ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

กลุ่มแรนซัมแวร์ดังพัฒนาเครื่องมือ EDRKillShifter มีความสามารถปิดระบบ EDR ก่อนยิงมัลแวร์ใส่ระบบได้

EDRKillShifter ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของไดร์เวอร์ในการเข้าปิดระบบ EDR เปิดทางแฮกเกอร์ปล่อย Ransomware
กลุ่มแรนซัมแวร์ดังพัฒนาเครื่องมือ EDRKillShifter มีความสามารถปิดระบบ EDR ก่อนยิงมัลแวร์ใส่ระบบได้

  27 สิงหาคม 2567      2,468
3.33 (3 โหวต)   
ยกเลิก

EDR หรือ Endpoint Detection and Response ซึ่งเป็นเครื่องมือในการต่อต้านภัยไซเบอร์ยุคใหม่ที่เหนือกว่าแอนตี้ไวรัส ป้องกันการบุกรุกของแฮกเกอร์ และมัลแวร์สู่อุปกรณ์ปลายทาง EDR หลายตัวมีประสิทธิภาพในการต่อต้านมัลแวร์ประเภทเรียกค่าไถ่ (Ransomware) อีกด้วย แต่ข่าวนี้อาจทำให้ผู้ใช้งาน EDR หลายรายต้องคิดหนัก

จากรายงานโดยเว็บไซต์ SC Media ได้รายงานถึงการตรวจพบพฤติกรรมการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์จากแกงค์แรนซัมแวร์ชื่อดังของโลก RansomwareHub ซึ่งนักวิจัยจาก Sophos บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครื่องมือความปลอดภัยไซเบอร์ ได้ระบุว่า กลุ่มแรนซัมแวร์ดังกล่าวได้ทำการพัฒนาเครื่องมือเพื่อการปิดระบบ EDR ก่อนแพร่กระจายแรนซัมแวร์สู่ระบบของเหยื่อ ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า "EDRKillShifter"

ซึ่งทางทีมงาน Sophos ได้ตรวจพบหลังจากที่เครื่องมือดังกล่าวพยายามทำการปิดระบบ EDR ของทาง Sophos แต่ล้มเหลวในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการค้นพบภายหลังการโจมตีได้ล่วงไปแล้ว (Post-Mortem Analysis) ซึ่งการค้นพบดังกล่าวนั้น ทางทีมงาน Sophos ได้กล่าวว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เคยมีการตรวจพบเครื่องมือปิดการทำงานของ EDR อีกตัวในชื่อ AuKill ซึ่งได้มีขายในตลาดมืดมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) แล้ว ซึ่งทางทีมงาน Sophos เองนั้นในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใคร หรือ กลุ่มใดที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเครื่องมือเหล่านี้ แต่ที่ยืนยันได้ชัดเจนคือ กลุ่ม RansomwareHub ได้ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อเปิดทางในการแพร่กระจายแรนซัมแวร์ของตน

สำหรับการทำงานของเครื่องมือ "EDRKillShifter" นั้น ทางตัวแทนของ Sophos ได้ระบุว่า เครื่องมือดังกล่าวจัดอยู่ในประเภท Bring Your Own Vulnerable Driver (BYOVD) ซึ่งเป็นการติดตั้งไดร์เวอร์ที่ถูกต้องแต่เป็นไดร์เวอร์ที่เปิดช่องโหว่ให้กับตัวระบบเป้าหมายเพื่อการปิดระบบ EDR ที่ปลายทางด้วยการอาศัยข้อบกพร่องที่แฝงตัวอยู่ในตัวไดร์เวอร์นั้น ซึ่งคล้ายคลึงกับที่ทาง Lazarus Group กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดัง ได้ใช้ช่องโหว่ของไดร์เวอร์ของ Dell ในการโจมตีระบบเป้าหมายในช่วง ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) ซึ่งการใช้งานเครื่องมือประเภทนี้นั้น ทาง Sophos ได้ระบุว่า เป็นอันตรายที่สูงมากเนื่องจากระบบที่ EDR ไม่สามารถทำงานได้นั้นจะเปิดช่องให้แฮกเกอร์สามารถปล่อยแรนซัมแวร์หรือมัลแวร์อื่น ๆ ได้โดยที่ไม่สามารถถูกตรวจจับหรือโอกาสถูกตรวจจับน้อยมาก

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กร NSA ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าวว่า ระบบ EDR นั้นทำงานอยู่ภายใต้บริบทพิเศษภายใต้ระบบปฏิบัติการ (Operating System หรือ OS) ทำให้ตัว EDR นั้นสามารถเข้าสอดส่องตรวจสอบการทำงาน (Process), ไฟล์, และการทำงานของระบบเครือข่ายเกือบทั้งหมดได้ ทำให้โปรแกรมในระดับทั่วไปไม่สามารถขัดขวางการทำงานของตัว EDR แต่ไดร์เวอร์ซึ่งมีสิทธิ์ในการทำงานของระบบที่สูงกว่ามากนั้น สามารถขัดขวางการทำงานของ EDR ได้ ซึ่งนำมาสู่การใช้ประโยชน์โดยแฮกเกอร์ ที่ใช้ช่องโหว่ของตัวไดร์เวอร์เพื่อการโจมตี แทรกซึม ขัดขวางการทำงานของระบบได้

กลุ่มแรนซัมแวร์ดังพัฒนาเครื่องมือ EDRKillShifter มีความสามารถปิดระบบ EDR ก่อนยิงมัลแวร์ใส่ระบบได้
ภาพจาก : https://news.sophos.com/en-us/2024/08/14/edr-kill-shifter/

การค้นพบดังกล่าวได้สร้างความหวาดหวั่นในวงกว้างเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมานั้นได้มีข่าวที่ทีม RansomHub ใช้วิธีการดังกล่าวในการโจมตีองค์กรมากมายหลายแห่ง เช่น Change Healthcare, Frontier Communications, และ Christie’s auction house เป็นต้น โดยทางทีม Sophos นั้นไม่ได้ระบุวิธีการป้องกันตัวจากเครื่องมือดังกล่าวที่ชัดเจนนัก ณ เวลานี้ แต่ได้ให้คำแนะนำกว้าง ๆ นั่นคือ ทางทีมความปลอดภัยไซเบอร์หรือทีมไอทีขององค์กร จำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบควบคุมการติดตั้งไดร์เวอร์ลงสู่ระบบอย่างเข้มงวด เนื่องจากไดร์เวอร์หลายตัวสามารถเปิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์ใช้โจมตีได้

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com