ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

มัลแวร์ SteelFox โจมตีผู้ใช้งาน Windows ที่ชอบดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อน

มัลแวร์ดังกล่าวจะใช้ช่องโหว่ของไดร์เวอร์ WinRing0 เพื่ออัปเกรดสิทธิ์ของตนเองขึ้นเป็นระดับ SYSTEM
มัลแวร์ SteelFox โจมตีผู้ใช้งาน Windows ที่ชอบดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อน

  19 พฤศจิกายน 2567      4,426
3.75 (4 โหวต)   
ยกเลิก

ถึงแม้ระบบปฏิบัติการ Windows นั้นจะเป็นระบบที่ถูกแฮกและมัลแวร์เจาะบ่อยจนต้องมีการอัปเดตความปลอดภัยกันต่อเนื่องทุกเดือน แต่แฮกเกอร์ก็ยังสามารถหาช่องโหว่ใหม่ ๆ ในการฝังมัลแวร์ลงระบบสำเร็จอยู่เสมอ

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Bleeping Computer ได้รายงานถึงการตรวจพบมัลแวร์ SteelFox ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่ทำหน้าที่ 2 อย่างคือ เข้าใช้งานทรัพยากรของเครื่องเพื่อขุดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี และอย่างที่ 2 คือ ทำหน้าที่ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตต่าง ๆ โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้งาน Windows ซึ่งการตรวจพบดังกล่าวนั้นก็เป็นผลงานจากทีมวิจัยแห่งบริษัท Kaspersky ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชื่อดัง

ข่าวเกี่ยวกับ Malware อื่นๆ

โดยมัลแวร์ดังกล่าวนั้นเผยแพร่ตัวเองด้วยการฝังมัลแวร์นกต่อ (Dropper) ไว้ยังเว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อน และเว็บไซต์ Torrent ต่าง ๆ ซึ่งโดยมากจะฝังตัวอยู่ในตัวแคร็ก (Crack) ของมัลแวร์ชื่อดัง เช่น Foxit PDF Editor, JetBrains และ AutoCAD เป็นต้น ซึ่งตัวมัลแวร์นกต่อนี้จะขอสิทธิ์สำหรับเข้าถึงระบบในระดับผู้ดูแล (Administrator) หลังจากที่เหยื่อทำการใช้งานตัวแคร็กปนเปื้อนมัลแวร์ ซึ่งหลังจากที่มัลแวร์ได้สิทธิ์แล้ว ตัวมัลแวร์ก็จะคลายไฟล์แล้วปล่อยโค้ดของ SteelFox ลงมา

มัลแวร์ SteelFox โจมตีผู้ใช้งาน Windows ที่ชอบดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อน
ภาพจาก : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/new-steelfox-malware-hijacks-windows-pcs-using-vulnerable-driver/

ซึ่งตัว SteelFox การจะทำการฝัง Service ที่มีการรันไฟล์ไดร์เวอร์ WinRing0.sys (ไดร์เวอร์ที่ให้สิทธิ์ฮาร์ดแวร์ในการเข้าถึงการใช้งาน Library) โดยช่องโหว่ที่ใช้งานนั้นจะเป็นช่องโหว่เกี่ยวกับการเพิ่มระดับสิทธิ์ในการใช้งานระบบที่มีชื่อว่า CVE-2020-14979 และ CVE-2021-41285 ซึ่งมีความสามารถในการอัปเกรดสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบของมัลแวร์ให้สูงถึงระดับ NT/SYSTEM ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุด (สูงกว่าระดับผู้ดูแล) ทำให้ตัวมัลแวร์สามารถเข้าถึงทรัพยากร และ Process ทุกอย่างได้โดยไม่มีข้อจำกัด โดยหลังจากที่ปฏิบัติการเข้ายึดระบบได้สำเร็จ มัลแวร์ก็จะทำการติดต่อการเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) พร้อมระบบป้องกันการแทรกแซงการติดต่อด้วยการใช้ connection ในรูปแบบ SSL pinning และ TLS v1.3

นอกจากความสามารถในการขุดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว มัลแวร์ยังมีความสามารถที่คล้ายคลึงกับมัลแวร์ประเภทเพื่อการขโมยข้อมูล (Infostealer) อีกด้วย โดยทีมวิจัยพบว่าตัวมัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลจากเว็บเบราว์เซอร์ได้มากกว่า 13 ตัว ซึ่งจะเป็นการขโมยข้อมูลสำคัญมากมาย เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต, ไฟล์คุกกี้, และข้อมูลการเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ  นอกจากนั้นตัวมัลแวร์ยังมีการขโมย ข้อมูลเกี่ยวกับระบบ. ข้อมูลด้านเครือข่าย, และข้อมูลการติดต่อของ Remote Desktop Protocol (RDP) อีกด้วย

ปัจจุบันนั้นขอบข่ายการระบาดของมัลแวร์ยังคงอยู่ในแถบประเทศ บราซิล, จีน, รัสเซีย, เม็กซิโก, UAE, อียิปต์, อัลจีเรีย, เวียดนาม, อินเดีย, และ ศรีลังกา แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็ควรให้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่นิยมใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อน เนื่องจากมัลแวร์ดังกล่าวซ่อนตัวอยู่ใน Crack สำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าดาวน์โหลดเจอก็สามารถติดได้โดยที่ไม่ต้องอยู่ในประเทศในรายชื่อที่กล่าวมาแต่อย่างใด

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com