ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

แฮกเกอร์ใช้ Google Meet ปลอมพร้อมแจ้งเตือน Error ปลอม หลอกเหยื่อดาวน์โหลดมัลแวร์ลงเครื่อง

แฮกเกอร์ใช้หน้าเพจ Google Meet ปลอม หลอกให้กดซ่อม Error ที่จริงเป็นการโหลดมัลแวร์ขโมยข้อมูลลงเครื่องแทน
แฮกเกอร์ใช้ Google Meet ปลอมพร้อมแจ้งเตือน Error ปลอม หลอกเหยื่อดาวน์โหลดมัลแวร์ลงเครื่อง

  25 ตุลาคม 2567      3,931
4.33 (3 โหวต)   
ยกเลิก

ในการแพร่กระจายมัลแวร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มักจะมาจากการถูกหลอกลวงด้วยวิธีการ Phishing ผ่านทางเครื่องมือของแฮกเกอร์ต่าง ๆ ที่หลอกให้เชื่อเพื่อติดตั้งมัลแวร์ อย่างเช่นกรณีนี้

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Hackread ได้มีการตรวจพบการใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “ClickFix” ซึ่งเป็นการทำการหลอกลวงด้วยแจ้งเตือน “Error” ปลอมบนบริการทางออนไลน์ชื่อดัง เช่น Facebook, Google Chrome และ Google Meet เป็นต้น โดยเครื่องมือชิ้นหลังได้ตกเป็นข่าวในครั้งนี้ด้วย

ข่าวเกี่ยวกับ Hacker อื่นๆ

ทีมวิจัยจาก Sekoia ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ได้รายงานถึงการที่แฮกเกอร์ใช้หน้าเพจปลอมที่ปลอมตัวเป็นบริการเพื่อการพบปะ และประชุมออนไลน์ดัง Google Meets มาใช้หลอกลวงให้เหยื่อติดตั้งมัลแวร์ด้วยการใช้ป๊อบอัปแจ้งเตือนปลอม โดยจะล่อลวงให้เหยื่อกดปุ่ม "Fix It" ที่อ้างว่าเป็นการซ่อมข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการอนุมัติให้ทำการรันสคริปท์เพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงสู่เครื่อง ซึ่งรูปแบบการแจ้งเตือนจะต่างออกไปตามแต่ระบบปฏิบัติการ หรือ OS ของผู้ใช้งาน

แฮกเกอร์ใช้ Google Meet ปลอมพร้อมแจ้งเตือน Error ปลอม หลอกเหยื่อดาวน์โหลดมัลแวร์ลงเครื่อง
ภาพจาก : https://hackread.com/clickfix-fake-google-meet-alerts-windows-macos-malware/

โดยผู้ใช้งาน Windows นั้นได้ถูกแจ้งเตือนว่า ไมโครโฟน หรือหูฟังไม่สามารถใช้งานได้ แต่หลังจากที่ผู้ใช้งานกดเพื่อซ่อมข้อผิดพลาด กลับเป็นการดาวน์โหลดมัลแวร์เพื่อการขโมยข้อมูล (Infostealer) อย่าง Stealc และ Rhadamanthys ลงสู่เครื่องแทน ขณะที่ทางฝั่งผู้ใช้งาน macOS นั้น แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าเป็นการแจ้งเตือนรูปแบบใด แต่ถ้าผู้ใช้งานเผลอทำตามที่แฮกเกอร์หลอกไว้ ก็จะเป็นการดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์ AMOS Stealer ซึ่งเป็นมัลแวร์เพื่อการขโมยข้อมูลเช่นเดียวกันลงสู่เครื่อง

นอกจากมัลแวร์ที่ระบุดังกล่าวแล้ว ทางทีมวิจัยยังกล่าวอีกว่า มีมัลแวร์อีกหลากชนิดที่ทางแฮกเกอร์ใช้วิธีการนี้เพื่อปล่อยสู่เครื่องของเหยื่อ เช่น มัลแวร์ประเภท Botnet และ RAT (Remote Access Trojan) ซึ่งล้วนแต่สร้างอันตรายต่อสวัสดิภาพของเหยื่อทั้งสิ้น

สำหรับแคมเปญในการโจมตีในครั้งนี้นั้น ทางทีมวิจัยได้มีการสันนิษฐานว่า เป็นการกระทำโดยกลุ่มแฮกเกอร์ 2 กลุ่มใหญ่ คือ “Slavic Nation Empire” ที่มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งจารกรรมเงินคริปโตเคอร์เรนซี่ “Marko Polo” และกลุ่ม “Scamquerteo Team” ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มนักจารกรรมเหรียญคริปโตที่มีชื่อว่า “CryptoLove” โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มผู้ใช้งาน และนักพัฒนาเงินคริปโตเคอร์เรนซี, เทคโนโลยีการเงินแบบกระจายตัว (DEFI หรือ Decentralized Finance) และ Web3 เป็นหลัก นอกจากนั้นทางทีมวิจัยยังคาดการณ์ว่า 2 ทีมข้างต้นนั้นเพียงแค่ทำหน้าที่เผยแพร่เพจปลอมเพื่อการโจมตีเท่านั้น ยังมีอาชญากรรมทีมอื่นที่ยังตรวจไม่พบ ทำหน้าที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมัลแวร์ต่าง ๆ ที่ปล่อยด้วยวิธีการนี้อีกด้วย

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com