ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

ไมโครซอฟท์ยืนยันจะไม่มีการปรับ คอมพิวเตอร์ต้องมี TPM 2.0 เพื่ออัปเกรดจาก Windows 10 ไป 11

ทางตัวแทนบริษัทยืนยันว่าจะไม่ลดมาตรฐานสเปกขั้นต่ำในการติดตั้ง Windows 11 ถึงแม้มีผู้ใช้ 10 ต่อถึง 61%
ไมโครซอฟท์ยืนยันจะไม่มีการปรับ คอมพิวเตอร์ต้องมี TPM 2.0 เพื่ออัปเกรดจาก Windows 10 ไป 11

  16 ธันวาคม 2567      16,021
5 (1 โหวต)   
ยกเลิก

ถึงแม้ทางไมโครซอฟท์จะได้ทำการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานทำการอัปเกรดจาก Windows รุ่นที่เก่ากว่า อย่าง Windows 10 ไปยัง Windows 11 เนื่องจากใกล้จะหมดอายุการสนับสนุนด้านความปลอดภัยแล้ว แต่หลายรายก็ยังลังเลอยู่ด้วยการที่ Windows 11 ต้องการสเปกที่สูง และข่าวนี้อาจจะเป็นข้อยืนยันถึงข้อกังวลดังกล่าว

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Bleeping Computer ได้รายงานถึงการที่ตัวแทนจากทางไมโครซอฟท์ บริษัทผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ Windows ได้ออกมากล่าวย้ำถึงความสำคัญของ TPM 2.0 (Trusted Platform Module 2.0) ซึ่งเป็นชิปประมวลผล (Processor) รุ่นใหม่ที่พัฒนามาเพื่อจัดการด้านระบบความปลอดภัยต่าง ๆ โดยจะถูกติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ โดยทางตัวแทนได้ออกมากล่าว โดยอ้างอิงถึงประกาศที่ทางไมโครซอฟท์ประกาศว่าเครื่องที่จะติดตั้ง Windows 11 ได้นั้นจะต้องมีเมนบอร์ดที่มีการติดตั้งชิปดังกล่าวไว้ด้วยเท่านั้น ว่า

"เราจะไม่อ่อนข้อลดสเปกใด ๆ ทั้งสิ้นสำหรับมาตรฐานที่เราวางไว้สำหรับการติดตั้งและใช้งาน Windows ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต" รวมไปถึงยังได้กล่าวถึงความสำคัญของชิปที่เป็นข้อบังคับสำหรับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 ไว้อีกด้วยว่า

"TPM 2.0 นั้นคือเครื่องมือที่สำคัญมากในการช่วยปกป้องข้อมูล และตัวตนของผู้ที่ใช้งานเครื่องมือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows โดยผู้ใช้งาน Windows 11 นั้นไม่ควรปิดการใช้งานชิปดังกล่าวโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานเอง โดยภัยด้านความปลอดภัยในอนาคตนั้นจะร้ายกว่าที่เป็นมาอย่างแน่นอนจากการมาของ AI"

ถึงแม้ Windows 11 นั้นจะมีความยากลำบากในการติดตั้ง ในระดับที่ผู้ใช้งานหลายรายจะต้องทำการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงเพื่อติดตั้ง ดังนั้นจึงมีคนหลายกลุ่มที่ใช้วิธีการลัดเลาะต่าง ๆ เพื่อติดตั้งถึงแม้จะไม่มีการรับประกันว่าเครื่องที่ทำการติดตั้งอย่างไม่ถูกต้องนั้นจะสามารถใช้งาน Windows 11 ได้ก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการตรวจสอบในเชิงสถิติแล้วยังพบว่า ยังมีผู้ใช้งาน Windows 10 อยู่อีกมากถึง 61% ของผู้ใช้งาน Windows ทั้งหมด ขณะที่ Windows 11 ในขณะนี้ยังมีผู้ใช้งานเพียง 35% เท่านั้น

ด้วยปัญหาต่าง ๆ ทำให้ทาง Microsoft ได้ทำการออกแพ็คเกจขยายอายุการสนับสนุนด้านความปลอดภัย หรือ Extended Security Updates (ESU) ในราคา 30 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,030 บาท) โดยจะใช้ได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ถ้าผู้ใช้งานต้องการได้รับการสนับสนุนด้านความปลอดภัยต่อก็จำเป็นต้องอัปเกรดขึ้นไปเป็น Windows 11 หรือซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ถ้าไม่สามารถอัปเกรดได้

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com