ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

นักวิจัยพบวิธีใช้ QR Code ฝ่าระบบป้องกัน Browser Isolation เพื่อเข้าควบคุมเครื่องเหยื่อ

แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ของ Isolated Browser ส่งคำสั่งเป็นภาพ QR แทนการยิงสคริปท์ และ Request ไปยังมัลแวร์ปลายทาง
นักวิจัยพบวิธีใช้ QR Code ฝ่าระบบป้องกัน Browser Isolation เพื่อเข้าควบคุมเครื่องเหยื่อ

  19 ธันวาคม 2567      30,109
3 (1 โหวต)   
ยกเลิก

การใช้งาน QR Code นั้นเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่งของโลก เหล่าแฮกเกอร์ก็ได้มีการนำเอา QR Code ไปใช้งานในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ที่หลากหลายเช่นเดียวกัน และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ QR Code ได้ถูกนำเอามาใช้งาน

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Bleeping Computer ได้รายงานถึงเทคนิคพิเศษที่แฮกเกอร์ใช้ในการฝ่าระบบป้องกันแบบ Browser Isolation ซึ่งเป็นการแยกตัวเว็บเบราว์เซอร์ออกเป็น 2 ภาค คือภาค Local ที่เป็นตัวหลักทำงานอยู่บนเครื่องของผู้ใช้งาน ขณะที่ตัว Isolated Browser จะเป็นการทำงานในสภาวะแยกตัวจากระบบ คล้ายคลึงกับระบบ Virtual Machine โดยเบราว์เซอร์ในภาคนี้นั้นจะคอยรับข้อมูลต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต โดยจะมีการส่งแค่ไฟล์รูปภาพไปสู่ Local Browser เท่านั้น ซึ่งเบราว์เซอร์ตัวนี้ยังทำหน้าที่ขัดขวางสคริปท์ประหลาดต่าง ๆ ที่จะโจมตีเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้หรือแม้แต่ป้องกันมัลแวร์ส่งสคริปท์เพื่อติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) ได้อีกด้วย หมายถึง ถึงแม้มัลแวร์จะฝังตัวลงเครื่องได้แต่ก็ไม่สามารถติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ C2 เพื่อให้สั่งการการทำงานได้

ข่าวเกี่ยวกับ Code อื่นๆ

แต่แฮกเกอร์ได้มีการใช้วิธีการที่หัวหมอไปกว่านั้น คือ การใช้วิธีการเข้ารหัสคำสั่งต่าง ๆ ในรูปแบบ QR Code ส่งจากเซิร์ฟเวอร์ C2 ไปยัง Local Browser ที่ติดมัลแวร์อยู่บนเครื่องของเหยื่อ โดยอาศัยช่องโหว่ที่ตัว Isolated Browser จะส่งแค่เฉพาะไฟล์รูปภาพไปยัง Local Browser เท่านั้น โดยตัวมัลแวร์ที่ฝังอยู่จะทำการถอดรหัส และรันตามคำสั่งที่ได้รับมาผ่านทาง QR Code อีกทีหนึ่ง

นักวิจัยพบวิธีใช้ QR Code ฝ่าระบบป้องกัน Browser Isolation เพื่อเข้าควบคุมเครื่องเหยื่อ
ภาพจาก : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/qr-codes-bypass-browser-isolation-for-malicious-c2-communication/

แต่โชคยังดีที่แฮกเกอร์ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงแค่กลุ่มนักวิจัยจากบริษัท Mandiant ซึ่งเป็นบริษัทผู้วิจัย และพัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และการโจมตีดังกล่าวเป็นเพียงแค่การทดลองเท่านั้น โดยผลทดลองพบว่าวิธีการดังกล่าวใช้ได้ผลจริง แต่อาจใช้งานได้ไม่สะดวก หรือได้ผลลัพธ์ที่ดีนักในสถานการณ์จริง อันเนื่องมาจากหลายข้อจำกัด เช่น ข้อจำกัดในการสตรีมข้อมูลที่จำกัดอยู่แค่ 2,189 bytes ที่เป็นเพียงแค่ 74% ของข้อมูลเท่านั้น ทำให้ต้องมีการย่อขนาดข้อมูลของ QR Code และอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดในการรับสารของมัลแวร์ปลายทางได้ นอกจากนั้น ยังมีข้อกังวลในด้านการสูญเสียข้อมูลระหว่างการส่ง หรือกระทั่งการถูกขัดขวางโดยเครื่องมือรักษาความปลอดภัยตัวอื่น ๆ เป็นต้น

วิธีการดังกล่าวจะถูกนำมาพัฒนาจะใช้งานในสถานการณ์จริงอย่างเต็มประสิทธิภาพได้หรือไม่ ? คงต้องติดตามข่าว และเตรียมพร้อมรับมือกันต่อไป

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com