชันที่มัลแวร์กำหนดไว้

ส่วนตรงนี้นับได้ว่าเป็นฟีเจอร์หลัก ที่ตัวมัลแวร์จะทำการแสกนหาข้อมูลที่อยู่เว็บเบราว์เซอร์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Chrome, Firefox, Brave, และ Edge ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือ ปัจจุบันฟีเจอร์การค้นหาข้อมูลสำคัญได้ครอบคลุมถึงแอปพลิเคชันแชทอย่าง Telegram เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยข้อมูลที่ตัวมัลแวร์ค้นหา และทำการขโมยนั้น จะเป็นข้อมูลอ่อนไหวต่าง ๆ เช่น ไฟล์ Cookies, รหัสผ่านที่ถูกบันทึกไว้, ข้อความแชทที่ถูกบันทึกไว้ (Chat Log), และข้อมูลการเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ (Browsing History)

ฟีเจอร์ Anti-Virtual Machine และ Anti-Debugging

เพื่อให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญและทีมวิจัยทำการตรวจสอบได้ยากยิ่งขึ้น ตัวมัลแวร์จะทำการสแกนทั้งข้อมูลของระบบแบบพื้นฐานอย่างเช่น รุ่น BIOS, หน่วยความจำ, และ ความเร็วของชิปประมวลผล (Processor) แล้วทำการแสกนหา String ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน เครื่องจำลอง (Virtual Machine หรือ VM) อย่างเช่น  VMware, VirtualBox, และ Hyper-V โดยจะสั่งตัวมัลแวร์ให้หยุดทำงานทันทีถ้ามีการตรวจพบ

สำหรับในส่วนของการต่อต้านการถูกดีบั๊ก หรือ Anti-Debugging นั้น ตัวมัลแวร์จะใช้การตรวจจับตัว Process ที่เกี่ยวข้องกับการดีบั๊กอย่างเช่น Wireshark และ HttpDebuggerUI เป็นต้น ซึ่งถ้ามัลแวร์ตรวจพบ ก็จะทำการปิดการทำงานของ Process ดังกล่าวในทันที

การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Wi-Fi และ เครื่องมือ PNP

นอกจากนั้นแล้ว ตัวมัลแวร์ยังใช้ประโยชน์จากเครื่องมือจัดการบน Windows อย่าง Windows Management Instrumentation หรือ WMI เพื่อใช้งานการสแกนเครื่องมือที่ใช้งานระบบ Plug and Play (PnP) แล้วทำการเซฟข้อมูลเป็นไฟล์ ชื่อว่า device.txt นอกจากนั้นแล้ว ตัวมัลแวร์นั้นยังมีควาสามารถในการขโมยรหัสผ่าน Wi-Fi และข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

สำหรับในส่วนของการแพร่กระจายตัวนั้น แหล่งข่าวไม่ได้ระบุไว้ว่าแฮกเกอร์ใช้วิธีใดในการแพร่กรจายมัลแวร์ดังกล่าว แต่ได้มีการระบุว่า มัลแวร์ดังกล่าวนั้นปัจจุบันได้ถูกซื้อขายผ่านทางช่องทางอย่าง Discord และ Telegram รวมไปถึงเว็บบอร์ดใต้ดินยอดนิยมในวงการแฮกเกอร์อย่าง Pyrex Guru  อีกด้วย

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com